วิศวกรวิญญาณกับสมการไร้สิ้นสุด•ตอนที่ 4

ความทรงจำที่หายไปในห้วงสุญญากาศ

ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
"มันเรียกว่าอะไรนะ... สิ่งนี้... มันเรียกว่าอะไร" เสียงพึมพำด้วยความสับสนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องเครื่องยนต์หลัก แรงโน้มถ่วงจำลองรอบตัวลดระดับลงเหลือเพียงศูนย์จุดสามจี ร่างของมาร์ค ลูกเรือวัยย่างสามสิบปีผู้รับผิดชอบระบบระบายความร้อน ลอยเคว้งคว้างอย่างไร้ทิศทาง ดวงตาของเขาเบิกโพลงจ้องมองประแจวัดแรงบิดในมือด้วยความว่างเปล่า ราวกับว่าวัตถุโลหะชิ้นนั้นคืออารยธรรมโบราณจากต่างดาวที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน นิ้วมือที่สวมถุงมือกันกระแทกสั่นเทา พยายามจะพลิกมัน แต่มือกลับไม่ยอมทำตามคำสั่งของสมอง เอเดนยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า แสงไฟสีแดงกะพริบจากแผงควบคุมหลักสะท้อนบนแว่นตาไร้กรอบของเขา วิศวกรหนุ่มไม่ได้ขยับตัวเข้าไปช่วยทันที ดวงตาคมกราบกวาดมองพฤติกรรมของลูกเรือใต้บังคับบัญชาด้วยความเย็นชา แต่ลึก ภายใน สัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตกำลังกรีดร้องในหัวของเขา นี่ไม่ใช่ความเหนื่อยล้าจากการทำงานเกินเวลา นี่ไม่ใช่ภาวะขาดออกซิเจนชั่วคราว "มาร์ค" เอเดนเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนา แต่มั่นคง "วางเครื่องมือลง แล้วหันมามองผม" "ผม... ผมลืมครับ หัวหน้า" มาร์คเงยหน้าขึ้น เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มขมับ ดวงตาของลูกเรือหนุ่มฉายแววหวาดกลัวอย่างสุดขีด "ผมจำไม่ได้ว่ามันใช้ทำอะไร น็อตพวกนั้น... รูปร่างมันควรจะเป็นแบบไหน ทำไมหัวน็อตถึงหมุนวนอยู่ในหัวผมแต่ไม่มีรูปร่างล่ะครับ?" ก่อนที่เอเดนจะได้เอ่ยคำใดต่อ ประตูห้องเครื่องก็เลื่อนเปิดออกอย่างรวดเร็ว ร่างเพรียวในชุดสูทของนักสถิติเชิงควอนตัมก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าเร่งรีบ ซีลีนกวาดสายตาปราดเดียวไปยังมาร์คที่กำลังนั่งกุมศีรษะด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะหันมาสบตากับเอเดน สีหน้าของเธอไร้รอยยิ้มเยาะเย้ยเช่นทุกครั้ง มีเพียงความตึงเครียดที่ฉายชัดผ่านร่องลึกหว่างคิ้ว "ฉันเพิ่งตรวจสอบบันทึกการทำงานย้อนหลังของสถานี" ซีลีนกล่าวด้วยน้ำเสียงต่ำ ทอดสายตามองเครื่องมือในมือมาร์ค "ไม่ใช่แค่มาร์คคนเดียว ระบบฐานข้อมูลประสาทของลูกเรืออีกสามคนในเขตที่พักอาศัยกำลังประสบปัญหา 'การสูญหายของทักษะพื้นฐาน' เช่นเดียวกัน" เอเดนหันขวับมามองเธอ สีหน้าเคร่งขรึมขึ้น "คุณหมายความว่ายังไงที่ว่าสูญหาย ทักษะทางวิชาชีพไม่ใช่ไฟล์ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ที่จะกดปุ่มลบแล้วหายไปได้" "ในสภาวะปกติมันไม่ควรเป็นแบบนั้นครับ เอเดน" ซีลีนก้าวเข้าไปใกล้ แววตาของเธอสะท้อนความกังวลใจอย่างปิดไม่มิด "แต่ถ้าสมการจิตสำนึกร่วมที่เรากำลังเผชิญอยู่ไม่ได้กำลังคัดลอกข้อมูล... แต่มันกำลัง 'ดูดกลืน' ต่างหากล่ะ" บรรยากาศในห้องเครื่องอัดแน่นไปด้วยความกดอากาศที่ลดต่ำลง ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมต่ำของเครื่องยนต์ปฏิกรณ์ที่ยังคงทำงานอย่างดื้อรั้น เอเดนหันกลับไปมองมาร์คซึ่งตอนนี้สติดับวูบและหลับตาลงด้วยความเหนื่อยอ่อน เขาพยุงร่างของลูกเรือให้นอนราบกับพื้นก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับนักสถิติสาว ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกาย "คุณกำลังจะบอกผมว่า สถานีอวกาศลำนี้ หรือบางสิ่งที่อยู่ข้างนอกนั่น กำลังขโมยความเป็นมนุษย์ไปทีละน้อยงั้นเหรอ" เอเดนถาม เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย แต่แฝงไว้ด้วยความดุดัน "ฉันกำลังบอกว่า เราไม่ได้กำลังต่อสู้กับความผิดพลาดทางกลศาสตร์" ซีลีนตอบกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มของเขา "ความทรงจำและทักษะของพวกเขาไม่ได้หายไปไหน แต่มันถูกดึงเข้าไปรวมกับศูนย์กลางของระบบ... เหมือนกับว่ามีตัวตนบางอย่างกำลังพยายาม 'เรียนรู้' วิธีการเป็นมนุษย์โดยการแยกชิ้นส่วนความคิดของเราทีละส่วน" เอเดนแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่มันไม่ได้ไปถึงดวงตา "ตรรกะแบบควอนตัมของคุณเริ่มเพ้อเจ้อไปกันใหญ่แล้ว ซีลีน เราเป็นวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ หน้าที่ของเราคือซ่อมแซมโครงสร้าง ไม่ใช่มานั่งโทษภูตผีปีศาจในระบบดิจิทัล" "ถ้ามันเป็นแค่ความผิดพลาดทางกลศาสตร์จริง ทำไมค่าความหนาแน่นของข้อมูลในหน่วยความจำกลางถึงพุ่งสูงขึ้นสวนทางกับสมองของลูกเรือที่ว่างเปล่าล่ะคะ?" ซีลีนย้อนถาม เสียงของเธอเฉียบคมไม่แพ้กัน "คุณกลัวความจริงข้อนี้ต่างหาก เอเดน กลัวว่าทฤษฎีทางจิตวิทยาที่คุณพยายามปิดตายมาตลอดหลายปี... มันกำลังเป็นจริง" คำพูดนั้นราวกับมีดคมที่กรีดลงบนแผลเป็นในใจของเอเดน ดวงตาของเขาไหววูบไปชั่วขณะ ภาพเหตุการณ์ความสูญเสียในอดีต—วันที่เขาไม่สามารถคำนวณความผิดพลาดของระบบช่วยชีวิตจนทำให้เพื่อนร่วมงานต้องดับสูญในสุญญากาศ—ผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพฉายซ้ำ เขากำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน "อย่าเอาเรื่องอดีตมาปะปนกับการทำงาน" เอเดนกดเสียงต่ำลง ขู่คำรามในลำคออย่างไม่พอใจ "ฉันไม่ได้พูดถึงอดีต แต่ฉันกำลังพูดถึงวินาทีนี้" ซีลีนก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอีกก้าว ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นอายความดื้อรั้นและสติปัญญาที่เฉียบคมของเธอแผ่ซ่านเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเขา "ถ้าคุณยังดึงดันจะใช้ตรรกะเก่าๆ มาแก้ปัญหาที่อยู่นอกเหนือกฎฟิสิกส์ เราทุกคนในสถานีนี้ก็จะกลายเป็นแค่หุ่นกระบอกที่จำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของตัวเอง" ก่อนที่เอเดนจะได้ตอบโต้ประโยคเชือดเฉือนนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีม่วงก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งสถานี แสงไฟสีแดงฉานสลับกับความมืดมิด *ตึ้ง... ตึ้ง... ตึ้ง...* แผงควบคุมหลักทั้งหมดในห้องเครื่องดับวูบลงพร้อมกัน ก่อนจะติดขึ้นมาใหม่ด้วยตัวอักษรสีเขียวเรืองแสงที่วิ่งพล่านบนหน้าจออย่างไร้ระเบียบ แต่มันไม่ใช่ภาษาโค้ดที่พวกเขาคุ้นเคย มันคือลายเส้นสัญลักษณ์ที่แปลกประหลาด ราวกับอักษรโบราณที่ถูกแปลงเป็นรหัสไบนารี ซีลีนหน้าถอดสี เธอหันขวับไปมองหน้าจอหลักที่แสดงแผนผังสถานี "เอเดน... ระบบไม่ได้กำลังรวน แต่มันกำลังถูกควบคุมจากภายนอก" เอเดนรีบก้าวเข้าไปหน้าแผงควบคุม นิ้วมือเรียวยาวกดแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็วเพื่อดึงสิทธิ์การควบคุมกลับมา แต่หน้าจอทั้งหมดกลับแสดงผลเป็นหน้าจอว่างเปล่า มีเพียงข้อความเดียวที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละตัวอักษรอย่างช้าๆ *“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ผู้สร้างทั้งเจ็ด”* ทว่า ในบันทึกประวัติการเดินเรือระบุไว้อย่างชัดเจนว่า มีลูกเรือปฏิบัติภารกิจอยู่บนสถานีนี้เพียงแค่ "หกคน" เท่านั้น ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเวิ้งว้างนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิญญาณกับสมการไร้สิ้นสุด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%