"พิมพ์อะไรมาตั้งยาวเหยียด แล้วทำไมถึงกดส่งแค่ภาพตารางชีวิต 5 ปีของฉันล่ะครับ คุณมินตรา... หรือว่าสมองส่วนเหตุผลกับนิ้วมือของคุณมันแยกกันทำงานโดยสมบูรณ์ไปแล้ว"
หน้าจอโทรศัพท์มือถือสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดของห้องพักในโฮสเทลไม้เก่าคร่ำครึ กวินนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาสไตล์วินเทจ แสงสีฟ้าจากหน้าจอสะท้อนลงบนกรอบแว่นสายตาและสันจมูกโด่งเป็นคม เขากำลังจ้องมองข้อความที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอไลน์อย่างพินิจพพิเคราะห์ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มแบบที่มินตรามักจะนิยามมันในใจว่า *'รอยยิ้มชวนหาเรื่องระดับสิบกะโหลก'*
ทางด้านมินตรา บล็อกเกอร์สาวผู้ไม่เคยปล่อยให้ชีวิตหลุดจาก Excel นั่งแข็งทื่ออยู่บนเตียงนอนราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน สองมือสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่พยายามเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง หัวใจของเธอดิ่งวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อสมองประมวลผลทันว่า เมื่อครู่เธอตั้งใจจะพิมพ์ข้อความยาวเหยียดเพื่อด่าทอกวินด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อนระดับพริกสิบสวน หลังจากที่เขาแอบถ่ายตารางเวลาชีวิต 5 ปีข้างหน้าของเธอไปทำเป็นมีมล้อเล่นในวงเหล้าเมื่อคืน แต่ด้วยความรีบร้อนและอาการมือลั่นขั้นเทพ เธอกลับกดส่งภาพสกรีนช็อตนั้นออกไป โดยที่ยังคาข้อความด่าทอที่พิมพ์ค้างไว้ว่า *'อีตาช่างภาพหน้ามึน นายมันโรคจิต ถ้ำมอง แอบถ่าย ชอบละเมิดสิทธิ์คนอื่น ชาตินี้อย่าได้เจอ...'* ไว้ในช่องพิมพ์แชต—เดี๋ยวนะ! โชคยังดีที่เธอกดยกเลิกข้อความด่าทอนั้นทันเสี้ยววินาที แต่ภาพตารางชีวิต 5 ปีที่ระบุแผนการแต่งงาน การซื้อบ้าน และการเกษียณตอนอายุ 45 ปี มันดันพุ่งตรงไปอยู่ในแชตส่วนตัวของเขาแบบไม่มีทางเรียกคืนได้แล้ว!
"ฉันไม่ได้ตั้งใจจะส่ง!" มินตราโพล่งขึ้นเสียงดัง ทำลายความเงียบงัดในยามวิกาล เธอลุกพรวดขึ้นจากเตียง ชี้หน้าชายหนุ่มด้วยความลนลาน "แล้วก็นะ นายช่วยลบภาพนั้นออกจากมือถือเดี๋ยวนี้เลยนะกวิน ห้ามเอาไปแชร์ให้ใครดูเด็ดขาด นี่มันละเมิดความเป็นส่วนตัวขั้นรุนแรง!"
กวินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นช่างน่าหมั่นไส้ในความรู้สึกของคนฟัง เขายังคงนั่งนิ่ง ไม่ยอมขยับตัวไปไหน ปล่อยให้มินตราเดินกระแทกเท้าเข้าไปประชิดตัวราวกับแมวเปอร์เซียกำลังโกรธจนขนพองสยองเกล้า
"ละเมิดตรงไหนล่ะครับ ผมไม่ได้แฮกเข้าระบบธนาคารของคุณเสียหน่อย" กวินเงยหน้าขึ้นสบตา มองบล็อกเกอร์สาวที่ตอนนี้ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนความอาย "อีกอย่าง... ตารางชีวิตนี่น่าสนใจดีออกนะครับ หน้า 3 ข้อที่บอกว่า *'ปีที่ 3: มองหาคู่ชีวิตที่เหมาะสมเพื่อสร้างครอบครัว'* เนี่ย... ตอนนี้คุณคัดเลือกผมเข้าไปอยู่ในลิสต์รอบสัมภาษณ์หรือยังครับ หรือว่าผมเพิ่งโดนคัดชื่อออกเพราะเรื่องแอบถ่ายเมื่อคืน"
"นายมัน...!" มินตรากัดริมฝีปากแน่น เถียงไม่ออกเพราะโดนย้อนด้วยข้อมูลดิบๆ ที่เธอเป็นคนเขียนขึ้นมาเองกับมือ "ฉันจะหาใครเป็นคู่ชีวิตมันก็เรื่องของฉัน ปากเสียแบบนาย ต่อให้เหลือผู้ชายคนสุดท้ายบนโลกนี้ ฉันก็ไม่มีวันเอาหรอก!"
