ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงระยับในมือของกรณ์สั่นเทาเล็กน้อย ราวกับมันมีน้ำหนักเทียบเท่ากับศิลาพันตันที่กดทับลงบนข้อมือของอดีตซีอีโอผู้เคยคุมชะตาชีวิตคนนับร้อย
บนโต๊ะทำงานไม้สักทองเนื้อดีในห้องประชุมสำนักงานกฎหมายของรวินท์ บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจที่ติดขัดของชายหนุ่ม เอกสารข้อตกลงการสละสิทธิ์ในหุ้นบริษัททั้งหมด การโอนกรรมสิทธิ์บ้านพักริมทะเล และเงื่อนไขการชดเชยค่าเสียหายทางจิตใจที่พิมพ์พรรณร่างขึ้นอย่างรัดกุมทุกตัวอักษร ถูกกางแผ่หราอยู่เบื้องหน้า
มันไม่ใช่แค่เอกสารทางกฎหมาย แต่มันคือใบมรณบัตรที่ฝังกลบตัวตนอันยิ่งใหญ่ของกรณ์ลงไปในหลุมศพที่เขาขุดขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง
"เซ็นสิครับ คุณกรณ์..." รวินท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งไมตรีแต่ก็ไม่ได้เยาะเย้ย ทนายความหนุ่มเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นโลหะมองตรงไปยังอดีตสามีของลูกความด้วยความเยือกเย็น "เวลามีค่าเสมอ และผมเชื่อว่าคุณคงไม่อยากให้กระบวนการทางอาญาเรื่องการยักยอกทรัพย์และฟอกเงินต้องถูกยกระดับขึ้นสู่ชั้นศาลหรอกกระมังครับ"
กรณ์เงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาของเขาไม่ได้มองรวินท์ แต่มันพุ่งตรงไปยังหญิงสาวที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม
พิมพ์พรรณในยามนี้งดงามราวกับคมมีดที่อาบยาพิษ เธอนั่งนิ่งสงบ ชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มขับเน้นให้บุคลิกภาพของเธอดูกล้าแกร่งและเด็ดเดี่ยว แววตาคู่สวยที่เคยฉายแววเจ็บช้ำและรอคอยความเมตตาจากเขาเมื่ออดีต บัดนี้ว่างเปล่า เยียบเย็น และสะท้อนภาพความพินาศของเขาอย่างชัดเจน เธอไม่ต้องเอ่ยปากพูดสักคำ แต่ทุกอณูในบรรยากาศรอบตัวเธอกำลังประกาศกร้าวว่า 'ความเมตตา' ได้ตายจากโลกใบนี้ไปนานแล้ว
"พิม..." กรณ์เปล่งเสียงแหบพร่าออกมา คอของเขาแห้งผาก ราวกับมีเศษแก้วบาดอยู่ภายใน "นี่มัน... มากเกินไปหรือเปล่า ทุกอย่างที่ผมสร้างมา หยาดเหงื่อทุกหยด..."
"หยาดเหงื่อ?" พิมพ์พรรณทวนคำ เสียงหัวเราะแผ่วเบาหลุดออกมาจากลำคอของเธอ เป็นเสียงที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง "คุณกรณ์กำลังพูดถึงหยาดเหงื่อของใครครับ? หยาดเหงื่อของคุณ หรือหยาดน้ำตาของฉันตลอดหลายปีที่คุณเหยียบย่ามศักดิ์ศรีของฉันเหมือนเศษฝุ่น?"
