กลิ่นอายของสนิมเหล็กและคราบไขมันสัตว์โบราณอบอวลคละคลุ้งในห้องใต้ดินของพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ แสงไฟสลัวสีส้มจากหลอดทังสเตนสาดกระทบโครงกระดูกมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ถูกจัดวางในท่าทางบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ ราวกับพวกมันกำลังพยายามดิ้นRนหนีจากบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าความตาย
"คุณกำลังเล่นกับไฟที่แม้แต่นรกก็ยังต้องยอมถอยให้ ภาคิน"
เสียงหวานทุบทำลายความเงียบงัน แพทย์หญิงณัฐชา ยืนอยู่เบื้องหลังแสงเงา มือเรียวภายใต้ถุงมือแพทย์กำลังถือแฟ้มเอกสารชันสูตรพลิกศพที่สั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อภูตผีปีศาจ หากแต่เป็นความสั่นสะท้านจากความจริงอันบิดเบี้ยวที่เพิ่งถูกถอดรหัสออกมาได้จนหมดเปลือก
ศาสตราจารย์ภาคิน หันกลับมาอย่างช้าๆ เงาร่างสูงใหญ่ของเขาภายใต้เสื้อโค้ทสีเข้มทาบทับลงบนผนังหินเก่าแก่ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ท่าทางของหญิงสาวด้วยรอยยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับและเสน่ห์อันตรายที่ชวนให้รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง
"ความจริงก็เหมือนไสยเวทดำ หมอชา... ถ้าคุณไม่กล้าพอที่จะเปิดมันออกดูตั้งแต่แรก ก็ไม่ควรแม้แต่จะเอ่ยปากถามหาคำตอบตั้งแต่จุดเริ่มต้น" ภาคินก้าวเท้าเข้าไปใกล้ทีละน้อย เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินก้องกังวาน "ว่าอย่างไรล่ะครับ? ร่องรอยกระดูกที่หักงอจากภายใน รอยสักยันต์โบราณที่ถูกกรีดลึกลงไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนังก่อนที่เหยื่อจะหมดลมหายใจ... มันบอกอะไรคุณในฐานะนักวิทยาศาสตร์ผู้ยึดมั่นในเหตุผลบ้างล่ะ?"
ณัฐชากลืนก้อนความขมขื่นลงคอ สายตาของเธอแข็งกร้าวขึ้น เธอไม่ได้ถอยหนีเมื่อเขาย่างกรายเข้ามาประชิด จนกระทั่งแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับตู้จัด
แสดงโบราณวัตถุ
"มันบอกฉันว่า... ฆาตกรไม่ได้ใช้แค่คาถาอาคมหรือความงมงายอย่างที่ชาวบ้านเข้าใจ" ณัฐชาเงยหน้าสบตาผู้ชายตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "แต่เขาใช้ 'ความรู้' ทางนิติเวชศาสตร์และมานุษยวิทยาขั้นสูง... ความรู้ระดับเดียวกับผู้เชี่ยวชาญที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าฉันนี่แหละครับ... อ้อ, ไม่สิ... ต้องเรียกว่า 'คุณ' ต่างหากล่ะ"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ภาคินชะงักฝีเท้าลง รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาไม่ได้จางหายไป กลับยิ่งเด่นชัดขึ้นจนน่าขนลุก
"คุณฉลาดมาก หมอชา... เกินกว่าที่ผมคาดไว้เสียอีก" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นราวกับกำลังชมเชยผลงานศิลปะชิ้นเอก "แต่ความฉลาดมักเป็นคำสาปที่ทำให้คนเราอายุสั้นเสมอ คุณไม่คิดหรือว่า การรู้มากเกินไปในสถานที่ปิดตายแบบนี้ มันคือความประมาทที่สุดในชีวิตของคุณ?"
"คุณคือคนที่ฆ่าครอบครัวฉันเมื่อสิบปีก่อน" ณัฐชาเอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่เด็ดเดี่ยว หยดน้ำตาเอ่อคลอเบ้าแต่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความแค้นที่สุมอก "พิธีกรรมบูชาครูหมอผีที่ล้างบางตระกูลแพทย์นิติเวชของฉัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และไม่ใช่ฝีมือของฆาตกรต่อเนื่องโรคจิต... แต่มันคือการ 'ทดลอง' เพื่อพิสูจน์ทฤษฎีไสยเวทผสานจิตวิทยาที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการปิดเมื่อสิบปีก่อน... ซึ่งมีชื่อคุณเป็นเจ้าของผลงาน!"
ภาคินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น เต็มไปด้วยความดาร์กและเยือกเย็น เขาเอื้อมมือมาปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของเธอออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสจากปลายนิ้วของเขาเย็นเฉียบราวกับคนตาย แต่กลับสร้างกระแสไฟประหลาดวิ่งพล่านไปทั่วผิวEกายของณัฐชาจนเธอต้องเกร็งตัว
"วิทยาศาสตร์กับไสยเวทไม่ได้แยกขาดจากกันหรอกครับ หมอชา... มันเป็นเหรียญคนละด้าน" ภาคินกระซิบชิดริมใบหูของเธอ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกับกลิ่นอายบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายโบราณ "มนุษย์เรากลัวสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ผมทำให้มันมีตัวตน... และเพื่อจะไปให้ถึงจุดสูงสุดของการไขรหัสจิตวิญญาณมนุษย์ บางครั้ง... ดอกไม้ที่งดงามที่สุด ก็จำเป็นต้องรดด้วยเลือดสดๆ ของคนที่คุณรัก เพื่อให้รากมันหยั่งลึกถึงแก่นแท้"
ณัฐชาเม้มปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านจนสมองแทบระเบิด มือเรียวข้างที่ซ่อนอยู่ด้านหลังตู้จัดแสดงเอื้อมไปหยิบมีดผ่าตัดสแตนเลสสตีลที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อกาวน์อย่างรวดเร็ว
"ฉันจะจบเรื่องบ้าๆ นี่ด้วยมือของฉันเอง!"
เธอเงื้อมือขึ้นหมายจะปักลงที่หัวไหล่ของเขา แต่ทว่า... ภาคินกลับไวกว่า เขารวบข้อมือของเธอไว้ได้อย่างง่ายดายด้วยมือเพียงข้างเดียว แรงมหาศาลจากร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้ร่มผ้าทำให้มีดในมือหลุดร่วงลงกระแทกพื้นเสียงดังเคร้ง!
ภาคินตรึงข้อมือของเธอไว้เหนือศีรษะ แนบชิดร่างกายเข้าหากจนไม่มีช่องว่าง ท่ามกลางความตึงเครียดอันเร่าร้อนและอันตรายถึงชีวิต สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างดุเดือด แรงดึงดูดสีเทาระหว่างเหยื่อและผู้ล่าพุ่งสูงจนถึงขีดสุด เป็นความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยว หอมหวาน และพร้อมจะทำลายล้างกันและกันได้ทุกเมื่อ
"คุณคิดว่าจะฆ่าผมด้วยมีดผ่าตัดเล่มกระจิ๋วหลิวนี้หรือครับ, หมอชา?" ภาคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกับแก้มเนียน เสียงกระซิบของเขาเต็มไปด้วยความเย้ายวนใจอันดำมืด "คุณประเมินผมต่ำไป... และที่สำคัญที่สุด คุณประเมิน 'คนที่อยู่ข้างหลังคุณ' ต่ำเกินไป..."
ณัฐชาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของปลายกระบอกปืนโลหะที่จ่อเข้าที่ท้ายทอยของเธอจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ก้าวเข้ามาสมทบในความมืดของห้องใต้ดิน
ไม่ใช่เสียงของคนอื่น... แต่เป็นเสียงฝีเท้าของนายตำรวจหนุ่มผู้เป็นมือขวาคนสนิทของเธอนั่นเอง!
"ขอโทษด้วยนะครับหมอ..." เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยเอ่ยขึ้นกระซิบข้างหูเธอ พร้อมกับแรงกดของปากกระบอกปืนที่แนบแน่นขึ้น "แต่ความลับของอาจารย์ภาคิน... เป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้พวกเรามีชีวิตรอดไปสู่โลกยุคใหม่ด้วยกัน"
อรุณมนตราขาวขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดและจิตวิทยาอันซับซ้อนในบทที่ 31 นี้ด้วยกันนะครับ
สืบคาถา ล่ารอยใจ•ตอนที่ 31
เผชิญหน้ากับบอสใหญ่
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถา ล่ารอยใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!