กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้ากับนางเซียนผู้เฝ้าสุสานดารา•ตอนที่ 1

รอยร้าวบนศิลาอาคม

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
ความตายมิใช่จุดสิ้นสุดของสรรพสิ่ง หากแต่เป็นเพียงบทสนทนาบทใหม่ที่ถูกละไว้ในฐานที่เข้าใจ กลิ่นอายของสนิมเหล็กและหยาดโลหิตเก่าเก็บคละคลุ้งอยู่ในความมืดมิด ฉินเย่ลืมตาขึ้นช้าๆ ท่ามกลางหมู่ดาวระยิบระยับที่ถูกกักขังอยู่ใต้พื้นศิลาเบื้องล่าง ทุกอณูขุมขนบนร่างเจ็บแปลบราวนถูกนับพันศัสตรากรีดแทะ จุดตันเถียนที่เคยรtงรอนด้วยลมปราณอันเกรียงไกรบัดนี้ว่างเปล่าดั่งถ้ำร้าง แต่กระดูกทุกชิ้นในกายกลับส่งเสียงคำรามก้องกังวานด้วยวิถีแห่งกระบี่ไร้ลักษณ์ที่ฝังรากลึกถึงไขกระดูก "เจ้า... ฟื้นแล้วหรือ" สุ้มเสียงเยียบเย็นราวสายลมหนาวเหน็บพัดผ่านยอดเขาหิมะนับหมื่นลี้ดังขึ้นในความเวิ้งว้าง ฉินเย่ไม่แม้แต่จะขยับกาย เขารู้สึกได้ถึงคมดาบแห่งจิตสังหารที่แฝงมากับไอน้ำแข็งอันบริสุทธิ์ มันจ่ออยู่เหนือชีพจรใหญ่บริเวณลำคอห่างเพียงครึ่งนิ้ว เบื้องหน้าเขาคือนารีผู้หนึ่ง นางยืนอยู่บนแท่นศิลาโบราณที่สลักลวดลายดาราจักร อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สะท้อนแสงเรืองรองจากห้วงอวกาศเบื้องบน เส้นผมสีดำสนิททิ้งตัวยาวคลอเคลียไหล่ระหง ทว่าสิ่งที่ตรึงสายตาหาใช่ความงามอันไร้ที่ติราวกับมิใช่เนื้อมนุษย์ หากเป็นนัยน์ตาคู่คมปลาบที่ว่างเปล่าไร้ระลอกคลื่นดั่งสระน้ำแข็งพันปี แต่มันกลับซ่อนประกายความระแวดระวังและร่องรอยความเหนื่อยล้าที่กาลเวลาไม่อาจลบเลือน นางคือ มู่หรงเซวี่ย เซียนสาวผู้พิทักษ์สุสานดารา ผู้เฝ้ามองซากปรักหักพังแห่งยุคบรรพกาลมานานเท่าใดไม่มีผู้ใดล่วงรู้ "ข้าคิดว่าวิญญาณของเจ้าคงถูกบดขยี้จนแตกดับไปตั้งแต่ทัณฑ์สวรรค์ครั้งนั้นแล้ว กระบี่ไร้ลักษณ์ของสำนักเจ้า ช่างดื้อรั้นเสียจริง" มู่หรงเซวี่ยเอ่ยขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงของนางเรียบเฉย ทว่ากลับสร้างแรงกดดันมหาศาลกดทับลงบนแผ่นอกของฉินเย่จนลมหายใจติดขัด ฉินเย่แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแหաբพร่าแต่ทว่าก้องกังวานด้วยความทะนงตนที่มิเคยสลายหายไปตามกาลเวลา เขาค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า สายตาคมกริบดั่งคมกระบี่พุ่งตรงประสานกับดวงตาคู่นั้นโดยไม่หลบเลี่ยง แม้ร่างกายจะไร้ซึ่งพลังปราณ แต่ท่วงท่าและกระดูกสันหลังของเขากลับตั้งตรงดั่งยอดไผ่กลางพายุทลาย "ทัณฑ์สวรรค์หรือ..." ฉินเย่ทวนคำ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปาก "สวรรค์มันไม่มีตามาเนิ่นนานแล้ว มู่หรงเซวี่ย เจ้าเองก็รู้ดีกว่าผู้ใด มิฉะนั้น... เจ้าคงไม่มาติดแหงกอยู่ในสุสานผีสิงแห่งนี้หรอกกระมัง" สิ้นคำพูด บรรยากาศรอบกายพลันลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะกามเทพบนศิลาโบราณ ไอเย็นยะเยือกแผ่พุ่งออกจากร่างของมู่หรงเซวี่ยจนเกิดเป็นภาพลวงตาของดอกบัวเหมันต์เบ่งบาน นางหรี่ตาลงเล็กน้อย