"มันเรียกว่าอะไรนะ... สิ่งนี้... มันเรียกว่าอะไร"
เสียงพึมพำด้วยความสับสนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องเครื่องยนต์หลัก แรงโน้มถ่วงจำลองรอบตัวลดระดับลงเหลือเพียงศูนย์จุดสามจี ร่างของมาร์ค ลูกเรือวัยย่างสามสิบปีผู้รับผิดชอบระบบระบายความร้อน ลอยเคว้งคว้างอย่างไร้ทิศทาง ดวงตาของเขาเบิกโพลงจ้องมองประแจวัดแรงบิดในมือด้วยความว่างเปล่า ราวกับว่าวัตถุโลหะชิ้นนั้นคืออารยธรรมโบราณจากต่างดาวที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน นิ้วมือที่สวมถุงมือกันกระแทกสั่นเทา พยายามจะพลิกมัน แต่มือกลับไม่ยอมทำตามคำสั่งของสมอง
เอเดนยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า แสงไฟสีแดงกะพริบจากแผงควบคุมหลักสะท้อนบนแว่นตาไร้กรอบของเขา วิศวกรหนุ่มไม่ได้ขยับตัวเข้าไปช่วยทันที ดวงตาคมกราบกวาดมองพฤติกรรมของลูกเรือใต้บังคับบัญชาด้วยความเย็นชา แต่ลึก ภายใน สัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตกำลังกรีดร้องในหัวของเขา
นี่ไม่ใช่ความเหนื่อยล้าจากการทำงานเกินเวลา นี่ไม่ใช่ภาวะขาดออกซิเจนชั่วคราว
"มาร์ค" เอเดนเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนา แต่มั่นคง "วางเครื่องมือลง แล้วหันมามองผม"
"ผม... ผมลืมครับ หัวหน้า" มาร์คเงยหน้าขึ้น เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มขมับ ดวงตาของลูกเรือหนุ่มฉายแววหวาดกลัวอย่างสุดขีด "ผมจำไม่ได้ว่ามันใช้ทำอะไร น็อตพวกนั้น... รูปร่างมันควรจะเป็นแบบไหน ทำไมหัวน็อตถึงหมุนวนอยู่ในหัวผมแต่ไม่มีรูปร่างล่ะครับ?"
ก่อนที่เอเดนจะได้เอ่ยคำใดต่อ ประตูห้องเครื่องก็เลื่อนเปิดออกอย่างรวดเร็ว ร่างเพรียวในชุดสูทของนักสถิติเชิงควอนตัมก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าเร่งรีบ ซีลีนกวาดสายตาปราดเดียวไปยังมาร์คที่กำลังนั่งกุมศีรษะด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะหันมาสบตากับเอเดน สีหน้าของเธอไร้รอยยิ้มเยาะเย้ยเช่นทุกครั้ง มีเพียงความตึงเครียดที่ฉายชัดผ่านร่องลึกหว่างคิ้ว
"ฉันเพิ่งตรวจสอบบันทึกการทำงานย้อนหลังของสถานี" ซีลีนกล่าวด้วยน้ำเสียงต่ำ ทอดสายตามองเครื่องมือในมือมาร์ค "ไม่ใช่แค่มาร์คคนเดียว ระบบฐานข้อมูลประสาทของลูกเรืออีกสามคนในเขตที่พักอาศัยกำลังประสบปัญหา 'การสูญหายของทักษะพื้นฐาน' เช่นเดียวกัน"
เอเดนหันขวับมามองเธอ สีหน้าเคร่งขรึมขึ้น "คุณหมายความว่ายังไงที่ว่าสูญหาย ทักษะทางวิชาชีพไม่ใช่ไฟล์ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ที่จะกดปุ่มลบแล้วหายไปได้"
"ในสภาวะปกติมันไม่ควรเป็นแบบนั้นครับ เอเดน" ซีลีนก้าวเข้าไปใกล้ แววตาของเธอสะท้อนความกังวลใจอย่างปิดไม่มิด "แต่ถ้าสมการจิตสำนึกร่วมที่เรากำลังเผชิญอยู่ไม่ได้กำลังคัดลอกข้อมูล... แต่มันกำลัง 'ดูดกลืน' ต่างหากล่ะ"
บรรยากาศในห้องเครื่องอัดแน่นไปด้วยความกดอากาศที่ลดต่ำลง ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมต่ำของเครื่องยนต์ปฏิกรณ์ที่ยังคงทำงานอย่างดื้อรั้น เอเดนหันกลับไปมองมาร์คซึ่งตอนนี้สติดับวูบและหลับตาลงด้วยความเหนื่อยอ่อน เขาพยุงร่างของลูกเรือให้นอนราบกับพื้นก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับนักสถิติสาว ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกาย
"คุณกำลังจะบอกผมว่า สถานีอวกาศลำนี้ หรือบางสิ่งที่อยู่ข้างนอกนั่น กำลังขโมยความเป็นมนุษย์ไปทีละน้อยงั้นเหรอ" เอเดนถาม เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย แต่แฝงไว้ด้วยความดุดัน