"แรงจังนะครับ" กวินวางโทรศัพท์มือถือคว่ำลงบนโต๊ะไม้ เขาถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวๆ ก้าวเข้าประชิดตัวเธอทีละก้าว จนมินตราต้องถอยหลังกรูดไปจนสะดุดขอบเตียงและหย่อนตัวลงนั่งโดยอัตโนมัติ "แต่แปลกนะครับ... คนที่วางแผนชีวิตไว้อย่างรัดกุมทุกวินาทีอย่างคุณ ทำไมถึงปล่อยให้หัวใจตัวเองหลงทางมาติดแหงกอยู่กับช่างภาพที่ไม่มีแม้แต่อนาคตในกล้องฟิล์มได้ล่ะครับ"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา เสียงหริ่งเรไรนอกหน้าต่างห้องพักในชนบทเงียบลงไปถนัดตา มินตราเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบที่มักจะซ่อนความรู้สึกไว้หลังเลนส์แว่นเสมอ แต่วินาทีนี้ แววตาคู่นั้นกลับไม่มีความกวนประสาทเจือปนอยู่เลย มันมีความจริงจังบางอย่างสะท้อนออกมา จนทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจของเธอเริ่มรวนเร
"ฉันไม่ได้หลงทาง..." เสียงของมินตราเบาหวิวลงอย่างเห็นได้ชัด เธอหลบสายตาไปมองชายเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ของเขาแทน "ฉันแค่... ทำตามแผนที่วางไว้พลาดไปนิดหน่อยเท่านั้นเอง"
"พลาดเหรอครับ" กวินย่อตัวลงเล็กน้อยให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับเธอ ปลายนิ้วเรียวยาวของช่างภาพหนุ่มยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเนียนของเธอออกอย่างเบามือ สัมผัสนั้นแผ่วเบาเสียจนมินตราสะدุ้งเฮือกแต่กลับไม่กล้าขยับหนี "สำหรับผมแล้ว... การได้หลงทางมาเจอกับคุณในทริปนี้ อาจจะเป็นแผนการเดียวในชีวิตที่ผมรู้สึกขอบคุณพระเจ้ามากที่สุดก็ได้นะครับ"
มินตราเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย เลือดในกายสูบฉีดจนใบหน้าร้อนผ่าวไปถึงใบหู คำหยอดคำหวานระดับโปรแบบนี้มันมาจากไหนกัน ทำไมคนอย่างกวินถึงสามารถพูดเรื่องชวนใจสั่นพวกนี้ด้วยหน้าตาเฉยเมยได้ขนาดนี้
"นายพูดอะไรของนาย..." เธอพphึมพำเสียงสั่น พยายามดึงสติกลับมา "เลิกเล่นมุกแบบนี้สักทีเถอะ ฉันใจไม่ดี..."
"ผมไม่ได้เล่นมุกครับ" กวินขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิม จนมินตราสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเขา กลิ่นหอมจางๆ ของไม้สนและกลิ่นอายฝนผสมผสานกับความเป็นตัวตนของเขา ทำให้เธอลืมบทสนทนาโต้เถียงเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น ชายหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบกล้องถ่ายรูปตัวโปรดที่ห้อยคอเขาอยู่อคมออกมา ยื่นหน้าจอ LCD ด้านหลังมาให้เธอดดู
บนหน้าจอนั้นไม่ใช่ภาพวิวทิวทัศน์ของภูเขาหรือแม่น้ำตามธรรมชาติ แต่มันคือภาพโคลสอัปใบหน้าของมินตราเองในมุมเผลอ ขณะที่เธอกำลังนั่งกัดริมฝีปากด้วยความเครียดเรื่องตารางเวลาเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องกระทบไรผมสีน้ำตาลอ่อน ทำให้เธอดูลึกลับและงดงามราวกับภาพวาดในนิตยสารศิลปะ
"นาย... นายแอบถ่ายฉันอีกแล้วนะ!" เธอยกมือขึ้นจะปัดกล้องหนี แต่กวินกลับจับข้อมือเธอไว้เบาๆ
"ผมไม่เคยบันทึกความทรงจำลงในกระดาษหรือฮาร์ดดิสก์เหมือนที่คนอื่นเขาทำหรอกนะครับมินตรา" กวินพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจัง ดวงตาคมมองลึกลงไปในดวงตากลมโตของเธอ "ผมเป็นช่างภาพที่เกลียดการถ่ายภาพผู้คน เพราะผมคิดว่ามันเป็นแค่การหยุดเวลาไว้โดยฝืนธรรมชาติ... จนกระทั่งผมได้เจอคุณ"
มินตราหยุดนิ่ง ลมหายใจสะดุดกึก ความเงียบเข้าปกคลุมระหว่างพวกเขาทั้งคู่ ทว่าเสียงหัวใจที่เต้นรัวราวมือกลองร็อกสตาร์กลับดังชัดเจนจนกลบเสียงรอบข้างเสียสนิท
"รู้ไหมครับว่าทำไมผมถึงชื่อ 'กวิน'?" ช่างภาพหนุ่มเอ่ยชื่อตัวเองออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ที่รู้จักกัน น้ำเสียงของเขาเจือความรู้สึกบางเบาที่ถูกเก็บซ่อนไว้มาเนิ่นนาน
มินตราส่ายหัวช้าๆ แทนคำตอบ เธอไม่เคยกล้าถามเรื่องส่วนตัวของเขาเลยสักครั้ง
