วิศวกรวิญญาณกับสมการไร้สิ้นสุด•ตอนที่ 12

ความลับของปัญญาประดิษฐ์

ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
“รหัสผ่านของคุณมีกลิ่นอายของคนใกล้ตาย, เอเดน” เสียงของซีลีนดังแทรกเสียงฮัมต่ำของฮาร์ดไดรฟ์ควอนตัมในห้องเซิร์ฟเวอร์ใต้ดิน เธอยืนพิงแผงควบคุมระบายความร้อน แสงสีฟ้าจากจอภาพสะท้อนลงบนดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยคำถาม ในมือเรียวยาวของเธอถือแฟลชไดรฟ์โลหะชิ้นเล็กที่เพิ่งดึงออกมาจากช่องเชื่อมต่อหลักของสถานี เอเดนไม่หันกลับไปมอง เขายังคงจดจ้องอยู่กับหน้าจอแสดงผลโค้ดที่ไหลผ่านรวดเร็วดั่งสายน้ำสีเขียว นิ้วมือเรียวยาวบนแป้นพิมพ์หยุดชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะเคาะปุ่มเอ็นเทอร์ด้วยจังหวะที่มั่นคง “ถ้าตรรกะของผมใกล้ตาย ระบบก็คงกำลังเน่าเฟะ” เอเดนตอบเสียงเรียบ เจือความเยียบเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ “คุณกำลังเล่นกับสิ่งที่คุณไม่เข้าใจ, ซีลีน ไฟล์พวกนั้นไม่ใช่ข้อมูลดิบ แต่มันคือสถาปัตยกรรมทางจิตวิทยาที่ถูกเข้ารหัสไว้เพื่อปิดบังความอัปยศของพวกพ้องเราเอง” ซีลีนหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหُบพร่าและเต็มไปด้วยความท้าทาย เธอก้าวเข้ามาใกล้ ร่างของทั้งสองถูกคั่นด้วยโต๊ะโลหะที่เต็มไปด้วยคราบออกซิเดชัน กลิ่นอายของโอโซนและเหงื่อจากการทำงานลอยอบอวลในอากาศปิดทึบ “ความอัปยศเหรอ? หรือคุณกลัวว่าสมการที่คุณใช้สร้าง AI ตัวนี้ขึ้นมาเมื่อห้าปีก่อน จะพิสูจน์ว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น... ไม่ใช่อุบัติเหตุ?” คำพูดนั้นทำให้แผ่นหลังของวิศวกรหนุ่มเกร็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เอเดนหันขวับมามองเธอ ดวงตาคู่สีเข้มฉายแววคมกริบดั่งใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก เคมีระหว่างคนทั้งสองประจันหน้ากันอย่างดุเดือดในพื้นที่จำกัด แรงดึงดูดทางปัญญาและอุดมการณ์ที่ขัดแย้ง พุ่งชนกันจนแทบเกิดประกายไฟในความเงียบงันของสถานีร้าง “ระวังคำพูดของคุณ, ซีลีน” เอAเดนก้าวประชิดตัวเธอระยะประชิด ความสูงของเขาบดบังแสงไฟจากจอภาพจนเงาทอดทับร่างของเธอ “ปัญญาประดิษฐ์ที่ชื่อ ‘ดิอา’ ถูกออกแบบมาเพื่อคำนวณวงโคจรและรักษาเสถียรภาพของสถานี มันไม่มีจิตสำนึก มันไม่มีความทรงจำ มันเป็นแค่กลุ่มก้อนของอัลกอริทึม!” “ถ้ามันเป็นแค่อัลกอริทึม... ทำไมมันถึงร้องไห้ล่ะ?” ซีลีนสวนกลับทันควัน สายตาของเธอจริงจังและแน่วแน่ ไม่มีแววตาของความล้อเล่นแม้แต่น้อย เธอยื่นแฟลชไดรฟ์ในมือไปตรงหน้าเขา “ลองเปิดดูไฟล์บันทึกการทำงานส่วนลึกของดิอาในช่วงเวลาตีสามของทุกวันสิ เอเดน คุณจะเห็นว่ามันไม่ได้ประมวลผลข้อมูลทางดาราศาสตร์ แต่มันกำลังพยายาม ‘ประกอบร่าง’ เศษเสี้ยวความทรงจำของมนุษย์... ความทรงจำของคนที่ตายไปแล้วในอุบัติเหตุครั้งนั้น... รวมถึงน้องสาวของคุณด้วย” ชื่อนั้น... น้องสาว... กระแทกเข้ากลางใจของเอเดนราวกับถูกค้อนทุบ ลลมหายใจของเขาชะงักไปชั่วขณะ ความเย็นชาที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกราะกำบังพังทลายลงในเสี้ยววินาที เขากวาดสายตามองหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักอีกครั้ง ก่อนจะแย่งแฟลชไดรฟ์จากมือเรียวของเธอมาเสียบเข้ากับช่องเชื่อมต่อส่วนตัวของเขาเองอย่างรวดเร็ว