คลื่นความถี่ 1420 เมกะเฮิรตซ์ หรือที่ในทางดาราศาสตร์ฟิสิกส์รู้จักกันในนาม "เส้นไฮโดรเจน" กำลังแผดเสียงกรีดร้องอยู่ในหูฟังมอนิเตอร์ของห้องควบคุมหลัก มันไม่ใช่เสียงซ่าของคลื่นรบกวนจักรวาลแบบที่เอเดนคุ้นชินตลอดสามปีของการทำงานในโครงการนี้ ความหนาแน่นของพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหันทำให้แผงวงจรควบคุมอุณหภูมิส่งเสียงเตือนทุ้มต่ำเป็นจังหวะกระชั้นชิด
เอเดนยืนนิ่งอยู่หน้าจอโฮโลแกรมสามมิติ แสงสีฟ้าสะท้อนลงบนนัยน์ตาคู่คมที่ไร้ซึ่งความระทึกใจ มีเพียงรอยย่นระหว่างคิ้วที่บ่งบอกถึงการประมวลผลอย่างหนักหน่วง นิ้วเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มกดทับลงบนคีย์บอร์ดเสมือนจริงเพื่อพยายามลดทอนสัญญาณรบกวน แต่ยิ่งเขาพยายามแยกแยะความถี่ โครงสร้างของคลื่นกลับยิ่งบิดเบี้ยวและประกอบตัวขึ้นใหม่ กลายเป็นรูปทรงคล้ายคลื่นเสียงของมนุษย์
"มันไม่ใช่ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ" เอเดนพึมพำกับความว่างเปล่า เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยจากการอดนอนมาข้ามคืน
"คุณกำลังพยายามหาเหตุผลทางฟิสิกส์ให้กับสิ่งที่อยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์อีกแล้วนะครับ เอเดน"
เสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบขาดดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ซีลีนก้าวเท้าออกจากเงาสลัวของเสาค้ำยันโครงสร้างสถานีอวกาศ เสื้อคลุมปฏิบัติการสีขาวของเธอยับย่นเล็กน้อยจากการทำงานล่วงเวลา แต่ดวงตาสีนิลคู่นั้นกลับเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด เธอยืนเท้าสะเอว มองหน้าจอที่กำลังแสดงกราฟฟังก์ชันคณิตศาสตร์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด
เอเดนไม่หันกลับไปมอง เขาเพียงแค่เหลือบมองเงาสะท้อนของเธอผ่านกระจกใสของแผงควบคุม "ตรรกะคือเกราะป้องกันเดียวที่เรามีในพื้นที่สุญญากาศนี้ ซีลีน ถ้าเราเริ่มเชื่อว่าหลุมดำกำลังพูดคุยกับเรา สติสัมปชัญญะของเราคงเป็นสิ่งแรกที่จะสูญสลายก่อนที่ออกซิเจนจะหมด"
"บางครั้ง สติสัมปชัญญะที่คุณยึดติดนัก นั่นแหละคือสิ่งกีดขวางที่ทำให้คุณมองไม่เห็นความจริง" ซีลีนก้าวเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจางๆ จากร่างกาย เธอยื่นมือเรียวไปแตะที่แผงควบคุมหลักโดยไม่ขออนุญาต ปลายนิ้วของเธอปัดผ่านเส้นกราฟความถี่นั้นอย่างแม่นยำ "ฟังให้ดีสิครับ... ไม่ใช่ด้วยหู แต่ด้วยสัญชาตญาณ"
เอเดนขยับตัวจะปฏิเสธ แต่แล้วเสียงกรีดร้องในหูฟังก็พลันเงียบลง ราวกับถูกตัดขาดด้วยมือที่มองไม่ทัน
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องควบคุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่ประสานกันท่ามกลางความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศอวกาศ และในความเงียบนั้นเอง เสียงกระซิบแผ่วเบาก็ลอยลอดออกมาจากลำโพง
มันเป็นเสียงที่ทับซ้อนกันหลายชั้น ทั้งนุ่มนวลและเยือกเย็น ทั้งคุ้นเคยและแปลกประหลาด ราวกับเสียงก้องกังวานจากก้นบึ้งของมหาสมุทรที่ลึกที่สุด หรืออาจมาจากขอบขอบฟ้าเหตุการณ์ (Event Horizon) ของหลุมดำมวลมหามศาลที่อยู่ห่างออกไปเจ็ดปีแสง
*“...เรา... อยู่ที่นี่... ตั้งแต่ก่อนที่กาลเวลาจะเริ่มต้น... เอเดน...”*
