"โฉดเขลาถึงเพียงนี้ ตั้งแต่บรรพบุรุษตระกูลเฉินของเราไม่เคยมีใครหน้าหนาไร้ยางอายเท่าพวกท่านมาก่อนค่ะ!"
เสียงตบโต๊ะไม้สนกระแทกดังสนั่นจนถ้วยชาเซรามิกกระโดด น้ำชาสีอำพันกระเซ็นเปรอะเปื้อนขอบโต๊ะ เฉินหยางยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีเข้มแผ่ไอสังหารและแรงกดดันระดับนายทหารผ่านศึกออกมาจนลุงใหญ่และป้าสะใภ้รองตัวสั่นเทา ถอยหลังกรูดไปจนชิดวงกบประตู
หลินฟางในชุดกระโปรงผ้าฝ้ายปักลายดอกเหมันต์สีฟ้าอ่อน นั่งไขว่ห้างจิบชาตุ๋นโสมในมืออย่างใจเย็น สายตาดอกท้อคู่สวยกวาดมองญาติผู้พี่และผู้อาวุธโสจอมปลอมที่บุกเข้ามาถึงห้องโถงด้วยความระcำระบัดใจ ในมิติลับของเธอยามนี้ เมล็ดพันธุ์โสมภูเขาอายุร้อยปีและพืชพรรณวิเศษกำลังเติบโตงอกงามจนแน่นขนัด แต่พวกเขากลับกล้ามาเคาะประตูบ้านเธอเพื่อทวงสิทธิ์บนผืนดินหลังบ้านที่ถูกทิ้งร้างมานานแรมปี เพียงเพราะกลิ่นหอมของซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนที่เธอกับลูกชายกินกันเมื่อคืนโชยไปไกลสามบ้านแปดบ้าน
"หยางฮุ่ย... นี่หลานพูดกับผู้อาวุโสเช่นนี้ได้อย่างไร ข้าก็แค่มารับฝากดูแลที่ดินรกร้างแทนพวกเจ้า กลัวว่าพวกเจ้าจะเหนื่อยแรงต่างหาก" ป้าสะใภ้รองฝืนยิ้มแห้งแล้ง ใบหน้ายับย่นพยายามบิดเบี้ยวเป็นความหวังดีที่น่าขยะแขยง
"ดูแลหรือคะ?" หลินฟางวางถ้วยแผ่วเบa รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากอย่างงดงาม "ที่ดินผืนนั้นขึ้นทะเบียนเป็นมรดกตกทอดของสามีดิฉันตามกฎหมาย ตั้งแต่พวกท่านเคยไล่ครอบครัวเราไปนอนโรงนาเก่าเมื่อสามปีก่อน ตอนนั้นไม่เห็นมีใครพูดถึงคำว่า 'ดูแล' สักคน พอตอนนี้ดิฉันขุดดินปลูกผัก ถางหญ้าทำแปลงเกษตร กลับวิ่งโร่มาอ้างสิทธิ์ หน้าหนาเกินไปแล้วกระมังคะ"
เสี่ยวเปาดึงชายเสื้อผ้าของมารดา ดวงตากลมโตใสแป๋วช้อนมองมารดา ก่อนจะหันไปแลบลิ้นใส่ลุงใหญ่ที่ทำหน้าถมึงทึง "แม่ครับ คนพวกนี้เหมือนสุนัขจิ้งจอกหิวกระหายเลย ขอรับประทานอะไรก็ไม่ได้ ขโมยดมกลิ่นไม่ได้ก็มาแย่งที่ดิน น่าเกลียดที่สุด!"
