"ข้าให้เจ้าได้เพียงราคานี้ หากเจ้าไม่พอใจ ก็เชิญนำของพวกนี้กลับไปเน่าเสียที่หมู่บ้านบ้านนอกของเจ้าเถิด"
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งของ 'พ่อค้าเฝิง' ดังขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายของตลาดการค้าในเมืองหลวง เขาวางป้ายไม้ที่สลักตัวเลขราคาต่ำเตี้ยลงบนโต๊ะไม้สักขัดเงา สายตาของเขาเหลือบมองหลินฟางด้วยความเหยียดหยาม ประหนึ่งว่าสินค้าในตะกร้าไม้สานที่นางนำมานั้นเป็นเพียงเศษขยะที่เก็บได้ข้างทาง
หลินฟางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง นางไม่ได้โกรธเคือง ทว่ากลับคลี่ยิ้มบางที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เฉินหยางซึ่งยืนซ้อนหลังนางอยู่ถึงกับขยับมือไปวางบนด้ามกระบี่ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ ดวงตาของเขาคมกริบราวกับพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำคอหอยใครก็ตามที่กล้าทำให้ภรรยาของเขาขุ่นเคือง
"ท่านเฝิงเจ้าคะ..." หลินฟางเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบราวกับผิวน้ำในยามไร้ลม "ท่านเป็นถึงพ่อค้าใหญ่ประจำเมืองหลวง เหตุใดจึงตัดสินสินค้าจากเพียงภายนอกเช่นนี้เล่า? ท่านไม่ได้กลิ่นที่โชยออกมาจากตะกร้าใบนี้บ้างหรือ?"
นางเอื้อมมือไปเปิดผ้าคลุมสีตุ่นออกช้าๆ เผยให้เห็นเมล็ดข้าวสาลีสีทองอร่ามที่เปล่งประกายล้อแสงไฟในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ มันไม่ใช่ข้าวสาลีธรรมดา แต่มันคือผลผลิตที่ผ่านการคัดสรรจากมิติลับของนาง ข้าวแต่ละเมล็ดอวบอิ่ม ผิวสัมผัสเกลี้ยงเกลา และที่สำคัญที่สุด... กลิ่นหอมจางๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของดินและน้ำสะอาดบริสุทธิ์ได้พุ่งกระจายไปทั่วบริเวณจนคนเดินผ่านไปมาต้องหยุดกึก
พ่อค้าเฝิงชะงัก สายตาที่เคยดูแคลนเปลี่ยนเป็นความตกตะลึง เขาหยิบเมล็ดข้าวขึ้นมาพินิจใกล้ๆ ก่อนจะใช้นิ้วบดเบาๆ ผงแป้งที่ติดปลายนิ้วเขามีความละเอียดและมีความชื้นที่พอเหมาะอย่างยิ่ง
"นี่มัน... ข้าวสาลีพันธุ์พิเศษจากแดนใต้หรือ?" พ่อค้าเฝิงพึมพำ แต่หลินฟางเพียงแค่อ่อนยิ้ม
"หามิได้เจ้าค่ะ นี่คือผลผลิตจากไร่ของครอบครัวข้าเอง หากท่านไม่สนใจ ข้าคงต้องนำไปเสนอให้กับโรงเตี๊ยมตระกูลจ้าวฝั่งตรงข้ามแทนเสียแล้ว เห็นว่าพวกเขากำลังต้องการแป้งคุณภาพสูงไปทำขนมมงคลต้อนรับเทศกาลอยู่พอดี"
คำพูดของนางเหมือนหยดน้ำมันที่หยอดลงบนกองเพลิง พ่อค้าเฝิงหน้าเปลี่ยนสีทันที ตระกูลจ้าวคือคู่แข่งทางการค้าที่เขากำลังขับเคี่ยวกันอย่างหนัก หากเขาปล่อยให้ของดีระดับนี้หลุดมือไปถึงมือคู่แข่ง นั่นเท่ากับเขาส่งอาวุธชั้นยอดไปให้ศัตรู
"เดี๋ยวแม่นาง!" พ่อค้าเฝิงลุกขึ้นยืนพลางรีบโบกมือ "ข้าไม่ได้บอกว่าจะไม่ซื้อ... แต่ราคาที่เจ้าเสนอมามันสูงกว่าราคาตลาดถึงสามเท่าเชียวนะ!"
