สืบคาถา ล่ารอยใจ•ตอนที่ 4

เกมจิตวิทยาบนโต๊ะทำงาน

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
เสียงกระแทกจากท่อนเหล็กหนักหน่วงฟาดเข้ากับบานพับประตูห้องชันสูตรดังสนั่นหวั่นไหว แรงสะเทือนนั้นส่งตรงมาถึงฝ่ามือของแพทย์หญิงณัฐชาที่ยังคงยืนอยู่ชิดกับแผ่นหลังของศาสตราจารย์ภาคิน ความมืดโรยตัวลงปิดกั้นวิสัยทัศน์ทันทีที่ไฟฉุกเฉินดับวูบ เหลือเพียงแสงเรืองรองสีส้มสลัวจากตู้แช่ศพด้านในที่กะพริบถี่ราวกับสัญญาณชีพใกล้ดับสูญ "อยู่หลังโต๊ะผ่าศพครับ หมอชา" เสียงกระซิบของภาคินกระชับอยู่ข้างใบหู น้ำเสียงของเขานิ่งสนิทไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ราวกับสถานการณ์เฉียดตายตรงหน้าเป็นเพียงบทสนทนารabระหว่างจิบกาแฟยามบ่าย ปลายมือของเขาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้มั่น ลากจูงให้ก้าวหลบพ้นแนววิถีกระสุนหรือสิ่งกีดขวางได้อย่างแม่นยำในความมืดทึบ *ปัง!* รูกระสุนเจาะทะลุกระจกฝ้าของประตูห้องชันสูตร เศษกระจกชิ้นเล็กกระเด็นตกลงมากระทบพื้นกระเบื้องส่งเสียงกรุ้งกริ้ง ณัฐชาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความโกรธปนระทึก วิทยาศาสตร์ไม่เคยสอนให้เธอวิ่งหนีอันตรายโดยปราศจากการคำนวณ แต่วิชาไสยเวทและสัญชาตญาณดิบของชายข้างกายกลับกำลังทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังให้เธอในเสี้ยววินาทีนี้ "พวกเขาไม่ได้มาเพื่อหาศพ..." ณัฐชาเอ่ยลอดไรฟันในความมืด ขณะทรุดตัวลงหลบหลังแท่นสแตนเลสสตีล "แต่มาเพื่อทำลายหลักฐานที่รอยแผลของเหยื่อ" "ฉลาดมากครับ" ภาคินพยักหน้ารับในความมืด ดวงตาคมกริบของเขาปรับโฟกัสเข้ากับความมืดได้อย่างรวดเร็ว มือใหญ่เอื้อมไปหยิบขวดแก้วบรรจุผงว่านยาโบราณในกระเป๋าเสื้อโค้ท พร้อมกับพึมพำคาถาบทสั้นระคนเสียงถอนหายใจ "แต่พวกมันประเมินความดื้อรั้นของคุณต่ำไปหน่อย หมอชา" ก่อนที่ชายฉกฉลาดในชุดดำกลุ่มหนึ่งจะพังบานประตูเข้ามาได้สำเร็จ ภาคินสะบัดข้อมือโปรยผงยาสีเทาลงบนพื้นหน้าทางเข้า ทันทีที่ละอองยาแตะกับอากาศที่ชื้นแคว้น กลิ่นฉุนรุนแรงของกำมะถันและไพลดำก็พวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกับเสียงปะทุราวกับถ่านไฟครุกรุ่น กลุ่มควันสีขาวขุ่นหนาทึบแผ่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว กีดขวางทัศนวิสัยของผู้บุกรุกจนเกิดเสียงไอโขลกและเสียงสบถหยาบคายดังลอดเข้ามา "คุณทำอะไรลงไป?" ณัฐชาถามเสียงเขียว แม้จะอยู่ในสถานการณ์คับขัน เธอก็ยังไม่วายแสดงความเคลือบแคลง "นั่นมันสารเคมีหรือมนต์ดำกันแน่? ถ้าห้องนี้ปนเปื้อน หลักฐานทางนิติเวชทั้งหมดจะใช้การไม่ได้!" "บางครั้ง... วิทยาศาสตร์ก็ช้าเกินกว่าจะรักษาชีวิตคนนะครับ หมอชา" ภาคินก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน ท่ามกลางความตึงเครียดอันเข้มข้น ร่างสูงใหญ่ของเขาโน้มลงมาบังร่างเธอมิดชิด มือข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะเหล็กไว้ ส่วนอีกข้างโอบประคองเอวคอดกิ่วของเธอไว้หลวมๆ เพื่อป้องกันแรงกระแทก เคมีบางอย่างพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้เหตุผลท่ามกลางกลิ่นควันยาและกลิ่นอายความตาย ณัฐชาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ แต่กลิ่นกายเฉพาะตัวของภาคิน—กลิ่นไม้จันทน์หอมผสมกับกลิ่นอายฝน—กลับรบกวนสมาธิอันเที่ยงตรงของแพทย์นิติเวชสาวอย่างสิ้นเชิง เธอผลักอกเขาเบาๆ แต่เขากลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน "ถอยไปค่ะอาจารย์ภาคิน ดิฉันไม่ใช่เหยื่อในพิธีทางไสยศาสตร์ของคุณที่จะต้องมาโอบกอดเพื่อปัดเป่าวิญญาณ" เธอกระซิบเสียงเยียบเย็น พยายามซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง "ปากแข็งเสียจริงครับ..." ภาคินหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนผ่านแผ่นอกที่แนบชิด "แต่ชีพจรที่ข้อมือคุณตอนนี้เต้นเร็วกว่าเกณฑ์ปกติถึงสองเท่า... หมอชาครับ หัวใจของคุณกำลังบอกความจริงที่ปากพยายามปฏิเสธ" เสียงฝีเท้าถอยร่นออกไปด้านนอกพร้อมเสียงสบถด่าทอ บ่งบอกว่าควันยาของภาคินได้ผลชะงักและทำให้ผู้บุกรุกต้องล่าถอยไปก่อนที่รพ.