แรงดันอากาศในท่อระบายความร้อนระดับเจ็ดดรอปลงสามเปอร์เซ็นต์ในรอบสิบวินาทีที่ผ่านมา ซึ่งสำหรับเอเดนแล้ว ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่ความผิดปกติทางกลศาสตร์ แต่มันคือสัญญาณชีพที่กำลังแผ่วเบาลงของสถานีวิจัยร้างแห่งนี้
"คุณกำลังใช้สัญชาตญาณนำทางอีกแล้ว ซีลีน"
เอเดนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของอุโมงค์บริการใต้พื้นสถานี แสงไฟฉายคาดหัวสีขาวนวลสาดส่องกระทบละอองสนิมและฝุ่นผงที่ลอยวนอยู่ในสุญญากาศจำลอง เสียงรองเท้าคอมแบทของเขากระทบกับพื้นเหล็กกล้าส่งเสียงก้องกังวานทึบๆ สะท้อนกลับมาเป็นคลื่นความถี่ต่ำที่ชวนให้รู้สึกอึดอัด
ซีลีนไม่ได้หันกลับมามองทันที เธอกำลังก้มตัวลงใช้เครื่องสแกนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าภาคพื้นดินกวาดไปตามรอยต่อของแผ่นเพลทเหล็ก แสงสีฟ้าจากหน้าจอสะท้อนเข้ากับดวงตาคู่คมที่ฉายแววครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง เส้นผมสีเข้มที่มัดรวบไว้ลวกๆ เริ่มชื้นด้วยเหงื่อจากความอับชื้นใต้ชั้นใต้ดิน
"ตรรกะของคุณพาเรามาติดอยู่ในห้องเครื่องยนต์กะพริบตาเมื่อสามวันก่อน เอเดน" เสียงของเธอเรียบเรื่อย ทว่าเจือรอยยิ้มหยันบางเบาที่มุมปาก "บางครั้ง สมการที่สมบูรณ์แบบที่สุดก็มักจะเว้นช่องว่างไว้ให้ตัวแปรที่เรามองไม่เห็น... เช่นเดียวกับสิ่งที่กำลังรอเราอยู่ข้างล่างนี้"
เครื่องสแกนในมือของซีลีนส่งเสียงบี๊บถี่กระชั้นขึ้นอย่างกะทันหัน หน้าจอโฮโลแกรมปรากฏเส้นกราฟพุ่งทะยานขึ้นเป็นรูปฟันเลื่อย สีแดงฉานสาดส่องลงบนใบหน้าของทั้งคู่
เอเดนชะลอฝีเท้าลงโดยอัตโนมัติ มือขวาเลื่อนไปกุมด้ามปืนพกพลังงานที่ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ "นั่นไม่ใช่ความผิดปกติของโครงสร้าง... คลื่นสนามแม่เหล็กนั่นกำลังเคลื่อนที่"
"ถูกต้อง และมันไม่ได้เคลื่อนที่แบบสุ่ม" ซีลีนเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอจ้องตรงไปยังความมืดเบื้องหน้า ซึ่งเป็นปากทางเข้าสู่เขตหวงห้ามชั้นใต้ดินระดับลึกที่สุดของสถานี ที่ซึ่งแผนผังทางการระบุไว้ว่าเป็นเพียง "พื้นที่ว่างเปล่า" ไม่มีแม้แต่ท่อส่งน้ำหรือสายไฟ
ทั้งคู่ก้าวผ่านประตูนิรภัยบานสุดท้ายที่ถูกงัดจนพังเสียหาย แรงกดอากาศที่นี่ต่ำกว่าด้านบนเล็กน้อยจนทำให้แก้วหูอื้ออึง บรรยากาศรอบตัวหนาทึบจนแทบจะจับต้องได้ กลิ่นอับชื้นของเหล็กสนิมผสมผสานกับกลิ่นประหลาดคล้ายโอโซนหลังพายุฝนลอยอบอวลในอากาศ
เอเดนกวาดไฟฉายไปรอบบริเวณ ห้องโถงกว้างขวางเบื้องล่างเต็มไปด้วยซากชิ้นส่วนอุปกรณ์ควอนตัมโบราณที่ถูกทิ้งร้าง แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเขาไม่ใช่เศษเหล็กเหล่านั้น หากแต่เป็นร่องรอยบนพื้นผิวฝุ่นหนาเตอะ
รอยเท้า...
