"คุณกำลังจะบอกฉันว่า... ใบจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรมห้าดาว และกำหนดการเดินทางสามสัปดาห์ในยุโรปที่ฉันใช้เวลาวางแผนมาสามเดือนเต็ม... มันถูกจองซ้ำซ้อนกับผู้ชายแปลกหน้าคนอื่นอย่างนั้นเหรอครับ?"
เสียงของมินตราดังลอดผ่านเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของสายการบินดังลั่น จนผู้โดยสารคนอื่นที่ต่อคิวอยู่ข้างหลังต้องหันมามองเป็นตาเดียว เธอพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมสติที่กำลังจะกระเจิงออกจากร่าง แต่ปลายนิ้วที่กำลังจิกสมุดแพลนเนอร์สีพาสเทลจนยับยู่ยี่นั้นฟ้องชัดเจนว่า ความเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ในตัวเธอกำลังกรีดร้องด้วยความคลั่ง
เจ้าหน้าที่สาวหน้าเคาน์เตอร์ก้มหน้ามองจอคอมพิวเตอร์สลับกับกระดาษในมือด้วยสีหน้าเหงื่อตก "ต้องขออภัยจริงๆ ครับคุณมินตรา ทางเอเจนซี่แจ้งว่าเกิดข้อผิดพลาดทางเทคนิคในระบบฐานข้อมูล ทำให้กรุ๊ปทัวร์ส่วนตัวของคุณถูกควบรวมเข้ากับตั๋วของ... เอ่อ... คุณกวิน ช่างภาพอิ스ระที่เดินทางในแพ็กเกจเดียวกันครับ"
"ช่างภาพ? ฉันไม่ได้ต้องการช่างภาพ ฉันต้องการความเป็นส่วนตัวและความเป๊ะ!" มินตราสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นตาสายตาฉายแววหงุดหงิดขั้นสุด "แล้วผู้ชายคนนั้นอยู่ที่ไหน ทำไมยังไม่มารายงานตัว นี่มันอีกสิบนาทีจะเริ่มกระบวนการเช็กอินแล้วนะ!"
"เอ่อ... ทางนี้ครับ"
เสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวลดังขึ้นจากด้านหลัง ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในเสื้อฮู้ดสีดำสนิท สวมแว่นกันแดดพรางใบหน้าครึ่งหนึ่ง และมีกล้องโปรตัวใหญ่มูลค่าหลักแสนห้อยคล้องคออยู่ ปากคาบกาแฟกระป๋องพร้อมกับถือกระเป๋าเดินทางใบยักษ์แบบแบกเป้ลุยเดี่ยว เขาเดินเข้ามาใกล้ด้วยท่าทางเอื่อยเฉื่อยราวกับโลกใบนี้ไม่มีอะไรต้องรีบเร่ง
มินตราหันขวับไปมองผู้ชายคนนั้นด้วยสายตาพิฆาต เธอสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาทางจมูก "คุณใช่ไหม... คุณกวิน คนที่ทำให้แผนการเดินทางอันไร้ที่ติของฉันต้องพังไม่เป็นท่าตั้งแต่วินาทีแรกที่เหยียบสนามบิน"
กวินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยใต้แว่นกันแดด เขาค่อยๆ ดึงแว่นลงมาคล้องไว้ที่คอ เผยให้เห็นดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความขี้เล่นและรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทเสียจนน่าหมั่นไส้ "สวัสดีครับคุณนักวางแผน ตัวจริงเสียงดังกว่าในอีเมลร้องเรียนที่ส่งไปหาเอเจนซี่เมื่อเช้าซะอีกนะเนี่ย"
"นี่คุณ!" มินตราหน้าตื่นและรู้สึกเสียฟอร์มเล็กน้อยที่อีกฝ่ายรู้ทัน "ฉันไม่ได้ร้องเรียน ฉันแค่รักษาสิทธิ์ของตัวเองในฐานะลูกค้าที่จ่ายเงินเต็มจำนวน! แล้วดูคุณสแต่งตัวสิ... นี่เราจะไปยุโรปนะ ไม่ได้ไปเดินตลาดนัดจตุจักร รองเท้าผ้าใบเลอะๆ นั่นมันอะไรกัน"
"อ๋อ คู่นี้เหรอครับ?" กวินก้มมองรองเท้าผ้าใบสีขาวที่ตอนนี้มีคราบฝุ่นติดอยู่เล็กน้อย เขายิ้มกริ่มก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอตรงๆ "รองเท้าคู่ใจที่พาผมลุยมาสิบประเทศแล้วครับคุณมินตรา ไม่ต้องห่วงหรอก มันไม่ทำให้ผมเป็นภาระตอนเดินตามตารางเวลาเป๊ะๆ ของคุณหรอก... มั้งนะ"
คำว่า 'มั้งนะ' ของเขามันช่างกระตุกต่อมความดันโลหิตของบล็อกเกอร์สาวเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ให้พุ่งปรี๊ดขึ้นถึงขีดสุด มินตรากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อไม่ให้ภาพลักษณ์กุลสตรีที่สั่งสมมาพังทลายลงตรงหน้าเคาน์เตอร์สนามบิน
"ฟังให้ดีนะคุณกวิน..." มินตราโน้มตัวเข้าไปใกล้ ใช้ปลายนิ้วชี้หน้าเขาเบาๆ ด้วยท่าทางเอาเรื่อง "ทริปนี้ฉันเป็นคนวางแผนทุกนาที โรงแรมทุกแห่ง ร้านอาหารทุกมื้อ และเส้นทางท่องเที่ยวทุกจุดถูกคำนวณไว้หมดแล้ว เพราะฉะนั้น หน้าที่ของคุณมีอย่างเดียวคือ 'เดินตามหลังเงียบๆ และห้ามออกนอกลู่นอกทาง' เข้าใจไหมครับ?"
กวินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นเจือความขบขันอย่างชัดเจน เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอจนมินตราต้องผถะถอยหลังด้วยความตกใจ "โห... ฟังดูน่าสนุกเหมือนค่ายทหารดีนะครับคุณมินตรา แต่เสียใจด้วยนะ... ผมเป็นพวกเกลียดกรอบ และไม่ชอบเดินตามหลังใครซะด้วยสิ"
ก่อนที่มินตราจะได้อ้าปากด่ากราดใส่ความกวนประสาทนั้น เสียงประกาศเรียกผู้โดยสารเที่ยวบินตรงสู่ปารีสดังขึ้นขัดจังหวะพอดี เจ้าหน้าที่รีบยื่นตั๋วเครื่องบินทั้งสองใบให้ด้วยรอยยิ้มแห้งๆ
กวินคว้าตั๋วของตัวเองมาถือไว้ด้วยมือเดียว ก่อนจะหันมามองมินตราที่ยังยืนหน้าบึ้งตึงเป็นตูดทอดสะพาน "เอาล่ะครับคุณบล็อกเกอร์คนเก่ง... ได้เวลาไปพิสูจน์กันแล้วล่ะ ว่าแผนเพอร์เฟกต์ของคุณจะรอดพ้นจากเงื้อมมือผู้ชายสายอาร์ตคนนี้ได้สักกี่น้ำ"
เขาพูดจบก็เดินนำลิ่วหายเข้าไปในช่องตรวจตั๋วโดยไม่รอเธอเลยสักนิด มินตราได้แต่ยืนกำหมัดแน่นด้วยความแค้นเคือง พลางหยิบมือถือขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันโน้ตแล้วพิมพ์ข้อความด้วยความโมโห
*[ร่างหมายเหตุเพิ่มเติมในแผนการเดินทาง: เพิ่มมาตรการควบคุมตัว 'คุณกวิน' ให้เดินอยู่ในระยะสายตา ไม่ให้คลาดสายตาแม้แต่ก้าวเดียว!]*
แต่มินตราหารู้ไม่ว่า... การก้าวขาขึ้นเครื่องบินเคียงคู่กับช่างภาพหนุ่มผู้ไม่เคยสนใจอดีตคนนี้ จะทำให้ตารางชีวิตอันแสนสมบูรณ์แบบของเธอกลายเป็นเศษกระดาษปลิวว่อนกลางกรุงปารีส และหัวใจที่เคยถูกล็อกกุญแจไว้อย่างแน่นหนาก็กำลังจะถูกสั่นคลอนอย่างไม่มีวันเหมือนเดิม
ระหว่างที่เธอกำลังก้าวผ่านประตูตรวจคนเข้าเมืองและก้มหน้าก้มตาเก็บมือถือใส่กระเป๋า จู่ๆ กวินก็หยุดเดินกะทันหันจนมินตราพุ่งชนแผ่นหลังกว้างของเขาเต็มแรง กระเป๋าเดินทางใบเล็กเกือบหลุดมือ
"อุ๊ย! คุณหยุดเดินทำไมเนี่ย!" มินตราอุทานด้วยความตกใจ เงยหน้าขึ้นต่อว่า
กวินไม่ได้หันมาตอบทันที เขายกกล้องโปรคู่ใจขึ้นมาเล็งไปที่เบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว เสียงชัตเตอร์ดัง *แชะ!* ท่ามกลางผู้คนนับร้อยที่กำลังเดินสวนกันไปมา
มินตราขมวดคิ้วมุ่น กำลังจะอ้าปากบ่นเรื่องความไม่มีระเบียบวินัยของเขาอีกรอบ แต่จังหวะนั้นเอง... กวินก็ลดกล้องลง หันมามองเธอด้วยสายตาที่ลึกซึ้งแปลกประหลาด รอยยิ้มกวนประสาทหายAไปจากใบหน้า แทนที่ด้วยความเงียบงันที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
"ยินดีต้อนรับสู่ทริปพังๆ ของเรานะ... ยัยตัวแสบ"
กวินกระซิบเบาๆ ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและชวนใจสั่นอย่างประหลาด ก่อนที่เขาจะกดส่งข้อความบางอย่างเข้าโทรศัพท์มือถือของมินตราทันที แล้วเดินนำหน้าหายลับไปในฝูงชน
มินตราชะงักค้าง ก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สั่นเตือนด้วยข้อความใหม่จากไลน์ของกวินที่เพิ่งกดเพิ่มเพื่อนกันเมื่อครู่นี้...
*(ข้อความจากกวิน: "รูปแรกของทริปนี้... ผมตั้งใจถ่ายให้คุณเป็นพิเศษเลยนะ ยัยไกด์บุ๊กจอมจุ้น")*
หัวใจของบล็อกเกอร์สาวกระตุกวูบอย่างแรง เธอกดเปิดดูรูปภาพในแชททันทีด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย... และภาพที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ ก็ทำเอาเธอนิ่งอึ้งพูดไม่ออก จนเกือบจะก้าวขาไม่ออกเลยทีเดียว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมออกเดินทางไปด้วยกันในตอนแรกนี้นะครับ
ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้ไม่เคยบันทึกความทรงจำ•ตอนที่ 1
ทริปพังๆ กับผู้ชายสายอาร์ต
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้ไม่เคยบันทึกความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!