เสียงคำรามต่ำของฟ้าผ่าสะเทือนกระจกหน้าต่างบานใหญ่ให้สั่นระริก เม็ดฝนฤดูมรสุมกระหน่ำซัดเข้าใส่ตึกเก่าสถาปัตยกรรมโคโลเนียลริมแม่น้ำเจ้าพระยา ราวกับธรรมชาติกำลังพยายามลบเล้างานศิลปะที่มนุษย์สร้างขึ้นด้วยความรุนแรง ภายในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของกระดาษเก่าและควันจางๆ จากกำยานไม้กฤษณา บรรยากาศกลับเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคน
ศตวรรษยืนนิ่งอยู่หน้ากระดานชนวนขนาดใหญ่ มือข้างหนึ่งถือแก้ววิสกี้ที่น้ำแข็งละลายจนหมด เหลือเพียงของเหลวสีอำพันเข้มข้นที่สะท้อนแสงไฟสลัวจากตะเกียงโบราณ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจดจ้องไปยังภาพถ่ายอาคมและแผนผังคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่โยงใยซับซ้อนราวกับใยแมงมุม เขากำลังใช้ตรรกะอันเฉียบคมประมวลผลข้อมูลทั้งหมด แต่ทว่า... สมาธิของเขากลับถูกรบกวนอย่างสิ้นเชิง
ไม่ใช่เพราะเสียงฝนที่ด้านนอก แต่เป็นเพราะผู้หญิงที่นั่งอยู่บนโซฟาหนังสีชาด้านหลังเขา
รินทร์ไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหนตั้งแต่ฝนเริ่มตั้งเค้าเมื่อสองชั่วโมงก่อน เธอนั่งไขว่ห้างในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีดำสนิทที่ยับย่นเล็กน้อยจากการเดินทาง กระดุมเม็ดบนถูกปลดออกเผยให้เห็นลำคอระหงและผิวเนียนละเอียดที่สะท้อนกับแสงไฟ ดวงตากลมโตคู่คมที่มักจะซ่อนความลับและรอยยิ้มเย้ายวนเอาไว้เสมอ บัดนี้กำลังจ้องมองแผ่นหลังของเขาด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
"คุณกำลังใช้ตรรกะหักล้างสิ่งที่ตรรกะอธิบายไม่ได้อยู่นะครับ ศตวรรษ" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความเย้ายวนดังขึ้นทำลายความเงียบ รินทร์เอ่ยเบาๆ แต่ก้องกังวานในพื้นที่แคบๆ นี้
ศตวรรษไม่หันกลับไปทันที เขายกแก้วขึ้นจิบของเหลวรสร้อนผ่าวเพื่อกดความรู้สึกบางอย่างที่กำลังตีรวนอยู่ในอก "บางทีสิ่งที่เรียกว่าไสยเวทของคุณ รินทร์ มันก็แค่ความกลัวในสิ่งที่มนุษย์ยังไม่เข้าใจทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น"
"วิทยาศาสตร์เหรอครับ..." รินทร์หัวנסอเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวهเราะของเธอมีเสน่ห์ร้ายกาจจนน่าโมโห เธอขยับตัวลุกขึ้นยืน ช้าๆ และเงียบเชียบ ราวกับแมวป่าที่กำลังย่างก้าวเข้าหาเหยื่อ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นไม้ดังเป็นจังหวะที่สอดรับกับเสียงฟ้าผ่าด้านนอก
ศตวรรษสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ รินทร์หยุดยืนอยู่ด้านหลังเขา ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ กลิ่นกายหอมเย็นละมุนผสมผสานกับกลิ่นอายดินชื้นฝนโชยเข้าจมูกปลุกสัญชาตญาณดิบที่เขาพยายามกดทับไว้ใต้ท่าทีเยือกเย็นมาตลอด
"ถ้ามันเป็นแค่ความกลัวทางวิทยาศาสตร์ ทำไมหัวใจของคุณถึงเต้นแรงขนาดนั้นล่ะครับ ตอนที่อยู่ใกล้ผม..." รินทร์กระซิบชิดใบหูของเขา น้ำเสียงนั้นแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของปีศาจที่เย้ายวนให้มนุษย์ทำผิดศีลธรรม ปลายนิ้วเรียวยาวเย็นเฉียบราวกับน้ำค้างยามดึกแตะลงบนปกเสื้อเชิ้ตด้านหลังของเขาอย่างแผ่วเบา
ศตวรรษสะท้านเฮือกโดยไม่ตั้งใจ เขาคุมมือให้มั่นคงแล้ววางแก้วลงบนโต๊ะไม้เสียงดังกระทบกันเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาประชิดตัวเธอ ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ความสูงของเขากดดันให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อย แต่รินทร์ไม่มีท่าทีเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มที่มุมปากของเธอยังคงเปี่ยมด้วยชั้นเชิงและท้าทาย