"ของดี ย่อมคู่ควรกับราคาที่สูงเจ้าค่ะ" เฉินหยางแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ เขาขยับตัวก้าวออกมาข้างหน้าเพียงครึ่งก้าว กลิ่นอายของความกดดันจากอดีตนายทหารแผ่ออกมาจนคนรอบข้างต้องถอยกรูด "ภรรยาข้าไม่ได้นำของมาขายเพื่อการกุศล และหากท่านคิดจะกดราคาพวกเรา... ข้าเกรงว่าเมืองหลวงแห่งนี้อาจจะแคบเกินไปสำหรับคนสายตาสั้นเช่นท่าน"
บรรยากาศในโรงเตี๊ยมเงียบสนิทลงฉับพลัน พ่อค้าเฝิงเหงื่อซึมตามไรผม เขาจ้องมองใบหน้าที่ดุดันของเฉินหยางสลับกับใบหน้าที่สงบนิ่งดุจผิวน้ำของหลินฟาง ในใจก่นด่าตนเองที่เกือบพลาดโอกาสครั้งใหญ่ไปเพียงเพราะความเย่อหยิ่ง
"ได้... ข้าตกลงตามราคาที่เจ้าว่า แต่ข้ามีข้อแม้... ข้าต้องการข้าวสาลีคุณภาพนี้ทุกๆ เดือน และต้องเป็นคนแรกที่ได้สิทธิ์ซื้อทั้งหมด!" พ่อค้าเฝิงยอมจำนน
หลินฟางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหยิบสัญญาฉบับร่างที่เตรียมไว้ในแขนเสื้อออกมาวางลงบนโต๊ะ "ย่อมได้เจ้าค่ะ แต่เราต้องลงนามในสัญญาผูกขาด และเงินมัดจำต้องจ่ายล่วงหน้าครึ่งหนึ่งตั้งแต่วันนี้"
การเจรจาดำเนินไปอย่างดุเดือดท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบของพ่อค้าคนอื่นๆ ในตลาด หลินฟางใช้ไหวพริบและข้อมูลที่นางมีในมือต่อรองจนได้ผลประโยชน์ที่เกินกว่าคาดหมาย เมื่อลงนามเสร็จสิ้น เฉินหยางจึงหยิบถุงเงินหนักอึ้งที่ได้รับมาส่งให้นาง
"เก่งมาก" เฉินหยางกระซิบข้างหูพลางลูบศีรษะนางด้วยความเอ็นดูที่เขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็น "วันนี้เจ้าเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว อยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือไม่? เดี๋ยวข้าจะไปซื้อมาให้"
หลินฟางยิ้มตาหยี ความเหนื่อยล้าจากตลาดการค้าหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อเห็นแววตาคลั่งรักของสามี "ข้าอยากทานซุปกระดูกหมูต้มรากบัวที่ตลาดมืดด้านโน้นเจ้าค่ะ ข้าได้ยินมาว่าร้านนั้นทำรสชาติได้นุ่มลึกนัก"
ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเดินออกไปจากโรงเตี๊ยม เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มชายฉกรรจ์ชุดดำจำนวนหนึ่งก็เดินเข้ามาขวางทางออกไว้ ชายร่างสูงใหญ่ผู้หนึ่งสวมชุดคลุมไหมสีน้ำเงินเข้มขยับหน้ากากสีเงินขึ้นเผยให้เห็นรอยแผลเป็นที่หางตา เขาจ้องมองไปยังตะกร้าไม้สานที่ว่างเปล่าของหลินฟางด้วยสายตาเรียบเฉย
"แม่นางหลินฟาง... ข้าวสาลีล็อตนี้ท่านขายไปแล้ว แต่ว่า... ข้าได้ยินมาว่าท่านยังมี 'ผลไม้สีคราม' ที่ไม่อยู่ในรายการค้าขายปกติอีกอย่างหนึ่งมิใช่หรือ?"
หลินฟางตัวแข็งทื่อ รอยยิ้มบนใบหน้าหายไปทันที เฉินหยางขยับกายบังร่างภรรยาไว้มิดชิด มือของเขาคว้าด้ามกระบี่แน่นขึ้น
"ท่านเป็นใคร และรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?" หลินฟางถามเสียงสั่น แม้พยายามคุมสติ แต่หัวใจกลับเต้นรัวเหมือนกลองศึก เพราะสิ่งที่เขาเอ่ยถึง... คือสมบัติล้ำค่าที่สุดในมิติลับที่นางไม่เคยเปิดเผยให้ผู้ใดล่วงรู้มาก่อน!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กุหลาบหนามเงิน" เสมอมานะคะ!
เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวร้าย ขอถอนตัวไปเป็นเศรษฐินี•ตอนที่ 23
คู่ค้าใหม่ในตลาดใหญ่
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวร้าย ขอถอนตัวไปเป็นเศรษฐินี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!