ไม่ใช่รอยเท้าของมนุษย์ และไม่ใช่รอยเท้าของหุ่นยนต์ซ่อมบำรุง มันเป็นรอยยุบเป็นวงกลมลึกลงไปในเนื้อเหล็กโดยตรง ราวกับมีวัตถุทรงกลมขนาดมหึมากลิ้งผ่าน หรือบางสิ่งที่ไร้น้ำหนักแต่มีพลังงานมหาศาลกดทับลงมาอย่างต่อเนื่อง
"คุณเห็นเหมือนที่ผมเห็นใช่ไหม" เอเดนพึมพำ น้ำเสียงของเขาลดระดับลงโดยไม่รู้ตัว ความเย็นเยียบไม่ได้มาจากอุณหภูมิรอบตัว หากแต่ไต่ขึ้นมาจากสันหลัง
"รอยยุบพวกนี้ไม่ได้เกิดจากแรงกดทางกายภาพ" ซีลีนก้าวเข้าไปใกล้รอยประหลาดนั้น เธอคุกเข่าลง ใช้ปลายนิ้วมือสวมถุงมือไนลอนแตะเบาๆ ลงบนขอบรอยยุบ "อุณหภูมิที่นี่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็งสามองศา แต่... โลหะตรงรอยต่อนี่กลับมีความร้อนสะสมในระดับโมเลกุล ราวกับเพิ่งผ่านการเผาไหม้ด้วยพลังงานบริสุทธิ์"
"มันไร้สาระทางฟิสิกส์" เอเดนแย้งทันที สีหน้าเคร่งเครียดขึ้น "ถ้าไม่มีมวล จะไม่มีแรงเสียดทาน ถ้าไม่มีแรงเสียดทาน จะทิ้งร่องรอยความร้อนและการสึกหรอแบบนี้ไม่ได้ นี่คือละเมิดกฎเทอร์โมไดนามิกส์ข้อที่สองอย่างชัดเจน"
"กฎถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ถูกพิสูจน์ว่าผิดพลาด หรืออย่างน้อยที่สุด... ก็เพื่อให้เราตระหนักว่าเรายังรู้ไม่พอ" ซีลีนลุกขึ้นยืน ช้าๆ เธอดึงอุปกรณ์ตรวจจับคลื่นสมองแบบพกพาออกมาจากกระเป๋าคาดเอว หน้าจอขนาดเล็กเริ่มแสดงผลเป็นคลื่นสัญญาณหยักๆ ที่เต้นเป็นจังหวะ ราวกับเสียงหัวใจเต้น "และสัญญาณชีพที่เรากำลังตรวจจับอยู่ตอนนี้ ไม่ได้มาจากเครื่องจักร แต่มันมาจาก 'บางสิ่ง' ที่กำลังตอบสนองต่อการมีอยู่ของเรา"
ทันใดนั้น ไฟฉายคาดหัวของเอเดนก็กะพริบวูบวาบอย่างรุนแรง ก่อนจะดับลงสนิท ความมืดมิดสนิทกลืนกินทัศนียภาพเบื้องหน้า เหลือเพียงแสงสีฟ้าจางๆ จากหน้าจออุปกรณ์ของซีลีนเท่านั้นที่ส่องให้เห็นโครงร่างของกันและกัน
ความเงียบงันเข้าปกคลุม เป็นความเงียบที่หนักอึ้งจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันชัดเจน เอเดนขยับตัวเข้ามาใกล้ซีลีนโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังของเขาสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากความมืดเบื้องหน้า
"ซีลีน..." เอethaเอ่ยเตือนเสียงต่ำ มือกระชับปืนแน่นขึ้น
"ชูว์..." ซีลีนยกมือขึ้นแตะแขนของเขาเบื้องหน้า ร่างของเธอเกร็งนิ่ง ดวงตาสจ้องมองเลยไหล่ของเขาออกไปในความมืดมิด
บนเพดานเหล็กกล้าเบื้องบน... ห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตร เงาดำสนิทรูปร่างบิดเบี้ยวไร้รูปทรงกำลังเคลื่อนตัวไปมาอย่างเชื่องช้า มันไร้เสียง ไร้การกระแทกกระทั้น แต่ทุกครั้งที่มันเคลื่อนผ่าน หลอดไฟฉุกเฉินที่ดับสนิทไปแล้วกลับติดสว่างขึ้นทีละดวงตามทางที่มันเลื้อยผ่าน ทิ้งประกายไฟสีม่วงอมฟ้าแลบแปล๊บปลาบในความมืด
และสิ่งที่ทำให้หัวใจของเอเดนกระตุกวูบไม่ใช่ความน่ากลัวของเงานั้น แต่คือหน้าจออุปกรณ์ในมือของซีลีนที่เปลี่ยนเป็นตัวเลขพิกัด... ซึ่งเป็นพิกัดเดียวกันกับห้องทดลองลับที่พี่ชายของเขาเคยหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อห้าปีก่อน
"เอเดน..." เสียงกระซิบของซีลีนดังแผ่วเบาข้างหู ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ดูเหมือนว่า... สิ่งที่เอาชีวิตพี่ชายคุณไป ไม่ได้เป็นแค่อุบัติเหตุตามสมการที่คุณเคยคำนวณไว้หรอกครับ"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงความคิดอันเวิ้งว้างนี้นะครับ
วิศวกรวิญญาณกับสมการไร้สิ้นสุด•ตอนที่ 6
ความลับใต้ฝ่าเท้า
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิญญาณกับสมการไร้สิ้นสุด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!