เศษกระจกบนรอยยิ้มของอดีตสามี•ตอนที่ 1

ใบหย่าบนโต๊ะอาหาร

ผลงานโดย บันทึกคนจร
กลิ่นอายของไวน์แดงวินเทจราคาแพงลอยอบอวลอยู่บนโต๊ะอาหารหรูหรากลางภัตตาคารบนชั้นดาดฟ้า แสงไฟระยิบระยับจากตึกสูงระฟ้าเบื้องล่างสะท้อนลงบนแก้วคริสตัลใสราวกับดวงดาวนับล้านที่ถูกกักขังไว้ในความเงียบงัน กรณ์นั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีผ่อนคลาย นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะตามเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ สายตาคมกริบมองภรรยาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความเรียเฉย ชินชา และไร้ซึ่งประกายความเสน่หามาเนิ่นนานหลายปี "ครบเจ็ดปีพอดีนะพิม" กรณ์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ราบเรียบไร้อารมณ์ ราวกับกำลังพูดถึงวาระการประชุมบริษัทมากกว่าวันครบรอบแต่งงาน "ผมจองโต๊ะเดิม เมนูเดิมที่คุณชอบ หวังว่าปีนี้คุณจะเลิกพูดเรื่องไร้สาระ... เรื่องที่เราควรจะมีอะไรร่วมกันเสียที ผมเหนื่อยกับการฟังคำตัดพ้อของคุณเต็มทีแล้ว" พิมพ์พรรณไม่ได้ขยับตัว สีหน้าของเธอเรียบสนีย์ราวกับรูปปั้นสลักจากหินอ่อน ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววอิดโรยและโหยหาความรักจากชายตรงหน้าเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้กลับว่างเปล่า เยือกเย็น และลึกล้ำเสียจนกรณ์รู้สึกแปลกประหลาดใจลึกๆ เธอไม่แม้แต่จะแตะต้องอาหารบนจาน นิ้วเรียวบางเอื้อมไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาอย่างเชื่องช้า เสียงกระดาษเสียดสีกันเบาๆ ในความเงียบ กลับดังสะท้อนก้องอยู่ในความรู้สึกของคนทั้งคู่ราวกับเสียงนาฬิกาเคาท์ดาวน์ "คุณพูดถูกครับกร... เจ็ดปีมันนานพอแล้ว" เสียงหวานนุ่มที่เอ่ยออกมานั้นไม่มีรอยสั่นเครือ ไม่มีน้ำตาคลอเบ้าอย่างที่เคยเป็นมาตลอดชีวิตคู่ พิมพ์พรรณเลื่อนซองเอกสารนั้นข้ามโต๊ะไปเบื้องหน้าชายหนุ่ม แรงเสียดทานของกระดาษหยุดลงตรงหน้าจานสเต็กเนื้อที่ยังไม่ได้ถูกตัดแม้แต่ชิ้นเดียว กรณ์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ความหงุดหงิดฉายชัดขึ้นบนใบหน้าคมคาย "นี่อะไรอีกพิม? เอกสารโครงการการกุศลของคุณ หรือว่าใบเสร็จค่าใช้จ่ายงี่เง่าอะไรอีก ผมบอกแล้วไงว่าเรื่องเงินผมไม่เคยขัด ถ้าอยากได้อะไรก็..." "เปิดดูสิครับ" พิมพ์พรรณขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่มันกลับทรงพลังและเฉียบคมราวด้ามมีดที่กดลงบนผิวเนื้อ "เปิดมันด้วยมือของคุณเอง... กรณ์" ความแปลกประหลาดในน้ำเสียงนั้นทำให้กรณ์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขายอมยื่นมือไปหยิบซองเอกสารนั้นด้วยความรำคาญใจ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าของภรรยาเพื่อหาพิรุธ แต่สิ่งที่เขาพบมีเพียงรอยยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้แตะไปถึงดวงตา เป็นรอยยิ้มที่เยียบเย็นและน่ากลัวที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาตั้งแต่รู้จักกัน นิ้วแกร่งดึงเอกสารด้านในออกมา แผ่นกระดาษA4แผ่นแรกปรากฏต่อสายตา