คำพูดไร้เดียงสาแต่เชือดเฉือนของเด็กน้อยทำเอาลุงใหญ่หน้าดำคร่ำเครียดจนแทบกระอักเลือด ทว่ายังไม่ทันที่ใครจะได้เอ่ยปากต่อความยาว เฉินหยางก็ก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวชายสูงวัยกว่า กลิ่นอายคุกรุ่นจากสนามรบทำให้ลุงใหญ่ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ถ้าไม่อยากให้ขาอีกข้างของพวกท่านใช้การไม่ได้ไปตลอดชีวิต ก็ไสหัวออกไปจากเขตบ้านตระกูลเฉินเสีย!" เฉินหยางเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องเขม็ง "ส่วนเรื่องที่ดิน... ฉันได้ทำเรื่องซื้อสิทธิ์ขาดจากทางการเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ดินผืนติดภูเขาด้านหลังทั้งหมด เป็นกรรมสิทธิ์ของครอบครัวเราแต่เพียงผู้เดียว!"
สิ้นคำประกาศนั้น สีหน้าของญาติผู้พี่และป้าสะใภ้ก็ซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งคำโต้แย้งใดๆ ทำได้เพียงสะบัดหน้าหนีแล้ววิ่งหนีหายลับไปจากรั้วบ้านอย่างลนลาน
ความเงียบสงบกลับคืนสู่เรือนไม้หลังงาม หลินฟางถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับสามีที่เพิ่งเปลี่ยนสีหน้าจากยักษ์มารเป็นความอ่อนโยนในพริบตา เฉินหยางทรุดตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้าภรรยา มือหนาหยาบกร้านเอื้อมมากุมมือเรียวนุ่มของนางไว้เบาๆ
"เหนื่อยหน่อยนะฟางฟาง... พี่จัดการไม่ดีเอง ปล่อยให้พวกมันมารบกวนเธอ" เสียงทุ้มต่ำเจือความรู้สึกผิด
หลินฟางส่ายหน้าเบาๆ รอยยิ้มละมุนละไมปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ไม่เลยค่ะ ดิฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณที่จัดการเด็ดขาด... ว่าแต่ ที่คุณบอกว่าซื้อสิทธิ์ขาดที่ดินผืนหลังบ้านทั้งหมดแล้ว นี่เรื่องจริงหรือคะ?"
เฉินหยางหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความรัก "ภรรยาตัวน้อยของผมเก่งกาจสร้างรายได้มหาศาลจากไหนต่อไหน สามีตกอับคนนี้จะมีหน้าเอาเงินเก็บจากเบี้ยเลี้ยงทหารไปซื้อที่ดินขยายอาณาจักรให้ภรรยาปลูกสมุนไพรและพืชพรรณวิเศษไม่ได้เชียวหรือ? เอกสารสิทธิ์อยู่ที่นี่แล้ว..." เขาหยิบม้วนกระดาษประทับตราทางการจากอกเสื้อออกมาส่งให้
ดวงตากลมโตของหลินฟางเป็นประกายระยับ เมื่อกางโฉนดที่ดินออกดู พื้นที่ป่าโปร่งและเนินเขาด้านหลังที่เชื่อมต่อกับมิติลับของเธอกลายเป็นกรรมสิทธิ์ของครอบครัวเฉินแบบเบ็ดเสร็จสมบูรณ์ พื้นที่มากกว่าสبيอไร่! นี่ไม่ใช่แค่การขยายสวนหลังบ้านธรรมดา แต่มันคือการเปิดประตูสู่การสร้างอาณาจักรความมั่งคั่งที่ใหญ่โตเกินกว่าใครจะจินตนาการได้
"ยอดเยี่ยมมากค่ะ..." หลินฟางพึมพำด้วยความตื่นเต้น หัวใจเต้นแรงด้วยความสุขสม
"ถ้าอย่างนั้น... วันนี้เรามาฉลองการขยายอาณาจักรกันดีกว่าไหมครับ?" เฉินหยางกระซิบชิดริมหีบปากนาง แววตาเจ้าเล่ห์นิดๆ "ผมเห็นคุณเก็บวัตถุดิบชั้นเลิศจากใน 'สวนพิเศษ' ของคุณมาเมื่อวาน... เมนูอะไรดีล่ะ หือ?"