จะประกาศภาวะฉุกเฉิน ทว่า บรรยากาศภายในห้องชันสูตรกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลย ความเงียบสงบที่กลับคืนมากลับยิ่งสร้างแรงกดดันระหว่างคนทั้งสองให้ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว ไฟฟ้าสำรองของโรงพยาบาลดีดกลับมาทำงานอีกครั้ง แสงไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าสาดส่องลงมาบนร่างของทั้งคู่ ณัฐชากะพริบตาถี่เพื่อปรับโฟกัส เธอรีบก้าวถอยหลังออกห่างจากอ้อมแขนของศาสตราจารย์หนุ่ม จัดเสื้อกาวน์สีขาวให้เข้าที่ด้วยท่าทีเคร่งขรึม ทว่าพวงแก้มขาวเนียนกลับมีริ้วรอยสีระเรื่อจางๆ ที่เธอไม่อาจควบคุมได้ ภาคินยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะ สายตาคมปลาบกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงของเธอด้วยความชื่นชมระคนทึ่ง เขาหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดคราบเขม่าที่เปื้อนข้อมืออย่างใจเย็น "คุณเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ด้วยตาเปล่าบ้างไหมครับ หมอชา?" ภาคินเปิดประเด็นขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงนัยยะลึกล้ำ "เช่น แรงดึงดูดระหว่างคนสองคนที่ยืนอยู่คนละฝั่งของกำแพงความเชื่อ" ณัฐชาแค่น ริมฝีปากหยักลึกเหยียดยิ้มเย็นชา เธอกลับมาสวมบทบาทแพทย์นิติเวชผู้ยึดมั่นในตรรกะอีกครั้งอย่างรวดเร็ว "ดิฉันเชื่อในฟิสิกส์ แรงโน้มถ่วง และปฏิกิริยาเคมีครับ... อาจารย์ภาคิน สิ่งที่คุณเรียกว่าแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณ แท้จริงแล้วก็แค่ฮอร์โมนอะดรีนาลีนที่หลั่งออกมาในภาวะวิกฤตเท่านั้นเอง" "ทางวิทยาศาสตร์เรียกว่าอะดรีนาลีน..." ภาคินก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าว ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับต้องการอ่านทะลุถึงก้นบึ้งของจิตใจ "แต่ในทางมานุษยวิทยาและไสยเวทโบราณ... เราเรียกว่า *'การผูกดวงชะตาโดยไม่รู้ตัว'* ครับ" ณัฐชาชะงักไปชั่วขณะเมื่อแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับชั้นวางอุปกรณ์การแพทย์ ภาคินยืนค้ำอยู่ตรงหน้า ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ ก่อนที่ณัฐชาจะได้โต้แย้งด้วยหลักการแพทย์ใดๆ เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ก็ดังขึ้นจากด้านนอก พร้อมกับร่างของหมอหนุ่มรุ่นน้องผู้ช่วยศัลยแพทย์ที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ตรงนั้น "อาจารย์หมอครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงหอบหายใจดังแทรกเข้ามา "ศพของเหยื่อรายแรกในคดีเมื่อสามวันก่อน... ศพในห้องเย็นหมายเลขสี่... หายไปอย่างไร้ร่องรอยครับ!" ณัฐชาเบิกตากว้าง ความตกใจฉายชัดบนใบหน้าสวยคม เธอหันขวับไปมองหน้าภาคินทันที สีหน้าสุขุมเยือกเย็นของศาสตราจารย์หนุ่มเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ดวงตาคมกริบหรี่ลงราวกับกำลังคำนวณหมากกระดานใหญ่ที่ซับซ้อนกว่าที่คาดคิด ภาคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ใบหูของเธออีกครั้ง กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่เยือกเย็นจนสันหลังวาบ "ดูเหมือนว่า... เกมนี้ไม่ได้มีแค่เราสองคนเสียแล้วครับ หมอชา และบางที... สิ่งที่พวกเขาต้องการตามหา อาจจะซ่อนอยู่ในตัวคุณตั้งแต่แรก" --- ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดและลุ่มลึกนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถา ล่ารอยใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%