เสียงล็อกกลอนประตูห้องพักในไซต์งานก้องกังวานขึ้นราวกับเสียงพิพากษาโทษทัณฑ์ ประโยคทักทายอันเยือกเย็นและแฝงไว้ด้วยรอยยิ้มอาบยาพิษของรวิศยังคงลอยเคว้งอยู่ในบรรยากาศที่อัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความตึงเครียด คีรินยืนบังร่างของพริมาไว้มิดชิด แผ่นหลังกว้างไหวสะท้อนตามจังหวะลมหายใจที่กระชั้นถี่ แววตาดิบเถื่อนของหัวหน้าวิศวกรหนุ่มฉายประกายอำมหิตราวกับสัตว์ป่าที่ถูกรุกรานอาณาเขต
"ถอยไป... รวิศ" เสียงทุ้มต่ำของคีรินลอดไรฟันออกมาด้วยความเคียดแค้น มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของพริมาที่กำลังสั่นเทาไว้มั่น บีบแน่นจนหญิงสาวนิหน้าด้วยความเจ็บ แต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนี้ ไม่มีใครสนใจความเจ็บปวดทางกาย รัศมีอันตรายที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มทั้งสองคนกำลังทำให้ห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้แคบลงจนแทบหายใจไม่ออก
รวิศก้าวล่วงเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับเชิญ สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทีสบายๆ ตรงกันข้ามกับสายตาคมกริบที่กวาดมองสภาพยับเยินของทั้งคู่ รอยกระดุมเสื้อที่หลุดลุ่ยและผิวเนื้อแดงก่ำจากการสัมผัสก่อนหน้านี้ ฟ้องชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นหลังบานประตูนี้
"ใจร้อนเสียจริงนะครับ... คุณคีริน" รวิศยิ้มหยัน นัยน์ตาคมกวาดมองพริมาที่หลบอยู่เบื้องหลังแผ่นหลังกว้างด้วยความเสน่หาปนสมเพช "ผมอุตส่าห์มาเยือนถึงที่ เพราะคิดว่าคุณน่าจะต้องการความช่วยเหลือ... ดูท่าทางคุณสถาปนิกคนสวยคงจะเหนื่อยกับการรับมือ 'คนเถื่อน' อย่างคุณเต็มทีแล้วกระมังครับ"
พริมาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความหวาดหวั่น เธอรู้ดีว่ารวิศไม่ใช่คนใจบุญสุนทาน การมาปรากฏตัวในยามวิกาลเช่นนี้มีแต่จะซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลงไปอีก ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากปฏิเสธความหวังดีจอมปลอมนั้น คีรินก็ระเบิดเสียงหัวเราะในลำคอออกมาอย่างน่ากลัว
"คิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่างั้นสินะ... ไอ้หน้าตัวเมีย" คีรินก้าวเท้าเข้าหารวิศทีละก้าว แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนรวิศต้องชะงักฝีเท้า รอยยิ้มบนใบหน้าของนักลงทุนหนุ่มเริ่มเจื่อนลงเมื่อเผชิญหน้ากับความบ้าคลั่งในแววตาของวิศวกรหนุ่ม "มึงคิดว่าส่งคนมาป่วนไซต์งาน มาเล่นตุกติกเรื่องงบประมาณ แล้วกูจะดูไม่ออกรึไงวะ!"
"พูดอะไรไม่เห็นรู้เรื่อง..." รวิศพยายามรักษามาดสุขุม แม้เม็ดเหงื่อกาฬจะเริ่มผุดพรายข้างขมับ "ผมเป็นนักลงทุน ผมมาคุยเรื่องธุรกิจ ไม่ได้มาฟังคนสติแตกเห่าหอน"
พลั่ก!