หลินฟางหัวเราะคิกคัก ยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วสะบัดแขนเสื้อ "ถ้าพูดถึงการฉลองบนที่ดินใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายยามบ่ายแบบนี้... เมนูที่จะทำให้คนทั้งหมู่บ้านต้องกลืนน้ำลายตาม คงหนีไม่พ้น 'ไก่ต้มสมุนไพรโสมภูเขาน้ำแดง' กับ 'ซี่โครงหมูอบน้ำผึ้งป่าในหม้อดิน' หรอกค่ะ!"
นางสะบัดมือเบาๆ ส่งจิตเข้าสู่มิติลับ พริบตานั้น ไก่ป่าเนื้อแน่นอวบอ้วนและซี่โครงหมูป่าชั้นดี พร้อมด้วยสมุนไพรหายากก็ปรากฏขึ้นบนโต๊ะครัว กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและโสมอายุหลายร้อยปีโชยทะลุผ่านหน้าต่างเรือนไม้กระจายไปทั่วบริเวณ ลอยไปตามสายลมจนอบอวลไปทั่วทั้งตรอกซอกซอยของหมู่บ้าน
ณ บ้านเรือนข้างเคียง ชาวบ้านที่กำลังนั่งพักผ่อนต่างสูดจมูกฟุดฟิดด้วยความงุนงง กลิ่นหอมเย้ายวนใจนี้ช่างรุนแรงและลึกล้ำเสียจนกระเพาะอาหารส่งเสียงร้องโครกคราฟออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ทว่า ในขณะที่ควันหอมกรุ่นกำลังลอยละลิ่วขึ้นสู่ท้องฟ้าสีคราม และหลินฟางกำลังบรรจงเคี่ยวซอสสูตรลับด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านก็ดังขึ้นอีกครั้ง... ปัง! ปัง! ปัง!
ไม่ใช่เสียงเคาะแบบคนมาเยือนทั่วไป แต่มันคือการทุบด้วยความร้อนรนและเกรี้ยวกราด
เฉินหยางขมวดคิ้วมุ่น กำลังจะก้าวออกไปดู ทว่าหลินฟางกลับยกมือขึ้นห้าม แววตาดอกท้อหรี่แคบลงอย่างครุ่นคิด นางเดินไปแง้มประตูรั้วออกดูเล็กน้อย ก่อนที่ลมหายใจของนางจะสะดุดกุนกอ เมื่อพบว่าผู้ที่ยืนหอบหายใจโยนตัวอยู่หน้าบ้านในยามนี้ หาใช่ญาติผู้พี่หน้าเลือดเมื่อครู่ไม่...
แต่กลับเป็น 'ผู้ใหญ่บ้าน' ที่มีใบหน้าซีดเผือกเนื้อตัวสั่นเทา พร้อมด้วยจดหมายตราประทับสีแดงฉานจากอำเภอเมืองที่ถูกกำไว้แน่นในมือเหี่ยวย่น
"คุณเฉิน! คุณหลิน!แย่แล้ว..." ผู้ใหญ่บ้านตะโกนเสียงหลงด้วยความตื่นตระหนก "ที่ดินผืนใหญ่ที่พวกคุณเพิ่งซื้อมาขยายสวนหลังบ้าน... ทางการเพิ่งประกาศด่วนที่สุดเมื่อครู่ว่า... ใต้ผืนดินนั้นมีขุมทรัพย์หลวงซ่อนอยู่ และมันกำลังถูกสั่งอายัดโดยขุนนางใหญ่จากเมืองหลวง!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กุหลาบหนามเงิน" เสมอมานะคะ!
เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวร้าย ขอถอนตัวไปเป็นเศรษฐินี•ตอนที่ 28
ความร่ำรวยที่ปิดไม่มิด
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวร้าย ขอถอนตัวไปเป็นเศรษฐินี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!