เธอยืดตัวขึ้นเล็กน้อยโน้มตัวไปข้างหน้า สายตาดุดั่งคมมีดกรีดลึกลงไปในความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจเขา
"ตอนที่คุณเซ็นเอกสารหย่าโดยไม่แม้แต่จะชายตามองหน้าฉัน ตอนที่คุณปล่อยให้ข่าวเสียหายโถมเข้าใส่ฉันจนแทบเอาชีวิตไม่รอด คุณเคยคิดถึงหยาดเหงื่อของฉันบ้างไหม? วันนี้สิ่งที่คุณกำลังจะสูญเสีย มันเป็นเพียงเศษเสี้ยวเดียวของความเจ็บปวดที่คุณเคยมอบให้ฉันด้วยซ้ำ... จงสำนึกบุญคุณเสียเถอะครับ ที่ฉันยังเมตตาให้คุณเดินออกจากชีวิตฉันในฐานะคนล้มละลายที่ยังมีลมหายใจ ไม่ใช่นักโทษในเรือนจำ"
คำพูดแต่ละคำบาดลึกเสียดแทงจนกรณ์ต้องหลับตาลงเพื่อกลั้นความรู้สึกพังทลายที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอก ภาพวันเก่าๆ ไหลย้อนกลับมา ราวกับภาพยนตร์ย้อนกรรม ภาพที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งเธอ ภาพที่เขาเคยเยาะเย้ยความอ่อนแอของภรรยาตัวเอง ใครจะคิดเล่าว่า กงกรรมกงเกวียนจะหมุนวนกลับมาเร็วถึงเพียงนี้ และคนที่ถือโซ่ตรวนคุมชะตาชีวิตของเขาในวันนี้ กลับเป็นผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าไม่มีวันมีค่าอะไรในสายตา
ไม่มีทางเลือกอื่น... อิสรภาพของเขาถูกตีราคาไว้ด้วยทรัพย์สินทั้งหมดที่เขามี
ถ้าไม่มีเงิน เขายังพอมีโอกาสเริ่มต้นใหม่ แต่ถ้าเข้าคุก ชีวิตของเขาจะถูกปิดตายอย่างแท้จริง
กรณ์สูดหายใจเข้าลึก, มือที่สั่นเทาเอื้อมไปหยิบปากกา ด้ามจับเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง เขารู้ดีว่าการจรดปลายปากกาลงไปในครั้งนี้ หมายถึงการปิดฉากชีวิตอันรุ่งโรจน์ของ "กรณ์ อัครราช" อย่างถาวร ความทะนงตน อำนาจ และชื่อเสียง จะเหลือเพียงแค่ชื่อในหน้าประวัติศาสตร์ธุรกิจที่ถูกลืมเลือน
*แกร๊ก...*
เสียงปลอกปากกาถูกดึงออกดังขึ้นในความเงียบงัน มันเป็นเสียงที่ดังชัดเจนที่สุดในชีวิตของเขา
ดวงตาคมกริบของพิมพ์พรรณจับจ้องทุกการเคลื่อนไหว เธอนั่งมองอดีตสามีผู้เคยเย่อหยิ่งค่อยๆ ️ก้มหน้าลงลงนามในเอกสารทีละฉบับ ความรู้สึกสะใจไม่ได้เอ่อล้นขึ้นมาอย่างที่เคยจินตนาการไว้ มีเพียงความโล่งเบาประหลาด และความว่างเปล่าที่ค่อยๆ เติมเต็มพื้นที่ในหัวใจที่เคยแตกสลาย
เมื่อลายเซ็นสุดท้ายบนแผ่นกระดาษแผ่นที่ห้าเสร็จสิ้นลง กรณ์ก็ทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ด้วยความหมดแรง ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง เอกสารทั้งหมดถูกรวบรวมโดยรวินท์อย่างเป็นระเบียบ ทนายความหนุ่มตรวจสอบความถูกต้องก่อนจะพยักหน้าให้พิมพ์พรรณเป็นเชิงยืนยัน
"เรียบร้อยครับคุณพิม... จากนี้ไป ทรัพย์สินและสิทธิ์ทางกฎหมายทั้งหมดตกเป็นของคุณพิมตามเงื่อนไข ส่วนคุณกรณ์... คุณเป็นอิสระแล้วครับ"
กรณ์นิ่งงง ราวกับคนหูหนวก เขาไม่ได้ยินเสียงของรวินท์ สายตาของเขาเหม่อมองไปยังเอกสารเหล่านั้นด้วยความรู้สึกว่างเปล่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาไขว่คว้ามาทั้งชีวิต บัดนี้หลุดลอยหายไปในพริบตาเดียว