หมัดหนักอึ้งพุ่งกระแทกเข้าที่ใบหน้าของรวิศอย่างจังจนร่างโปร่งเซถลาไปกระแทกกับผนังห้อง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นสะท้อนความโกรธเกรี้ยวที่ถูกสะสมมาเนิ่นนาน รวิศยกหลังมือขึ้นเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก ก่อนจะหัวเราะในลำคอด้วยความสะใจ หันมามองคีรินด้วยแววตาวาวโรจน์
"แกคิดว่าใช้กำลังแก้ปัญหาได้ทุกอย่างงั้นเหรอล่ะ คีริน! แกคิดว่าผู้หญิงคนนี้จะอยู่ข้างคนไร้อนาคตอย่างแกไปได้สักกี่น้ำ!" รวิศตะคอกกลับด้วยความโมโห พลางพุ่งเข้าใส่คีรินในทันที ทั้งสองคนตะלุมบอนกันด้วยความรุนแรง ข้าวของในห้องพังระเนระนาด เสียงโครมครามดังสนั่นจนพริมาต้องยกมือขึ้นปิดปากกรีดร้องด้วยความตกใจ
"หยุดนะ! พอได้แล้วทั้งคู่!" พริมาตะโกนสุดเสียง ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ภาพความรุนแรงตรงหน้ากระชากเธอกลับสู่โลกความเป็นจริงอันโหดร้าย
ท่ามกลางความชุลมุน คีรินอาศัยจังหวะที่เหนือกว่ากดร่างของรวิศลงกับพื้น มือหนาบีบเข้าที่คอเสื้อของอีกฝ่ายจนหน้าดำหน้าแดง แววตาของคีรินแดงก่ำเต็มไปด้วยจิตสังหาร ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงไซренаรถตำรวจก็ดังแว่วมาจากด้านนอกไซต์งาน ทำลายความเงียบยามค่ำคืนลงอย่างสิ้นเชิง
รวิศยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมาแม้จะถูกกดอยู่กับพื้น "สายไปแล้วล่ะ... คีริน ตำรวจมาแล้ว... และหลักฐานทุจริตในโปรเจกต์นี้ ก็อยู่ในห้องทำงานของแกเรียบร้อยแล้ว!"
คีรินชะงัก กรามขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน เขากวาดสายตามองหน้าศัตรูสลับกับพริมาที่ยืนตัวแข็งทื่อด้วยความตื่นตระหนก แผนการสกปรกของรวิศกระจ่างชัดขึ้นในสมอง ทว่าก่อนที่วิศวกรหนุ่มจะทันได้ตัดสินใจทำอะไร ร่างบางของพริมาก็ก้าวเข้าไปคว้าแขนของเขาไว้แน่น แววตาสั่นระริกแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
"หนีไป... คีริน" พรินากระซิบเสียงสั่น ลมหายใจรินรดกันในระยะประชิด "ถ้าคุณอยู่ที่นี่ คุณจบเห่แน่!"
คีรินหันมามองสถาปนิกสาวผู้เป็นดั่งกรงขังและสรวงสวรรค์ในคราเดียวกัน นัยน์ตาดิบเถื่อนอ่อนลงชั่วขณะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นอันดุดัน เขาคว้าเอวบางเข้ามาประชิดตัวในเสี้ยววินาที ก้มลงกระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหัวใจคนฟังแทบหยุดเต้น
"จำคำของผมไว้ให้ดี... ต่อให้พลิกแผ่นดินหนี ผมก็จะไม่ยอมปล่อยคุณให้ไอ้สารเลวคอนนี้เด็ดขาด"
พูดจบ คีรินก็ใช้จังหวะที่ความสนใจของทุกคนพุ่งไปที่ประตูห้อง พังหน้าต่างกระจกด้านหลังห้องกระโดดหายออกไปในความมืดมิดท่ามกลางเสียงไซเรนที่ใกล้เข้ามาทุกที ทิ้งให้พริมายืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง พร้อมกับเสียงเคาะประตูห้องที่ดังรัวระรัวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจด้านนอก... และรอยยิ้มแห่งชัยชนะบนใบหน้าของรวิศที่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุอารมณ์มาด้วยกันจนถึงบทนี้นะครับ
วิศวกรสวาท: กรงขังรักฉบับนายช่างดื้อรั้น•ตอนที่ 27
แตกหัก
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรสวาท: กรงขังรักฉบับนายช่างดื้อรั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!