สืบคาถา ล่ารอยใจ•ตอนที่ 22

หลักฐานชิ้นเอก

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและน้ำยาฆ่าเชื้อเข้มข้นในห้องเก็บศพใต้ดินของสถาบันนิติเวชยามวิกาล ไม่เคยเป็นมิตรกับใคร แต่สำหรับแพทย์หญิงณัฐชาแล้ว มันคือสถานที่เดียวที่ความจริงไม่เคยโกหก ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือยางสีขาวยังคงสั่นเทาเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อร่างไร้วิญญาณบนเตียงสแตนเลส แต่เป็นเพราะรอยแผลเป็นลึกลับบนแผ่นหลังของศพรายล่าสุด ที่ถูกกรีดด้วยคมมีดเป็นอักขระคาถาโบราณซึ่งตรงกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อห้าปีก่อน คดีที่พรากครอบครัวของเธอไปตลอดกาล เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลัง ไม่จำเป็นต้องหันไปมองเธอก็รับรู้ได้ถึงรัศมีอันคุ้นเคย—กลิ่นจางๆ ของใบยาสูบชั้นดีผสมกับความเย็นเยียบของอำนาจมืดที่ศาสตราจารย์ภาคินพกติดตัวราวกับเงาตามตัว "คุณกำลังใช้ความโกรธเป็นเข็มทิศอีกแล้วนะ หมอชา" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงความเยارเย็นดังขึ้นเหนือศีรษะ ภาคินก้าวเข้ามาประชิดจนณัฐชารับรู้ได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเขาที่ตัดกับความหนาวเหน็บของห้องดับจิต ชายหนุ่มโน้มตัวลงเล็กน้อย สายตาคมกริบมองลอดผ่านกรอบแว่นสายตาไปยังรอยแผลบนศพด้วยความนิ่งสงบผิดมนุษย์ "ถ้าฉันไม่ใช้ความรู้สึก นิติเวชอย่างฉันคงกลายเป็นแค่เครื่องจักรที่รอวันถูกทำลายเหมือนพวกมัน" ณัฐชาตอบเสียงแข็ง เธอไม่ได้ถอยหนี กลับยืนเผชิญหน้าจนไหล่แทบจะชิดกับอกแกร่งของอีกฝ่าย "คุณมาทำอะไรที่นี่ อาจารย์ภาคิน นี่มันเขตหวงห้ามของเจ้าหน้าที่" "เขตหวงห้ามเหรอครับ?" ภาคินหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำพร่าและชวนให้ขนลุกเกรียว "สำหรับคุณ... ผมไม่เคยคิดว่ามีเขตไหนที่ห้ามผมเข้าได้จริงๆ หรอกนะ ยิ่งโดยเฉพาะเวลาที่คุณกำลังเดินหลงทางเข้าไปในดงกระสุนที่มองไม่เห็นด้วยแล้ว" มือเรียวหนาของศาสตราจารย์หนุ่มเอื้อมผ่านไหล่เธอไปหยิบแฟ้มเอกสารชันสูตรบนโต๊ะ ปลายนิ้วของเขาเฉียดผ่านผิวแก้มเนียนของเธอไปเพียงนิด ทว่ากลับสร้างกระแสไฟประหลาดที่ทำให้ณัฐชาต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ความสัมพันธ์สีเทาระหว่างเขากับเธอเปรียบเสมือนการเดินอยู่บนลวดสลิงกลางเหวลึก ฝ่ายหนึ่งยึดมั่นในฟันเฟืองของกฎหมายและวิทยาศาสตร์ แต่อีกฝ่ายกลับใช้มนตราและศาสตร์มืดในการแกะรอยเหยื่อ ทั้งสองต่างผลักไสและดึงดูดกันด้วยแรงโน้มถ่วงอันตราย "คุณเจออะไรในศพนี้..." ณัฐชาเปลี่ยนเรื่อง เบนสายตากลับมาที่ร่างไร้วิญญาณ "รอยกรีดนี่ไม่ใช่ฝีมือของคนธรรมดา อักขระพวกนี้ถูกลงอาคมเพื่อสะกดวิญญาณไม่ให้ไปผุดไปเกิด... มันเหมือนกับแฟ้มคดีของพ่อแม่ฉัน" "ไม่ใช่แค่เหมือนครับ แต่มันคือลายมือเดียวกัน" คำพูดราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดของภาคินทำให้หัวใจของแพทย์สาวกระตุกวูบ เธอหันขวับมามองเขา ดวงตาสั่นระริกด้วยความตกใจและคาดคั้น "คุณหมายความว่ายังไง? ใคร?" ภาคินไม่ตอบทันที เขายกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อสูทออกเล็กน้อย ก่อนจะวางสมุดปกหนังสีดำเข้มเล่มหนึ่งลงบนโต๊ะข้างศพ สมุดที่หนังหุ้มเริ่มเปื่อยยุคแต่ตัวอักษรบนหน้าปกกลับเด่นชัดด้วยคราบหมึกสีแดงคล้ำที่ดูคล้ายเลือดแห้ง "สมุดบันทึกคาถา... ของนายแพทย์ประจักษ์" ภาคินเอ่ยชื่ออดีตศัลยแพทย์มือหนึ่งผู้ล่วงลับ และยังเป็นอาจารย์แพทย์ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการสาธารณสุขคนก่อน ณัฐชากลั้นหายใจ สมุดเล่มนั้นคือสิ่งทึ่เธอตามหามาตลอดห้าปี สมุดที่ถูกระบุในสำนวนคดีว่าเป็นของกลางที่สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยในคืนวันเกิดเหตุฆ่ายกครัวตระกูลของเธอ "คุณไปเอามาจากไหน..." เสียงของเธоแหบพร่า มือที่สวมถุงมือยางเอื้อมไปหมายจะแตะสมุดเล่มนั้น แต่กลับถูกมืออุ่นของภาคินคว้าข้อมือเอาไว้เสียก่อน "ช้าก่อน หมอชา" ภาคินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นปะทะเข้ากับข้างแก้มของเธอ กลิ่นอายความเป็นชายและกลิ่นอายของอาคมโบราณตีรวนอยู่ในความรู้สึก "การเปิดสมุดเล่มนี้ไม่ได้แปลว่าคุณจะได้คำตอบ แต่มันหมายถึงการเปิดประตูที่คุณไม่มีวันปิดมันลงได้อีก... คุณแน่ใจแล้วเหรอว่าจะก้าวลงไปในนรกขุมนี้กับผม?" ณัฐชานิ่งงัน ปลายจังหวะชีพจรของเธอเต้นเร็วจนน่ากลัว สายตาคู่นั้นของภาคินไม่ได้กำลังขู่ขวัญ แต่เขากำลังท้าทาย และในขณะเดียวกันก็ปกป้องเธอไว้ในอาณาเขตอันมืดมิดของเขาอย่างอวดดี เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะใช้มืออีกข้างดึงสมุดบันทึกเล่มนั้นเข้ามาหาตัวอย่างเด็ดเดี่ยว "ฉันอยู่มนนรกขุมนี้มาห้าปีแล้ว อาจารย์ภาคิน... ไม่มีอะไรที่ฉันต้องกลัวอีกต่อไป" ณัฐชาเปิดหน้าแรกของสมุดบันทึกออก กลิ่นอายของความตายและกระดาษเก่าโชยเข้าจมูกทันที ทว่าสิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับไม่ใช่คาถาอาคมโบราณอย่างที่คิด แต่เป็นภาพถ่ายโพลลาอยด์ใบหนึ่งที่เสียบคาไว้หน้าแรก ภาพถ่ายที่ทำให้ลมหายใจของแพทย์สาวขาดห้วงในทันที มันคือภาพถ่ายของตัวเธอเอง... ที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงในห้องนอนของเธอเองเมื่อคืนวานนี้! พร้อมกับข้อความลายมือเขียนด้วยหมึกสีแดงสดที่เขียนทับลงบนรูปภาพว่า: *"ยินดีต้อนรับสู่พิธีกรรม... ลูกศิษย์ตัวน้อยของฉัน"* ไฟนีออนบนเพดานห้องดับจิตกะพริบไหวรุนแรงจนเกิดเสียงชอร์ตดังระเบิดเบาๆ ก่อนที่หลอดไฟทั้งหมดจะดับวูบลง เหลือเพียงความมืดสนิทที่กลืนกินทุกสิ่ง ท่ามกลางความเงียบงันและไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่าน ณัฐชารับรู้ได้ทันทีว่ามีเสียงฝีเท้าคู่หนึ่ง... กำลังเดินเข้ามาใกล้ประตูห้องดับจิตที่ถูกล็อกจากด้านนอกทีละก้าวอย่างเชื่องช้าและมั่น อรุณมนตราขาวขอขอบพระคุณท่านผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดด้วยกันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถา ล่ารอยใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%