เสียงตบโต๊ะไม้สนกระแทกดังสนั่นจนถ้วยชามกระเบื้องเคลือบสั่นระริก น้ำชาลวกคอที่เพิ่งรินถูกสะบัดกระเซ็นเปรอะเปื้อนผ้าปูโต๊ะสีซีด บรรยากาศภายในห้องโถงบ้านสกุลเฉินเวลานี้ตึงเครียดเสียจนแทบจะใช้มีดกรีดให้ขาดออกจากกันได้
"หลินฟาง! แกมันอีสะใภ้อกตัญญู! กล้าดียังไงถึงไล่แม่สามีอย่างฉันออกจากบ้านหลังนี้ แถมยังขนข้าวของเครื่องใช้ในครัวออกไปแจกจ่ายชาวบ้านจนหมดเกลี้ยง บ้านหลังนี้เป็นสมบัติของตระกูลเฉินนะโว้ย! แกไม่มีสิทธิ์มาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ!"
เสียงแหลมปรี๊ดของแม่สามีจอมปลอมดังแผดก้องจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปーン นางจงใจบีบน้ำตาเรียกคะแนนความน่าสงสารจากบรรดาญาติห่างๆ ที่พากันยกโขยงมาเป็นแนวร่วมหวังฮุบเสบียงกรังและเงินทองที่หลินฟางหามาได้จากหยาดเหงื่อแรงกาย
หลินฟางยืนไขว่ห้างอยู่หน้าเตาผิง ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มเยдяเย็นชา ดวงตากลมโตฉายแววรู้ทันจนอีกฝ่ายรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ มือเรียวบางกำลังละเมียดละไมใช้ผ้าสะอาดเช็ดมีดเหล็กกล้าสำหรับแล่เนื้อในมิติฟาร์ม ประกายคมกริบสะท้อนกับแสงไฟวับวับ ชวนให้เสียวสันหลังวาบ
"สมบัติของตระกูลเฉินงั้นหรือคะคุณแม่?" หลินฟางเอ่ยทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ตอนที่สามีส่งเงินเดือนมาให้ทุกเดือน คุณแม่เอาไปปรนเปรอพี่ชายคนโตจนหมด จนฉันกับลูกต้องแทบอดตายคาบ้านหลังนี้ ตอนที่ฉันท้องแก่ใกล้คลอด คุณแม่ยังใช้ให้ฉันไปหาบฟืนกลางสายฝน จำไม่ได้แล้วหรือคะ? หรือความจำเสื่อมเพราะละโมบจนเกินพอดีกันแน่"
"อี... อีเด็กเปรตนี่!" แม่สามีหน้าดำคร่ำเครียด ปรี่เข้ามาหมายจะตบสั่งสอนให้หายแค้น
ทว่า—
*ปัง!*
เสียงประตูไม้เนื้อแข็งถูกถีบจนหลุดจากวงกบกระเด็นไปกระแทกผนังเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงลมกระโชกยามวิกาลพัดพาเอาไอเย็นเยียบและกลิ่นอายคาวเลือดสนามรบเข้ามาปกคลุมทั่วห้อง ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารยศนายพันเต็มยศก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับหนักแน่นราวกับภูเขาผาที่พร้อมจะพังทลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า
เฉินหยาง! สามีทหารที่ทุกคนคิดว่าตายไปในชายแดน หวนคืนกลับมาแล้ว!
ดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันขวับไปมองด้วยความหวาดผวา ใบพักตร์คมเข้มราวน้ำแข็งสลัก ดวงตาคมกริบดריดดุดันราวกับพญาอินทรีจ้องมองเหยื่อ กลิ่นอายกดดันระดับนายทหารผู้ผ่านศึกมาโชกโชนแผ่ซ่านออกมารอบตัว จนพวกญาติที่เคยปากเก่งส่งเสียงโวยวายเมื่อครู่ ต่างพากันหดหัวถอยกรูดไปชิดมุมห้องโดยมิได้นัดหมาย
"สามี... คุณกลับมาแล้วหรือคะ" หลินฟางเปลี่ยนท่าทีเป็นภรรยาผู้น่าสงสารทันที ดวงตาคู่สวยคลอหน่วงด้วยหยาดน้ำใส สองมือเรียวรีบวางมีดลงแล้ววิ่งเข้าไปซบลงกับอกแกร่งที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและกลิ่นอายบุรุษเพศอย่างออดอ้อ
เฉินหยางชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่วงแขนแข็งแรงราวกับคีมเหล็กจะโอบกอดร่างบางเข้าหาตัวอย่างหวงแหน มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มของภรรยาเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยน แต่สายตากลับตวัดมองมารดาแท้ๆ และบรรดาญาติพี่น้องด้วยแววตาที่เยียบเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก
"ใคร..." น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงคำเดียว ทว่ากลับทรงพลังจนทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ "ใครมันบังอาจกล้ารังแกภรรยาของเฉินหยางคนนี้"
แม่สามีหน้าถอดสี รีบคลานเข้าไปหาบุตรชายพร้อมกับโวยวายเสียงสั่น "หยางหยาง! ลูกกลับมาก็ดีแล้ว! ดูอีเมียตัวดีของลูกสิ มันเนรคุณ! มันไล่แม่ ออกจากบ้าน แถมยัง..."
