"คุณรู้ไหมว่าการพยายามเปลี่ยนผลลัพธ์ด้วยตรรกะเดิมซ้ำๆ มันเรียกว่าอะไร?"
เสียงทุ้มต่ำของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเทาเข้มดังก้องขึ้นเหนือเสียงครางหึ่งของเครื่องเร่งอนุภาค "มันไม่ได้เรียกว่าความพยายามหรอกเรน มันเรียกว่า 'โรคจิต'"
นิ้วของผมที่ค้างอยู่เหนือแผงควบคุมสั่นระริก แรงสั่นสะเทือนมหาศาลจากการทำงานเกินพิกัดของแกนกลางพลังงานทำให้พื้นห้องแล็บใต้ดินสั่นไหวจนอุปกรณ์แก้วบนโต๊ะแตกกระจาย ดร. อีฟ ถลาเข้ามาคว้าแขนผมไว้ สายตาของเธอเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นของนักวิทยาศาสตร์
"เรน! อย่าไปฟังเขา! ตัดระบบสำรองเดี๋ยวนี้ ถ้าคุณไม่ทำ เราจะไม่มีโอกาสเหลืออีกแล้ว!" อีฟตะโกนแข่งกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังแหลมบาดหู
ชายคนนั้น—คนที่ไม่มีตัวตนในฐานข้อมูลลูปเวลาใดๆ ของผม—ยืนเอามือไขว้หลังมองดูมาตรวัดความร้อนที่พุ่งทะลุขีดสีแดงอย่างใจเย็น เขาสวมถุงมือสีดำสนิท ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มที่เหมือนจะมองเห็นทุกอย่างที่ผมกำลังคิดทะลุปรุโปร่ง
"ดร. อีฟครับ ความเป็นไปได้ในวินาทีที่ 86,398 คือค่าความผิดพลาดเป็นศูนย์" ผมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาของผมจดจ้องไปที่ชายแปลกหน้า "แต่ทฤษฎีของคุณมันล้มเหลวตั้งแต่ออกแบบอัลกอริทึมชิ้นแรกแล้ว เพราะคุณลืมใส่ตัวแปร 'เจตจำนงของพระเจ้า' เข้าไปในสมการ"
ผมตัดสินใจกดคีย์คำสั่งสุดท้ายทิ้งลงไป ไม่ใช่เพื่อปิดระบบ แต่เพื่อ 'ย้อนกลับ' พลังงานทั้งหมดเข้าสู่แกนกลาง หวังจะทำลายเครื่องจักรนี้ทิ้งก่อนที่มันจะเปิดประตูมิติที่เป็นต้นเหตุของลูปนรกนี้ แต่ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสปุ่ม... ระบบกลับตอบสนองด้วยตัวเลขสีแดงฉานที่วิ่งพล่านบนหน้าจอแทนที่จะดับลง
"คำสั่งถูกปฏิเสธ" เสียงระบบสังเคราะห์ดังขึ้นพร้อมกับความเงียบที่เข้าปกคลุมห้องแล็บอย่างฉับพลัน
ชายแปลกหน้าก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว เสียงฝีเท้าของเขาราวกับเสียงเคาะโลงศพ "คุณคิดว่าคุณกำลังควบคุมเวลา แต่จริงๆ แล้วคุณเป็นแค่ฟันเฟืองที่พยายามจะหยุดนาฬิกาด้วยการเอาทรายใส่เข้าไปในกลไก เรน... การคำนวณของคุณมันแม่นยำเกินไปจนลืมไปว่าในความผิดพลาดน่ะ มันมีความหมายซ่อนอยู่"
"คุณเป็นใครกันแน่" ผมเค้นเสียงถาม แรงกดดันในอากาศทำให้ผมแทบหายใจไม่ออก