"คุณกำลังเล่นกับไฟ, รินทร์" ศตวรรษเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำพร่า แววตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิบอิ่มที่แย้มยิ้มอย่างท้าทาย เขาเป็นนักมานุษยวิทยาที่เชื่อมั่นในเหตุผล แต่เวลานี้ เหตุผลทั้งหมดกำลังพังทลายลงต่อหน้าผู้หญิงที่เป็นทั้งกุญแจไขคดีและคำสาปในชีวิตของเขา
"บางที... ไฟดวงนี้อาจจะอุ่นกว่าที่คุณคิดนะครับ หรือว่าคุณกลัวว่าตัวเองจะไหม้เกรียมจนกลับไปเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้เย็นชาคนเดิมไม่ได้อีกแล้ว?" รินทร์ยื่นมือเรียวขึ้นสัมผัสกรอบหน้าคมสันของเขา ปลายนิ้วไล้ผ่านสันจรามอย่างจงใจยั่วเย้า ดวงตาคู่นั้นสะท้อนภาพของเขาที่เต็มไปด้วยความลังเลและความต้องการที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน
ความอดทนของสุภาพบุรุษขาดผึงลงในเสี้ยววินาที ศตวรรษรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วจนร่างของทั้งสองแนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่าง รินทร์สูดหายใจเข้าเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ แต่รอยยิ้มบนริมฝีปากกลับยิ่งกว้างขึ้น ราวกับเป็นสิ่งที่เธอรอคอยมาตลอด
ริมฝีปากของเขาทาบทับลงไปอย่างดุดันและลึกซึ้ง เป็นจูบที่ไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่ มีเพียงความหิวกระหาย ความสับสนในจุดยืน และแรงดึงดูดอันตรายที่ไม่อาจปฏิเสธ รินทร์ไม่ขัดขืน เธอเผยริมฝีปากรับสัมผัสร้อนแรงนั้นอย่างเต็มใจ มือทั้งสองข้างโอบรอบลำคอของเขา ดึงรั้งให้ร่างสูงโน้มลงมาหาเธอท่ามกลางเสียงฝนที่กระหน่ำซัดด้านนอก
มันเป็นความใกล้ชิดที่เกินเลยเส้นแบ่งระหว่างพันธมิตรและศัตรู เป็นความสัมพันธ์สีเทาที่เต็มไปด้วยอาคมแห่งแรงปรารถนาและความลับที่ยังไม่ถูกเปิดเผย ทั้งสองต่างรู้ดีว่าการยอมจำนนต่อกันในครั้งนี้อาจนำไปสู่หายนะ แต่ไม่มีใครคิดจะถอยหลัง
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังลุ่มลึกและหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เสียงบางอย่างก็ทำลายมนต์สะกดนั้นลง
*กริ๊ก...*
ไม่ใช่เสียงฝน ไม่ใช่เสียงฟ้าผ่า แต่เป็นเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังขึ้นตรงหน้าประตูห้องทำงานของศตวรรษ ตามด้วยเสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ราวกับมีคนกำลังพยายามสะเดาะกุญแจจากด้านนอก!
รินทร์ชะงัก เธอดึงตัวออกเล็กน้อย ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ หายใจหอบถี่ขณะมองหน้าศตวรรษ
ศตวรรษผละออกจากเธอทันที แววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุดันในพริบตา เขารีบคว้าปืนพกสั้นที่ซ่อนไว้ใต้ลิ้นชักโต๊ะขึ้นมาปลดเซฟอย่างเงียบเชียบ บรรยากาศโรแมนติกเมื่อครู่ถูกแช่แข็งด้วยความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
ลูกบิดประตูห้องค่อยๆ หมุนช้าๆ จากด้านนอก... พร้อมกับกลิ่นอายคาวเลือดและธูปโบราณที่โชยลอดใต้ช่องประตูเข้ามาเตะจมูก
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับการแกะรอยความจริงในความมืดมิดนี้ร่วมกับผมนะครับ
อรุณมนตราขาว
ศัสตราอาคมกับรอยยิ้มของฆาตกร•ตอนที่ 9
คืนที่ฝนตกหนัก
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอาคมกับรอยยิ้มของฆาตกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!