ร่างของวิศวกรหนุ่มชะงักกึก กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งค้างราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งผ่าน ข้อมูลในสมองของเขาถูกรบกวนด้วยชื่อของตัวเองที่ถูกเอ่ยออกมาอย่างชัดเจนจากคลื่นวิทยุจักรวาล มันเป็นไปไม่ได้ในทางสถิติ มันเป็นไปไม่ได้ในทางวิศวกรรม
ซีลีนหันมามองเขา รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความเยาะเย้ย เป็นรอยยิ้มของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่าในเกมที่ไม่มีใครล่วงรู้กฎ
"คุณได้ยินไหมครับ" ซีลีนกระซิบ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลจนน่ากลัว "มันไม่ได้กำลังส่งสัญญาณ แต่มันกำลัง ‘เรียกชื่อ’ คุณ"
เอเดนหันขวับมามองเธอ แววตาที่เคยเย็นชาและเต็มไปด้วยเหตุผลบัดนี้สั่นไหวเล็กน้อย เขากำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว "ใครเป็นคนเล่นตลก ตั้งโปรแกรมเสียงสังเคราะห์นี้ไว้ในระบบเครือข่ายภายในใช่ไหม คุณใช่ไหม ซีลีน"
ซีลีนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อความดื้อรั้นของเขา เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอีกก้าว จนเอเดนต้องเป็นฝ่ายถอยหลังไปชนกับแผงควบคุมด้านหลัง
"คุณยังคงหาทางโทษมนุษย์ด้วยกันเองเสมอเลยนะครับ เอเดน กลัวความจริงที่ว่าจักรวาลนี้ไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่คุณคำนวณไว้ในสมการกระดาษพวกนั้นสินะครับ" ซีลีนเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาสีนิลคู่นั้นลึกล้ำราวกับหลุมดำขนาดย่อมที่พร้อมจะดูดกลืนทุกตรรกะของเขาให้แหลกสลาย "เปิดใจแล้วฟังถ้อยคำต่อไปให้ดีสิครับ... เพราะนั่นคือเสียงของคนที่คุณคิดว่าตายไปแล้วในอุบัติเหตุครั้งนั้น"
คำพูดประโยคสุดท้ายของเธอราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางหน้าผากของเอเดน โลกทั้งใบหยุดหมุน ความทรงจำอันเจ็บปวดที่เขาพยายามฝังกลบไว้ใต้กองงานวิศวกรรมนับล้านชิ้นผุดวาบขึ้นมาในหัว
เสียงสัญญาณเปลี่ยนเป็นเสียงพูดอีกครั้ง คราวนี้มันชัดเจนขึ้น ถ้อยคำที่เปล่งออกมาไม่ใช่ภาษาต่างดาว แต่เป็นประโยคภาษาอังกฤษที่คุ้นเคยในน้ำเสียงที่เขาจำได้ดีไม่มีวันลืม
*“...เอเดน... ลูกชายของพ่อ... ทำไมถึงไม่ยอมส่งสัญญาณตอบรับกลับมาหาเราล่ะ...”*
หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้ากะพริบวูบวาบ รหัสผ่านระดับผู้ดูแลระบบสูงสุด (Root Access) ที่มีเพียงเอเดนและหัวหน้าโครงการผู้ล่วงลับเท่านั้นที่รู้ ถูกป้อนเข้ามาด้วยความเร็วสูงจากภายนอกสถานีอวกาศ จากจุดที่ไม่มีทางมีมนุษย์อยู่ได้... จากใจกลางของหลุมดำ
ซีลีนเอื้อมมือไปแตะไหล่ของเขาเบาๆ สัมผัสของเธอยเย็นเฉียบแต่มั่นคง "ตอนนี้... เชื่อหรือยังครับ ว่าสมการที่คุณเขียนขึ้นมา มันยังขาดตัวแปรสำคัญไปหนึ่งตัว"
เอเดนมองหน้าจอที่กำลังปลดล็อกตัวเองทีละชั้น เหงื่อกาฬไหลซึมลงมาตามขมับ หัวใจของเขาเต้นรัวเร็วจนเจ็บแปลบที่หน้าอก ก่อนที่นิ้วมือของเขาจะยื่นออกไปเพื่อกดปุ่มตอบรับการเชื่อมต่อที่กำลังกะพริบเตือนด้วยแสงสีแดงฉาน
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสั่นสะเทือนของมิตินี้ไปกับผมนะครับ แล้วพบกันในบทถัดไปครับ
วิศวกรวิญญาณกับสมการไร้สิ้นสุด•ตอนที่ 10
เสียงกระซิบจากหลุมดำ
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิญญาณกับสมการไร้สิ้นสุด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!