ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้ไม่เคยบันทึกความทรงจำ•ตอนที่ 17

ความสัมพันธ์แบบเพื่อนร่วมทริป?

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"ตกลงว่าเราเป็นอะไรกันแน่ครับ... คุณมินตรา" เสียงทุ้มต่ำของกวินดังขึ้นทำลายความเงียบงันในห้องพักขนาดกะทัดรัด แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟหัวเตียงสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของเขา เงาทอดตัวยาวไปบนผนังห้อง บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยความกดดันชนิดที่ต่อให้เปิดแอร์เบอร์ต่ำสุดก็ยังทำให้เหงื่อซึมตามไรผมได้ ผมเองที่เป็นคนหลุดปากถามออกไปแบบนั้น... ถามออกไปทั้งที่รู้ว่ามันอาจจะทำลายเส้นบางๆ ที่เราเพิ่งข้ามผ่านมาระหว่างทริปนี้ มินตราที่กำลังยืนกอดอกอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งชะงักกึก นิ้วเรียวที่เคยขยับจัดระเบียบหลอดครีมบำรุงผิวตามความเคยชินหยุดนิ่งสนิท เธอยังไม่หันกลับมามองหน้าผมทันที แผ่นหลังบางภายใต้เสื้อฮู้ดตัวโคร่งไหววูบเล็กน้อยด้วยแรงหายใจที่สะดุดไปชั่วขณะ ห้องทั้งห้องเงียบจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาดิจิทัลบนโต๊ะเดินติ๊กๆ... ติ๊กๆ... เป็นจังหวะที่ชวนให้หัวใจกระวนกระวายเสียเหลือเกิน "นี่คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย" เสียงหวานติดจะสั่นนิดๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น เธอยังคงรักษาสถิตินักวางแผนผู้ไม่ยอมแพ้ด้วยการหันกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่ปลอมที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาในรอบปี "อยู่ๆ ก็มาถามอะไรแบบนี้ เลอะเทอะใหญ่แล้วนะกวิน นอนไม่พอหรือเปล่าเนี่ย" "ผมไม่ได้เลอะเทอะครับ" ผมขยับตัวลุกขึ้นจากโซฟา ก้าวเข้าไปใกล้เธอทีละก้าวอย่างมั่นคง "และผมก็ตื่นตัวดีมากด้วย... มินตรา มองหน้าผมแล้วตอบผมซิครับ ว่าที่ผ่านมาทั้งหมด ตั้งแต่กระเป๋าเดินทางหายที่สนามบิน จนถึงการหลงทางกลางป่าเมื่อวานนี้... สำหรับคุณแล้ว ผมเป็นแค่ 'เพื่อนร่วมทริป' ที่บังเอิญจับฉลากมาเจอหรือไงครับ" มินตราผถอยหลังไปก้าวหนึ่งจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะเครื่องแป้ง ดวงตากลมโตคู่นั้นไหวระริกอย่างปิดไม่มิด ความมั่นใจและมาดเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ที่เธอพยายามสวมกابلเป็นเกราะป้องกันตัวมาตลอดทริปกำลังพังทลายลงทีละน้อย "แล้ว... แล้วคุณอยากให้ฉันตอบว่าอะไรล่ะ?" เธอยอมเงยหน้าขึ้นสบตาผมในที่สุด น้ำเสียงของเفرเจือแววตัดพ้ออย่างที่เธอไม่ค่อยยอมให้ใครเห็นบ่อยนัก "คุณเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเราเป็นแค่พวกชอบเดินทางที่นิสัยต่างกันสุดขั้ว คุณรักอิสระ ส่วนฉันชอบความเป๊ะ... เรามันคนละโลกกันชัดๆ กวิน" "แล้วใครเป็นคนบอกล่ะครับว่าคนละโลกแล้วจะเดินทางร่วมกันไม่ได้?" ผมย้อนถามเสียงนุ่ม ทอดสายตามองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่เต็มอก ความรู้สึกที่ผมพยายามปฏิเสธมาตลอดทาง พยายามซ่อนไว้หลังเลนส์กล้อง พยายามกดมันลงไปทุกครั้งที่เราเถียงกันเรื่องแผนการเดินทาง "ก็คุณ...!" "ผมแค่ไม่อยากยอมรับครับ" ผมตัดบท ชิงพูดในสิ่งที่ค้างคาใจออกไปตรงๆ "เพราะผมกลัวว่าถ้าผมยอมรับว่าผมไม่ได้มองคุณเป็นแค่เพื่อนร่วมทาง... ทุกอย่างที่เราสร้างมามันจะพัง ถ้าทริปนี้จบลงแล้วคุณก็แค่บินกลับโลกส่วนตัวของคุณ ส่วนผมก็แค่สะพายเป้เดินเข้าป่าไปเหมือนเดิม... เราจะกลายเป็นคนแปลกหน้าที่เคยรู้จักกันแค่นั้นเหรอครับ มินตรา?" คำพูดของผมทำให้ห้องเงียบลงไปอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัดเหมือนตอนแรก มันเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงกระเพื่อมทางอารมณ์ คล้ายผิวน้ำในทะเลสาบยามค่ำคืนที่มีลมพัดผ่านจนเกิดระลอกคลื่น มินตราเม้มปากแน่นยิ่งกว่าเดิม ดวงตาคู่นั้นเริ่มรื้นไปด้วยละอองน้ำใสๆ เธอกำหมัดแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ท่าทางแบบนั้นทำให้คนที่ชอบฟอร์มจัดคนนี้ดูเปราะบางเสียจนผมอดใจไม่ไหว อยากจะดึงเธอเข้ามาสวมกอดไว้เพื่อบอกว่าทุกอย่างมันจะไม่เป็นไร "คุณนี่มัน... เอาแต่ใจตัวเองชะมัด" สุ้มเสียงของเธอกลายเป็นเสียงกระซิบเบาหวิว พร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลเอ่อรินลงมาอาบแก้มข้างหนึ่ง "ชอบทำให้คนอื่นเขาคิดไปไกล... ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นคนบอกว่ากล้องน่ะมีหน้าที่แค่บันทึกภาพ ไม่ใช่เก็บความรู้สึกแท้ๆ" ผมชะงักไปนิดเมื่อได้ยินประโยคหลัง "อ๋อ... จำได้ด้วยเหรอครับที่ผมเคยพูดแบบนั้น?" ผมเผลอยิ้มออกมาบางๆ บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่เริ่มละลายลงด้วยความทรงจำที่เราต่างก็แอบเก็บมันไว้คนละมุม "ใครจะไปลืมลงล่ะ..." มินตราเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่หลุดลอดออกมาจากมุมปาก แม้เธอจะพยายามทำเป็นดุผมก็ตามที "พูดจาชวนปวดหัวตลอดเวลา เป็นช่างภาพที่กวนประสาทที่สุดในโลกเลยรู้ตัวไหม" "รู้ครับ... แต่ถึงจะกวนประสาท แค่ไหน ผมก็เป็นช่างภาพคนเดียวที่บันทึกรอยยิ้มของคุณตอนที่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่จุดชมวิวเมื่อเช้าได้สวยที่สุดนะครับ" ผมพูดพลางก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกนิด ระยะห่างระหว่างเราตอนนี้เหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น มินตราหันขวับกลับมามองผม ใบหน้าของเธอแดงก่ำลามไปถึงใบหู "ใครอนุญาตให้คุณถ่ายรูปตอนฉันเผลอฮะ! ลบเดี๋ยวนี้เลยนะกวิน!" "ไม่ลบครับ และจะไม่ยอมให้เป็นแค่ภาพถ่ายในความทรงจำด้วย" ผมเอื้อมมือไปคว้ามือบางที่กำลังจะยื่นมาตีแขนผมไว้ นุ่มนวลแต่หนักแน่นพอที่จะไม่ยอมปล่อยให้เธอถอยหนีอีกต่อไป "ตอบคำถามผมมาก่อนสิครับ มินตรา... ตกลงว่าเราเป็นอะไรกัน?" ดวงตากลมโตเงยขึ้นมองสบตาผมอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่มีแววตาแห่งการหลบ ภัย ไม่มีเกราะป้องกันใดๆ เหลืออยู่ มีเพียงความจริงใจที่สะท้อนอยู่ในแววตาคู่นั้น มินตราสูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันชั่วครู่ ก่อนที่เธอจะยอมเอ่ยปากออกมาด้วยเสียงที่เบาเสียจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ "ก็... เป็นคนที่จะไม่ยอมให้คุณหนีไปไหนหลังจบทริปนี้ไงเล่า... พอใจหรือยังล่ะ ตาบ้า!" คำตอบนั้นทำให้หัวใจของผมที่เคยเคว้งคว้างมาตลอดการเดินทาง พุ่งทะยานขึ้นไปแตะขอบฟ้าในพริบตา รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผมอย่างที่ไม่ได้ทำมานานแสนนาน ผมหัวเราะเบาๆ ในลำคอด้วยความโล่งใจและสุขล้น ก่อนจะเอื้อมมือไปเกลี่ยคราบน้ำตาบนแก้มเนียนนั้นอย่างเบามือที่สุด "ถ้าอย่างนั้น... ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ไกด์บุ๊กเล่มนี้คงต้องมีการเขียนกฎข้อใหม่เพิ่มแล้วล่ะครับ" "กฎข้ออะไรอีกเล่า?" มินตราถามเสียงพยายามดุ แต่แก้มแดงๆ กับรอยยิ้มที่ซ่อนไม่อยู่ฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังเขินจนแทบจะระเบิดอยู่แล้ว "กฎข้อที่ว่า... ห้ามเดินทางคนเดียวอีกเด็ดขาด" ผมกระซิบชิดริมฝีปากเธอ แววตาเป็นประกายระยิบระยับ "ไม่ว่าทริปหน้าจะไปที่ไหน เราต้องใช้กระเป๋าเดินทางใบเดียวกัน... ตกลงไหมครับ?" มินตราทำท่าจะอ้าปากเถียงเพื่อรักษาฟอร์ม แต่ยังไม่ทันที่คำพูดใดจะหลุดออกจากริมฝีปากของเธอ เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งก็ดังขึ้นขัดจังหวะ *ติ๊ง!* หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นมาในความมืดสลัวของห้อง พร้อมกับข้อความจากบุคคลปริศนาที่ส่งตรงเข้ามากลางดึก **[ข้อความใหม่จาก: "คนที่คุณก็รู้ว่าใคร" - 00:15 น.]** *"ถึงไหนกันแล้วล่ะลูกพี่? ฉันส่งพิกัดโรงแรมใหม่ไปให้แล้วนะ... หวังว่าพรุ่งนี้เช้าคงไม่ต้องจองตั๋วบินเดี่ยวกลับกรุงเทพฯ คนเดียวนะ ฮ่าๆๆ"* ผมขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อเห็นชื่อผู้ส่ง ส่วนมินตราที่ชะโงกหน้ามามองหน้าจอพร้อมกันถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นั่นมันเสียงข้อความจาก 'พี่กรณ์' บรรณาธิการนิตยสารท่องเที่ยวจอมวางแผนที่บอกว่าจะไม่มายุ่งกับทริปส่วนตัวของเราไม่ใช่หรือไง แล้วทำไม... ทำไมเขาถึงรู้พิกัดโรงแรมที่เราพักอยู่ตอนนี้ได้ล่ะ?! ---------------------------------------- *ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันรอยยิ้มไปด้วยกันในทุกๆ บรรทัดนะครับ*
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้ไม่เคยบันทึกความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%