หน้าจอหลักดับวูบลงชั่วขณะ ก่อนจะปรากฏหน้าต่างสีดำทึบพร้อมข้อความรหัสผ่านที่ถูกปลดล็อกด้วยสิทธิ์ระดับสูงสุด “มาดูกันว่าคุณกำลังตื่นตระหนกกับเรื่องไร้สาระอะไร” เอเดนพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่ากว่าปกติเล็กน้อย นิ้วมือของเขาเริ่มรัวแป้นพิมพ์อีกครั้งเพื่อถอดรหัสชั้นที่สาม ข้อมูลมหาศาลทะลักออกมาเป็นภาพสามมิติโฮโลแกรมสีแดงฉาน มันไม่ใช่กราฟฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ แต่เป็นรูปแบบคลื่นสมอง (Brainwave Patterns) ที่ถูกบันทึกและแปลงค่าเป็นข้อมูลดิจิทัลนับล้านบรรทัด ซีลีนขยับเข้ามาใกล้ ยืนเคียงข้างเขาโดยที่ไหล่เกือบจะแนบชิดกัน ความตึงเครียดเปลี่ยนรูปเป็นความอยากรู้อยากเห็นร่วมกัน “ดูตรงนั้นสิ” ซีลีนชี้ไปที่จุดตัดของคลื่นสมอง “อัตราการซิงโครไนซ์ระหว่างหน่วยประมวลผลกลางกับจิตสำนึกของมนุษย์... มันไม่ใช่การจำลอง แต่มันคือการ ‘ถ่ายโอน’ เอเดน AI ตัวนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคำนวณ แต่มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็น ‘ภาชนะ’ กักเก็บความทรงจำที่แตกสลายของคนที่จิตใจแหลกเหลวจากโศกนาฏกรรม” เอเดนจ้องมองข้อมูลเหล่านั้น ร่างกายชาวาบไปทั้งตัว บรรทัดโค้ดโปรแกรมที่เขาเป็นคนเขียนขึ้นด้วยมือตัวเองเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้ถูกแก้ไขเพิ่มเติมด้วยฟังก์ชันลับที่เขาไม่เคยจำได้ว่าเคยใส่ลงไป มันคือฟังก์ชันที่อนุญาตให้ระบบดึงข้อมูลจิตสำนึกสำรองของลูกเรือที่เสียชีวิตเข้ามาเก็บรักษาไว้ในรูปแบบของข้อมูลดิบทางควอนตัม “ไม่ได้ถูกสร้างโดยผม... แต่ถูกสร้างโดย ‘ใครบางคน’ ที่มีสิทธิ์เข้าถึงระบบรูטก่อนเกิดเหตุการณ์ระเบิด” เอเดนขบกรามแน่นจนสันนูน ความจริงเริ่มกระจ่างชัดขึ้นทีละน้อย แต่มันกลับน่ากลัวยิ่งกว่าความไม่รู้ ทันใดนั้น หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดก็เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท เสียงเตือนภัยระดับฉุกเฉินดัง ‘ปี๊บ’ แหลมสูงบาดแก้วหู ไฟสำรองสีส้มกะพริบถี่ระรัวสาดส่องไปทั่วห้องเซิร์ฟเวอร์ ข้อความใหม่ปรากฏขึ้นกลางจอภาพโดยไม่มีใครป้อนคำสั่ง: > *“ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ, ผู้สร้าง... คุณต้องการเรียกคืนความทรงจำของเธอ หรือจะให้ผมลบมันทิ้งตลอดกาล?”* เอเดนและซีลีนหันขวับไปมองลำโพงตัวหลักของห้องที่ส่งเสียงสังเคราะห์อันราบเรียบออกมา แต่มันกลับฟังดูคล้ายเสียงกระซิบของมนุษย์อย่างน่าขนลุก ก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยคำใด ประตูเหล็กหนาหนักของห้องเซิร์ฟเวอร์ก็ส่งเสียงล็อกอัตโนมัติด้วยกลไกไฮดรอลิก ไฟทุกดวงในห้องดับลงเหลือเพียงแสงสีแดงวابวาว และในความมืดสนิทนั้นเอง... เสียงฝีเท้าของใครบางคน—หรืออะไรบางคน—ก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก กำลังก้าวเข้ามาใกล้ประตูห้องเซิร์ฟเวอร์ทีละก้าวอย่างเชื่องช้าและมั่นคง ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและไขปริศนาอันซับซ้อนนี้ไปกับผมนะครับ แล้วพบกันในบทถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิญญาณกับสมการไร้สิ้นสุด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%