คมกระบี่ในมือขยับเข้ามาใกล้จนผิวหนังที่ลำคอของฉินเย่เริ่มมีหยาดโลหิตสีแดงฉานซึมออกมา "เจ้ากล้าดียังไง..." นางเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ร่างอรชรสะท้อนไอสังหารรุนแรง "คนจากโลกภายนอกล้วนเข้ามาที่นี่เพื่อแย่งชิงแก่นแท้ดาราจักร เจ้าเองก็คงไม่ต่างจากพวกมัน มดปลวกที่ไร้ค่า เหตุใดข้าจึงต้องไว้ชีวิตเจ้า" ฉินเย่ไม่สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย เขายื่นมือขวาออกไปอย่างอาจหาญ ปลายนิ้วสัมผัสกับคมดาบน้ำแข็งที่จ่อคออยู่โดยไม่กลัวเกรงว่าจะขาดสะบั้น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาตัดผ่านความเย็นยะเยือกจนมู่หรงเซวี่ยถึงกับชะงัก ร่างกายของนางแข็งทื่อไปชั่วขณะด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่นางไม่เคยประสบมานับร้อยนับพันปี "หากข้ามาเพื่อแย่งชิง... ป่านนี้ข้าคงไม่นอนรอความตายอยู่ตรงนี้" ฉินเย่กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขา "และถ้าข้าเป็นเพียงมดปลวก... สายตาของเจ้าคงไม่มองมาที่ข้าตั้งแต่ข้ายังไม่ลืมตาตื่นเช่นนี้หรอก" คำพูดนั้นราวกับศรนัดสำคัญที่ทะลวงทะะลุเกราะน้ำแข็งรอบหัวใจของเซียนสาว มู่หรงเซวี่ยเบิกเนตรกว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกวูบไหวบางประการฉายชัดผ่านนัยน์ตาคู่ที่เคยเย็นชา นางพบว่าภายใต้ร่างที่สะินรอนและไร้ลมปราณนี้ กลับมีดวงจิตที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเทพเซียนองค์ใดที่นางเคยพบพาน ทว่า ก่อนที่ทั้งสองจะได้เอื้อMวาจาใดเพิ่ม เสียงคำรามต่ำดั่งฟ้าผ่าจากห้วงมิติที่ลึกที่สุดของสุสานดารา1ก็ดังสนั่นหวั่นไหว พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยร้าวสีดำทมิฬนับร้อยสายปรากฏขึ้นบนพื้นผิว ดั่งปากอสูรที่กำลังอ้ากว้างเพื่อกลืนกินทุกสิ่ง มู่หรงเซวี่ยเปลี่ยนสีหน้าในพริบตา นางสะบัดมือเก็บกระบี่น้ำแข็งก่อนจะคว้าแขนของฉินเย่ไว้แน่น "แย่แล้ว... ผนึกดาราจักรชั้นที่สามเกิดรอยร้าว พวกมันตามกลิ่นอายวิญญาณของเจ้ามาแล้ว!" ฉินเย่ไม่ถามให้มากความ เขารวบรวมเศษเสี้ยวลมปราณเฮือกสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในกระดูก ไขว่คว้าวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ที่หลับใหลขึ้นมาต้านทานแรงโน้มถ่วงแห่งความมืดที่กำลังดึงดูดพวกเขาลงสู่เหวลึกเบื้องล่าง ในขณะที่ร่างของทั้งสองกำลังร่วงหล่นลงสู่ความเวิ้งว้างอันไร้ก้นบึ้ง ดวงตาของฉินเย่กลับทอประกายเจิดจ้าดั่งดวงดาวที่กำลังจะดับสลาย เขากระซิบข้างหูของเซียนสาวผู้เย็นชา ท่ามกลางเสียงคำรามของมิติที่กำลังฉีกขาด "จับมือข้าไว้... หากวันนี้ต้องดับสูญพร้อมกัน ข้าจะใช้กระบี่นี้แหละ แหวกฟ้าผ่าทางออกไปให้ดูเอง!" ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับคมกระบี่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้ากับนางเซียนผู้เฝ้าสุสานดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%