พิมพ์พรรณลุกขึ้นยืนช้าๆ เธอจัดสูทให้เข้าที่ หยิบกระเป๋าถือหนังแท้ขึ้นมาคล้องแขน ก่อนจะก้าวเดินไปหยุดอยู่ที่ด้านข้างเก้าอี้ของอดีตสามี เธอก้มลงมองเขาด้วยหางตา รอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนริมฝีปากของเธอนั้นงดงามแต่เยือกเย็นจนน่ากลัว
"ขอบคุณสำหรับความร่วมมือนะครับ... คุณกรณ์" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือน "หวังว่าเราคงไม่มีความจำเป็นต้องพบกันใหม่อีกในชาตินี้"
พูดจบ พิมพ์พรรณก็หันหลังให้และก้าวเดินออกจากห้องประชุมไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้กรณ์นั่งอยู่ลำพังท่ามกลางซากปรักหักพังของอาณาจักรที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยความทะเยอทะยาน
ชายหนุ่มซบหน้าลงกับฝ่ามือทั้งสองข้าง ไหล่กว้างสั่นเทาด้วยแรงสะอื้นที่ถูกกลั้นไว้ ความโดดเดี่ยวและความสำนึกผิดถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์ซัดถล่ม เขาสูญเสียทุกอย่าง... สูญเสียทั้งอำนาจ เงินทอง และที่สำคัญที่สุดคือสูญเสียผู้หญิงคนเดียวที่เคยรักและซื่อสัตย์กับเขาด้วยใจจริง
แต่ในขณะที่กรณ์กำลังจมดิ่งอยู่กับความมืดมนของความพ่ายแพ้ เสียงฝีเท้าก้าวฉับๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นอีกครั้งอย่างกะทันหัน
"คุณกรครับ! แย่แล้วครับ..."
เสียงร้อนรนของเลขาธิการส่วนตัวที่ติดตามเขามานานดังขึ้น พร้อมกับร่างที่หอบเหนื่อยจากการวิ่งทะลุเข้ามาในห้องโดยไม่สนใจมารยาท กรณ์เงยหน้าขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตา ดวงตาสแดงก่ำจ้องมองลูกน้องด้วยความหงุดหงิด
"มีอะไรอีกวะ! ฉันหมดตัวแล้ว ยังมีอะไรให้แย่ไปกว่านี้อีกเล่า!" กรณ์ตวาดลั่น
เลขาหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ยื่นโทรศัพท์มือถือหน้าจอเปิดภาพถ่ายวงจรปิดจากล็อบบี้ของอาคารให้เขาดูด้วยมือที่สั่นเทา "คือ... คือว่า... ผมบังเอิญไปเจอคนคนหนึ่งที่ชั้นล่างครับ... เด็กผู้ชายคนนั้น... คนที่มากับผู้หญิงอีกคน... หน้าตาของเขา..."
กรณ์ขมวดคิ้วด้วยความไม่สบอารมณ์ ก้มมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่เลขาฯ ยื่นให้อย่างไม่ใส่ใจนักในตอนแรก ทว่า... เมื่อดวงตาคู่คมกวาดมองภาพเด็กชายวัยราวๆ สี่ขวบที่กำลังยืนถือลูกโป่งอยู่ข้างเสาในล็อบบี้ หัวใจของเขากลับกระตุกวูบ ดิ่งลงไปถึงตาตุ่ม ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่ไขสันหลัง
เด็กชายคนนั้น... มีดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโครงหน้าที่ถอดแบบมาจากกระจกเงาวัยเด็กของเขาไม่มีผิดเพี้ยน!
และที่สำคัญที่สุด... บนข้อมือเล็กๆ นั้น มีรอยแผลเป็นรูปจันทร์เสี้ยวจางๆ... ตำหนิพันธุกรรมเดียวกับที่เขาและบรรพบุรุษตระกูลอัครราชมีติดตัวมาแต่กำเนิด!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวแห่งความเจ็บปวดนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
เศษกระจกบนรอยยิ้มของอดีตสามี•ตอนที่ 24
การตัดสินใจครั้งใหญ่
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษกระจกบนรอยยิ้มของอดีตสามี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!