"หุบปาก!" เฉินหยางคำรามลั่น แรงกดดันมหาศาลพุ่งเข้าใส่ผู้เป็นมารดาจนนางสะดุ้งเฮือก หุบปากฉับทันทีด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่นเทา
"ตลอดเวลาที่ผมไม่อยู่ ผมส่งเงินและเสบียงมาให้ครอบครัวเพื่อดูแลภรรยาและลูกชาย แต่สิ่งที่พวกท่านทำคือการสูบเลือดสูบเนื้อพวกเขางั้นหรือ?" เฉินหยางก้าวเข้าไปหาผู้เป็นมารดาช้าๆ เสียงรองเท้าคอมแบทกระทบพื้นห้องดัง *ก๊อก... ก๊อก...* ราวกับเสียงนับถอยหลังสู่ความตาย "ท่านแม่ คิดว่าอำนาจทหารในมือของผมมันไร้น้ำยาหรือไง ถึงกล้ามาเหยียบย่ำบ้านของผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า"
"หยางหยาง... แก... แกจะทำอะไรแม่ ลูกอกตัญญู!"
"ผมไม่ได้อกตัญญู แต่ผมกำลังชำระบัญชีในฐานะ 'ผู้นำครอบครัว' และ 'นายทหาร' ต่างหาก" เฉินหยางสะบัดมือเรียกทหารองครักษ์ในชุดลายพรางสองนายที่ยืนคุมเชิงอยู่นอกบ้านให้ก้าวเข้ามา "จัดการพาคนพวกนี้ออกไปให้พ้นเขตบ้านของผม ถ้าใครขัดขืน... จับข้อหาบุกรุกพื้นที่ทางทหารและรีดไถทรัพย์สิน ส่งตัวเข้าค่ายดัดสันดานทันที ไม่ต้องเว้นหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งสิ้น!"
"รับทราบครับผู้กอง!" ทหารทั้งสองนายขานรับเสียงดังฟังชัด ก่อนจะเข้าไปหิ้วปีกบรรดาญาติและแม่สามีที่ส่งเสียงกรีดร้องโวยวายโหยหวนราวกับหมูกลัวจะถูกเชือด ลากตัวออกไปจากบ้านสกุลเฉินอย่างไม่ไยดี
ภายในห้องโถงกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ ของความตึงเครียด
เสี่ยวเปาดังตื่นขึ้นจากห้องนอนเด็ก วิ่งออกมาสวมกอดขาพ่อทหารด้วยความคิดถึง เฉินหยางอุ้มบุตรชายขึ้นแนบอก ใบหน้าดุดันเมื่อครู่พลันอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด เขาก้มลงมองภรรยาคนสวยที่ยืนอมยิ้มมองเขาอยู่ไม่ไกล
"เหนื่อยหน่อยนะฟางฟาง" เฉินหยางเอ่ยเสียงนุ่ม ผิดกับมาดจอมโหดเมื่อครู่ราวกับคนละคน
"ไม่เหนื่อยเลยค่ะ..." หลินฟางยิ้มรับ ดวงตาสุกใสเป็นประกายซุกซน "เพราะรู้ว่าสามีสุดที่รักของฉัน... โหดเหี้ยมและพึ่งพาได้ขนาดนี้น่ะสิคะ"
นางหันหลังเดินกลับเข้าห้องครัว กลิ่นหอมกรุ่นของ "ซุปไก่ตุ๋นโสมพันปี" จากมิติลับที่นางเคี่ยวเคียงไว้ตั้งแต่ก่อนเกิดเรื่อง กำลังส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วบริเวณบ้าน ขับไล่บรรยากาศอึมครึมเมื่อครู่ออกไปจนหมดสิ้น น้ำซุปสีทองใสอุดมด้วยสมุนไพรล้ำค่าส่งควันฉุย ชวนให้ท้องไส้ปั่นป่วนด้วยความหิวโหย
เฉินหยางวางลูกชายลง แล้วเดินตามภรรยาเข้ามาในครัว พร้อมกับสวมกอดเอวบางจากด้านหลังอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าคมซบลงกับลาดไหล่สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวนาง
"หอมจัง... ทั้งอาหาร ทั้งตัวเธอ" เสียงกระซิบพร่าทุ้มข้างใบหูทำเอาหลินฟางใบหน้าร้อนผ่าว
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและอบอวลไปด้วยความสุขในครอบครัว ทันใดนั้นเอง...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นสามครั้งในยามวิกาลอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคน พร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินฟางแข็งค้างไปชั่วขณะ...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กุหลาบหนามเงิน" เสมอมานะคะ!
เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวร้าย ขอถอนตัวไปเป็นเศรษฐินี•ตอนที่ 33
สามีทหารโชว์ความโหด
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวร้าย ขอถอนตัวไปเป็นเศรษฐินี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!