กลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็กและควันธูปโบราณยังคงอบอวลอยู่ในห้องชันสูตรศพยามวิกาล แสงไฟนีออนสีขาวนวลสาดส่องลงบนร่างไร้วิญญาณของเหยื่อรายล่าสุด บนผิวหนังของศพปรากฏรอยสักยันต์อักขระโบราณที่ถูกกรีดด้วยของมีคมอย่างประณีต มันไม่ใช่แค่การฆาตกรรม แต่มันคือ "พิธีกรรม"
แพทย์หญิงณัฐชาขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นิ้วเรียายาวภายใต้ถุงมือยางสีขาวยังคงกดลงบนบาดแผลลึกเพื่อตรวจสอบวิถีของคมมีด ดวงตาคู่สวยฉายแววครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง แม้สมองส่วนลึกจะพยายามหาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์มาหักล้าง แต่รอยไหม้รูปวงกลมรอบแผลที่ไร้ความร้อนนั้น ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันมีเงื่อนไขของไสยเวทเข้ามาเกี่ยวข้อง
"คุณกำลังใช้ตรรกะทางนิติเวชไปป์ติดกับดักของมันนะ หมอชา"
เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดของห้องชันสูตร ภาคินก้าวออกมาจากเงาสลัว ร่างสูงในชุดสูทสีเข้มไร้ที่ติทำให้บรรยากาศรอบตัวดูอึดอัดและน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองตรงมาที่เธอด้วยแววตาที่อ่านยาก—มันมีความห่วงใยเจืออยู่ภายใต้ความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์
ณัฐชาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา มือที่ถือเครื่องมือแพทย์ชะงักไปครู่หนึ่ง "ฉันเชื่อในหลักฐานและข้อเท็จจริง อาจารย์ภาคิน ไม่ใช่เรื่องงมงายที่คุณพยายามจะชี้นำ"
"ความจริงมักน่ากลัวกว่าที่คุณคิดเสมอครับคุณหมอ..." ภาคินก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเรื่อยๆ กลิ่นกายผสมผสานระหว่างกลิ่นกระดาษเก่าและน้ำหอมราคาแพงลอยแตะจมูก "สิ่งที่คุณกำลังผ่าพิสูจน์อยู่นี้ ไม่ใช่แค่มนุษย์ที่กระทำ แต่มันคือ 'สาส์น' ที่ถูกส่งตรงถึงเราสองคน"
เขายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำครึวางลงบนโต๊ะสแตนเลสข้างศพ ณัฐชาเหลือบมองมันด้วยความระแวง ก่อนจะใช้คีมคีบเปิดออก ด้านในไม่ใช่รายงานการแพทย์ แต่เป็นภาพถ่ายใบหน้าของเธอเองเมื่อหลายปีก่อน สมัยที่ครอบครัวยังอยู่พร้อมหน้า—แต่ดวงตาในภาพถูกกรีดด้วยรอยหมึกสีดำสนิท
หัวใจของนิติเวชสาวกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นริ้วขึ้นมาจากปลายนิ้ว เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ มือเรียวเผลอกำแน่นจนถุงมือยางส่งเสียงเสียดสีกัน
"ใครเป็นคนส่ง..." เสียงของณัฐชาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด
"คนที่รู้จักอดีตของคุณดีกว่าตัวคุณเอง และรู้ว่าผมกำลังพยายามปกป้องอะไรอยู่" ภาคินโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงของเขาแนบชิดและจริงจังจนขนลุกชัน "เกมนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อแก้แค้น แต่มันคือการประกาศสงคราม ตาต่อตา ฟันต่อฟัน... และพวกมันเลือกสนามเด็กเล่นเป็นชีวิตของเรา"
ณัฐชาหันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ระยะห่างที่ใกล้ชิดทำให้เธอได้กลิ่นลมหายใจอุ่นๆ ของเขา "คุณรู้อะไรมา ภาคิน? ทำไมพวกมันถึงรู้เรื่องในอดีตของฉัน?"
ภาคินไม่ตอบทันที เขายกมือขึ้นปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของเธอออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ปลายนิ้วของเขาอบอุ่นตัดกับสถานการณ์อันหนเหน็บ "เพราะคนที่ชักใยอยู่เบื้องหลังเงา คือคนที่เคยเดินเคียงข้างผมในอดีต... คนที่รู้ว่าอาคมบทไหนสามารถพรากคนที่ผมรักไปได้ และตอนนี้ มันกำลังจะทำแบบเดียวกันกับคุณ"
บรรยากาศในห้องชันสูตรพลันเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องมือแพทย์ติ๊ดเบาๆ เป็นระยะ ทว่าในวินาทีที่ณัฐชาอ้าปากจะเอ่ยถามต่อ ไฟนีออนบนเพดานก็เกิดอาการกะพริบและดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดกลืนกินห้องทั้งห้องในเสี้ยววินาที
กลิ่นธูปโบราณที่ควรจะจางหายไป กลับโชยคละคลุ้งหนาแน่นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก
ในความมืดสนิทนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังเดินวนอยู่รอบโต๊ะผ่าศพ... และตามมาด้วยเสียงกระซิบกระซาบเย็นยะเยือกที่ดังมาจากร่างไร้วิญญาณบนเตียงเบื้องหลังพวกเขา ทั้งที่ศพนั้นควรจะตายไปนานแล้ว
*อรุณมนตราขาวขอขอบพระคุณท่านผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดในคำสารภาพครึ่งทางนี้ด้วยกันนะครับ*
สืบคาถา ล่ารอยใจ•ตอนที่ 25
ภัยมืดคืบคลาน
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถา ล่ารอยใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!