"แม่ตั้งชื่อนี้ให้เพราะมันแปลว่า *'ผู้มีความงดงาม'*..." กวินระบายยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยแต่นอบน้อมที่สุดเท่าที่มินตราเคยเห็น "ท่านบอกว่าอยากให้ผมมองเห็นความงดงามในทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต... แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมกลับมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากความสูญเสียและการจากลา จนกระทั่งผมได้เห็นคุณพยายามจัดระเบียบตารางชีวิตบ้าๆ บอๆ ของตัวเองด้วยความตั้งใจจริง แม้ว่าโลกใบนี้มันจะไม่เคยหมุนตามแผนที่คุณวางไว้เลยก็ตามที"
นิ้วมือที่กุมข้อมือของเธออยู่กระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย ไออุ่นจากฝ่ามือของเขาส่งผ่านเข้ามาถึงหัวใจของหญิงสาวอย่างดื้อดึง
"คุณทำให้ผมอยากกลับมาถือกล้องถ่ายรูปอีกครั้ง... ไม่ใช่เพื่อบันทึกวิวทิวทัศน์ที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่เพื่อบันทึกรอยยิ้มของคุณ ในทุกๆ หน้าของไดอารี่การเดินทางต่อจากนี้ไป"
มินตราอ้าปากค้างเล็กน้อย สมองที่เคยประมวลผลด้วยตรรกะและตัวเลขมาตลอดชีวิตพังทลายลงในพริบตาเดียว ขอบตาของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความรู้สึกจุกแน่นในอกตีรวนขึ้นมาจนพูดไม่ออก คำว่า 'บล็อกเกอร์สาวสายเพอร์เฟกต์' ที่เคยสร้างเกราะป้องกันตัวเองมานานนับปี ถูกพังทลายลงด้วยคำสารภาพเรียบง่ายแต่จริงใจของช่างภาพหนุ่มตรงหน้า
"นายมัน... บ้าที่สุด..." เธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ปล่อยให้หยาดใสไหลรินลงมาอาบแก้ม แต่มุมปากกลับค่อยๆ คลี่0ยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว
กวินหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างเอ็นดู เขาเอื้อมมือขึ้นมาเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มให้อย่างทะนุถนอม ราวกับเธคือสิ่งของที่เปราะบางที่สุดในโลกใบนี้
"ถ้าผมบ้า... คุณก็เป็นต้นเหตุที่ทำให้ผมเสียสติแล้วล่ะครับคุณมินตรา"
ชายหนุ่มขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ ปลายจมูกโด่งชนกันเบาๆ มินตราหลับตาลงช้าๆ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เธอกำลังจะปล่อยให้ตัวเองไหลไปตามกระแสความรู้สึกที่ไม่ได้อยู่ในตาราง 5 ปีที่เคยร่างไว้...
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนไลน์จากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูลงอย่างไม่เกรงใจใคร หน้าจอสมาร์ทโฟนสว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับชื่อบัญชีผู้ส่งที่ไม่คาดฝัน... มันคือข้อความจาก "คุณแม่ของมินตรา" ที่ส่งภาพถ่ายตั๋วเครื่องบินเที่ยวบินด่วนพร้อมข้อความสั้นๆ ว่า:
*[แม่: มินตรา ลูกอยู่ที่ไหน! แม่ส่งช่างแต่งหน้าไปรอที่บ้านแล้วนะ เตรียมตัวแต่งงานพรุ่งนี้ได้เลย!]️*
กวินชะงักค้างในระยะประชิด เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างอยู่ ก่อนจะหันกลับมามองบล็อกเกอร์สาวที่ตอนนี้เบิกตากว้างเท่าไข่ห่านด้วยความตกใจขีดสุด
"แต่งงาน... พรุ่งนี้เหรอครับ?" กวินทวนคำเสียงเรียบ มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มกริ่มขึ้นมาอีกครั้ง "นี่อยู่ในตารางชีวิต 5 ปีหน้าของคุณด้วยหรือเปล่าครับคุณมินตรา ทำไมผมถึงตกเป็นข่าวใหญ่โดยที่ยังไม่ทันได้เซ็นชื่อในใบสมัครเลยล่ะเนี่ย"
--------------------------------------------------
*ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเปิดหน้าไดอารี่บทนี้ไปด้วยกันนะครับ!*
ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้ไม่เคยบันทึกความทรงจำ•ตอนที่ 15
คำสารภาพผ่านมุมกล้อง
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้ไม่เคยบันทึกความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!