"ฉันกำลังบอกว่า เราไม่ได้กำลังต่อสู้กับความผิดพลาดทางกลศาสตร์" ซีลีนตอบกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มของเขา "ความทรงจำและทักษะของพวกเขาไม่ได้หายไปไหน แต่มันถูกดึงเข้าไปรวมกับศูนย์กลางของระบบ... เหมือนกับว่ามีตัวตนบางอย่างกำลังพยายาม 'เรียนรู้' วิธีการเป็นมนุษย์โดยการแยกชิ้นส่วนความคิดของเราทีละส่วน"
เอเดนแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่มันไม่ได้ไปถึงดวงตา "ตรรกะแบบควอนตัมของคุณเริ่มเพ้อเจ้อไปกันใหญ่แล้ว ซีลีน เราเป็นวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ หน้าที่ของเราคือซ่อมแซมโครงสร้าง ไม่ใช่มานั่งโทษภูตผีปีศาจในระบบดิจิทัล"
"ถ้ามันเป็นแค่ความผิดพลาดทางกลศาสตร์จริง ทำไมค่าความหนาแน่นของข้อมูลในหน่วยความจำกลางถึงพุ่งสูงขึ้นสวนทางกับสมองของลูกเรือที่ว่างเปล่าล่ะคะ?" ซีลีนย้อนถาม เสียงของเธอเฉียบคมไม่แพ้กัน "คุณกลัวความจริงข้อนี้ต่างหาก เอเดน กลัวว่าทฤษฎีทางจิตวิทยาที่คุณพยายามปิดตายมาตลอดหลายปี... มันกำลังเป็นจริง"
คำพูดนั้นราวกับมีดคมที่กรีดลงบนแผลเป็นในใจของเอเดน ดวงตาของเขาไหววูบไปชั่วขณะ ภาพเหตุการณ์ความสูญเสียในอดีต—วันที่เขาไม่สามารถคำนวณความผิดพลาดของระบบช่วยชีวิตจนทำให้เพื่อนร่วมงานต้องดับสูญในสุญญากาศ—ผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพฉายซ้ำ เขากำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน
"อย่าเอาเรื่องอดีตมาปะปนกับการทำงาน" เอเดนกดเสียงต่ำลง ขู่คำรามในลำคออย่างไม่พอใจ
"ฉันไม่ได้พูดถึงอดีต แต่ฉันกำลังพูดถึงวินาทีนี้" ซีลีนก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอีกก้าว ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นอายความดื้อรั้นและสติปัญญาที่เฉียบคมของเธอแผ่ซ่านเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเขา "ถ้าคุณยังดึงดันจะใช้ตรรกะเก่าๆ มาแก้ปัญหาที่อยู่นอกเหนือกฎฟิสิกส์ เราทุกคนในสถานีนี้ก็จะกลายเป็นแค่หุ่นกระบอกที่จำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของตัวเอง"
ก่อนที่เอเดนจะได้ตอบโต้ประโยคเชือดเฉือนนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีม่วงก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งสถานี แสงไฟสีแดงฉานสลับกับความมืดมิด
*ตึ้ง... ตึ้ง... ตึ้ง...*
แผงควบคุมหลักทั้งหมดในห้องเครื่องดับวูบลงพร้อมกัน ก่อนจะติดขึ้นมาใหม่ด้วยตัวอักษรสีเขียวเรืองแสงที่วิ่งพล่านบนหน้าจออย่างไร้ระเบียบ แต่มันไม่ใช่ภาษาโค้ดที่พวกเขาคุ้นเคย มันคือลายเส้นสัญลักษณ์ที่แปลกประหลาด ราวกับอักษรโบราณที่ถูกแปลงเป็นรหัสไบนารี
ซีลีนหน้าถอดสี เธอหันขวับไปมองหน้าจอหลักที่แสดงแผนผังสถานี "เอเดน... ระบบไม่ได้กำลังรวน แต่มันกำลังถูกควบคุมจากภายนอก"
เอเดนรีบก้าวเข้าไปหน้าแผงควบคุม นิ้วมือเรียวยาวกดแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็วเพื่อดึงสิทธิ์การควบคุมกลับมา แต่หน้าจอทั้งหมดกลับแสดงผลเป็นหน้าจอว่างเปล่า มีเพียงข้อความเดียวที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละตัวอักษรอย่างช้าๆ
*“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ผู้สร้างทั้งเจ็ด”*
ทว่า ในบันทึกประวัติการเดินเรือระบุไว้อย่างชัดเจนว่า มีลูกเรือปฏิบัติภารกิจอยู่บนสถานีนี้เพียงแค่ "หกคน" เท่านั้น
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเวิ้งว้างนี้นะครับ
วิศวกรวิญญาณกับสมการไร้สิ้นสุด•ตอนที่ 4
ความทรงจำที่หายไปในห้วงสุญญากาศ
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิญญาณกับสมการไร้สิ้นสุด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!