ตัวหนังสือหัวข้อตัวหนาขนาดใหญ่เด่นชัดสะท้อนเข้าสู่โสตประสาทและการรับรู้ *“3. บันทึกข้อตกลงการหย่าและแบ่งสินสมรส”* ลมหายใจของซีอีโอหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครสะดุดกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนไม่เชื่อสายตา กรณ์รีบพลิกกระดาษแผ่นนั้นอย่างรวดเร็ว ลายเซ็นต์ด้านล่างในช่อง 'คู่สมรสฝ่ายหญิง' ถูกจรดด้วยหมึกสีดำสนิทอย่างมั่นคง เหลือเพียงช่องว่างฝั่ง 'คู่สมรสฝ่ายชาย' เท่านั้นที่รอการตัดสินใจ "คุณบ้าไปแล้วหรือพิม!" กรณ์ตบโต๊ะเสียงดังจนแก้วไวน์สั่นสะเทือน ผู้คนโต๊ะรอบข้างหันมามองด้วยความตกใจ แต่ชายหนุ่มหาได้สนใจไม่ ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขมับ "แค่ผมกลับบ้านดึกในช่วงนี้ แค่ผมไม่มีเวลาให้ในวันครบรอบ ถึงกับต้องเอาเรื่องหย่ามาขู่กันเลยงั้นเหรอ? คุณใช้วิธีเด็กๆ แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่!" พิมพ์พรรณยังคงนั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างสง่างาม เธอยกจิบน้ำเปล่าอุ่นๆ อย่างใจเย็น ราวกับพายุที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ตรงหน้าเป็นเพียงสายลมพัดผ่าน "คุณคิดว่าฉันกำลังเรียกร้องความสนใจเหรอครับ กรณ์" พิมพ์พรรณทวนคำ ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เจ็ดปีที่ผ่านมา ฉันเคยใช้คำว่า 'ครอบครัว' มาผูกมัดคุณไว้ แต่ดูเหมือนว่า สำหรับคุณแล้ว ทะเบียนสมรสใบนั้นเป็นเพียงแค่เครื่องประดับทางสังคม ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ชายผู้สมบูรณ์แบบของคุณเท่านั้น... ไม่เคยมีฉันอยู่ในนั้นเลย" "พิม! อย่ามาทำเป็นพูดดี" กรณ์กัดฟันกรอด สันจรามขึ้นเป็นสันนูนด้วยความเดือดดาล "ผมทำงานเหนื่อยแทบตายก็เพื่อใคร เพื่อบริษัท เพื่ออนาคตของเราสองคน! คุณอยู่สุขสบายในคฤหาสน์หลังนั้น มีเงินใช้อย่างไม่เคยขาดมือ แล้วคุณยังมีหน้ามาบอกว่าผมไม่เห็นคุณอยู่ในสายตาอย่างนั้นเหรอ?" "ใช่ครับ... คุณไม่เคยเห็น" พิมพ์พรรณลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงในชุดเดรสสีดำสนิทขับเน้นให้เธอดูทรงอำนาจและเยือกเย็นยิ่งกว่าเดิม เธอก้มตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเรียวเคาะลงไปบนซองเอกสารที่เหลือ ซึ่งบรรจุหลักฐานชิ้นสำคัญที่ถูกซ่อนไว้ใต้ใบหย่า "อ่านเอกสารชุดที่สองให้จบสิครับ... แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไม วันนี้ ถึงเป็นวันสุดท้ายที่เราจะใช้สถานะสามีภรรยากัน" กรณ์จ้องมองเธอด้วยความไม่ไว้วางใจ มือหนาหยิบกระดาษปึกที่เหลือขึ้นมาพลิกดูด้วยความหงุดหงิด แต่ทันทีที่สายตาคมกริบกวาดผ่านบรรทัดแรก สีหน้าที่เคยเกรี้ยวกราดและมั่นอกมั่นใจก็ค่อยๆ ถอดสี ความมั่น ภาพถ่ายนับสิบใบหลุดร่วงจากซองเอกสารลงบนโต๊ะอาหาร ภาพของเขาเอง... กรณ์ ประธานบริหารหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่กับเลขาฯ สาวคนสนิทในห้องทำงานส่วนตัวเมื่อสัปดาห์ก่อน และไม่ใช่แค่ภาพเดียว แต่มีทั้งภาพจากโรงแรมหรู หลักฐานการโอนเงินซื้อคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง ยอดเงินหลักสิบล้านที่ถูกถ่ายโอนไปยังบัญชีลับเพื่อซ่อนเร้นสินสมรส และที่สำคัญที่สุด... เอกสารรายงานการตรวจสอบบัญชีบริษัทที่บ่งชี้ชัดเจนว่า กรณ์กำลังใช้เงินของบริษัทในการปกปิดสินทรัพย์ส่วนตัวเพื่อเตรียมฟ้องหย่าเธอแบบมือเปล่า มือที่ถือกระดาษของกรณ์สั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ เหงื่อเม็ดเป้งผุดขึ้นตามไรผม ความเงียบงันเข้าเกาะกุมรอบโต๊ะอาหารทันที เสียงเพลงแจ๊สที่เคยไพเราะกลับกลายเป็นเสียงก้องกังวานที่บาดลึกในโสตประสาท "นี่มัน... คุณ... คุณเอามาจากไหน..." กรณ์เงยหน้าขึ้นมองภรรยา เสียงของเขาแหบพร่าและขาดห้วง ความทะนงตนทั้งหมดพังทลายลงในพริบตาเมื่อตระหนักได้ว่า ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาตามตัวมาตลอดเจ็ดปี แท้จริงแล้วกำลังถือดาบแห่งความยุติธรรมที่จ่ออยู่ที่คอหอยของเขา "ความลับไม่มีในโลกหรอกครับ กรณ์" พิมพ์พรรณโน้มตัวลงมาใกล้ใบหน้าของอดีสามี รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก ดวงตากลมโตคู่นั้นสะท้อนภาพชายผู้กำลังดิ้นรนอยู่ในหลุมพรางที่ตนเองเป็นคนขุดขึ้นมา "ทนายรวินท์จัดการทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว และพรุ่งนี้เช้า... ข่าวฉาวเรื่องการยักยอกทรัพย์และชู้สาวของคุณ จะไปอยู่บนหน้าหนึ่งของทุกสำนักข่าวทั่วประเทศ" กรณ์หน้าถอดสีจนซีดเผือก เขาพยายามจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อแก้ตัว แต่ลำคอกลับตีบตัน ความรู้สึกหวาดกลัวที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกำลังกัดกินหัวใจ ทว่า ในวินาทีที่พิมพ์พรรณกำลังจะหันหลังเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของกรณ์ก็แผดเสียงดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดถึงขีดสุด กรณ์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา สายตาเหลือบไปเห็นชื่อผู้โทรเข้าบนหน้าจอ... เป็นเบอร์โทรจากแม่บ้านที่ดูแลคฤหาสน์ของเขา เขากดรับโดยอัตโนมัติด้วยความล่ำลึก น้ำเสียงปลายสายร้อนรนและตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ *"คุณกรคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! อยู่ๆ ก็มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งหน้าตาเหมือนคุณไม่มีผิดเพี้ยน มายืนเคาะประตูคฤหาสน์ แล้วบอกว่า... บอกว่ามาหาคุณกับคุณพิมค่ะ!"* กรณ์ชะงักกึก หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ เขารemูลมองหน้าพิมพ์พรรณที่หยุดเดินทันทีเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว ร่างบางค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง พร้อมกับรอยยิ้มลึกล้ำที่แฝงไปด้วยความลับอันน่าสะพรึงกลัว ซึ่งกำลังจะพลิกเกมทุกอย่างในชีวิตของเขาให้พังพินาศลงอย่างไม่มีวันฟื้น --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่สมรภูมิแห่งความแค้นนี้ด้วยกันครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษกระจกบนรอยยิ้มของอดีตสามี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%