เขาโน้มตัวลงมาข้างหูผม กลิ่นอายจางๆ ของโอโซนและความเก่าแก่ราวกับกาลเวลาที่หยุดหมุนลอยอบอวล "ผมคือสิ่งที่หลงเหลือจากการตัดสินใจครั้งที่หนึ่งร้อยของครอบครัวคุณ และลูปนี้... มันไม่ได้มีไว้เพื่อหาคำตอบ แต่มันมีไว้เพื่อกักขังอัจฉริยะผู้หยิ่งผยองอย่างคุณไว้ในความทรงจำที่แตกสลาย"
ทันใดนั้น หน้าจอหลักทั้งหมดเกิดการโอเวอร์โหลด แสงสีขาวสว่างวาบจนมองไม่เห็นสิ่งใด เสียงโลหะบิดเบี้ยวและเสียงกรีดร้องของดร. อีฟที่ดังแว่วเข้ามาในหูทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบ ทุกอย่างพังทลายลงในพริบตา ความร้อนมหาศาลแผ่ซ่านเข้ามาแผดเผาผิวหนัง นี่คือจุดจบที่ผมคุ้นเคยที่สุด... การล่มสลายครั้งที่หนึ่งร้อย
ความมืดมิดเข้าครอบงำ ทว่าก่อนที่สติจะดับวูบ ผมกลับเห็นภาพนิมิตบางอย่าง—ไม่ใช่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่เป็นห้องนั่งเล่นในบ้านที่ผมเสียไปเมื่อสิบปีก่อน และบนโต๊ะตัวนั้น มีสมุดบันทึกที่เขียนด้วยลายมือของผมเอง แต่เป็นลายมือที่ผมไม่เคยเขียนมาก่อน
ผมสะดุ้งเฮือกขึ้นมาจากเก้าอี้ทำงาน ความเย็นเฉียบของอากาศยามลูปเริ่มใหม่สัมผัสเข้าที่ใบหน้า เลขเวลาบนหน้าปัดนับถอยหลังเริ่มเดินอีกครั้ง 86,400... 86,399...
อีฟนั่งอยู่ที่โต๊ะข้างๆ เธอมองมาที่ผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เธอไม่ได้เอ่ยทักทายเรื่องการทำงานตามปกติ แต่เธอกลับยื่นสมุดบันทึกเล่มหนึ่งให้ผม สมุดเล่มเดียวกับที่ผมเพิ่งเห็นในความฝัน... ไม่สิ ในคำเตือนสุดท้าย
"เรน... เราถึงลูปที่หนึ่งร้อยหนึ่งแล้ว" อีฟกระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือ "แต่มีบางอย่างเปลี่ยนไป หน้าสุดท้ายของสมุดเล่มนี้... มันเพิ่งเขียนเสร็จเมื่อกี้ ตอนที่เรายังไม่ได้เริ่มอะไรเลย"
ผมรับสมุดมาเปิดดู หน้ากระดาษว่างเปล่าในตอนแรกค่อยๆ ปรากฏตัวอักษรสีหมึกที่เหมือนกับรอยเลือดขึ้นมาทีละตัว มันไม่ได้เขียนคำนวณคณิตศาสตร์ แต่มันเขียนว่า: *'ในลูปที่หนึ่งร้อยเอ็ด เรน... นายไม่ใช่คนเดียวที่กำลังพยายามฆ่าพระเจ้า'*
และในวินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูห้องแล็บที่ปิดตายก็ดังขึ้น... สองครั้ง... จังหวะที่คุ้นเคยเสียจนผมขนลุกชัน
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านลูปเวลาไปพร้อมกับผมในบทที่เข้มข้นที่สุดบทหนึ่งนะครับ ควอนตัมคอร์
ควอนตัมรีเซ็ต: ดีลกับพระเจ้าในลูป 86,400 วินาที•ตอนที่ 4
ความล้มเหลวครั้งที่หนึ่งร้อย
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ควอนตัมรีเซ็ต: ดีลกับพระเจ้าในลูป 86,400 วินาที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!