"ถ้าผมเป็นคุณ ผมคงไม่เหนื่อยเปล่าด้วยการปรับองศาการเล็งไปที่หัวใจหรอกครับ เพราะมันไม่มีความหมายอะไรในระบบที่ถูกเขียนทับมาแล้วกว่าสามพันครั้ง"
น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบและทุ้มต่ำ ทว่าแฝงไว้ด้วยความเอ็นดูที่น่าขนลุก ร่างที่ก้าวผ่านประตูห้องแล็บเข้ามาไม่ใช่ใครอื่น นอกจากตัวผมเอง... ในเวอร์ชันที่ดูทรุดโทรมกว่า แววตาว่างเปล่าไร้ซึ่งมนุษยธรรม แต่ทว่าสมบูรณ์แบบในเชิงตรรกะ
ผมลดปืนในมือลงช้าๆ หัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ความรู้สึกที่ต้องเผชิญหน้ากับภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาที่บิดเบี้ยวนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องของความสับสน แต่มันคือการเผชิญหน้ากับความล้มเหลวในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง
"แกเป็นใคร" ผมถาม เสียงของผมแหบพร่า
อีฟที่ยืนอยู่ข้างๆ ผม เธอไม่มีอาการตกใจให้เห็นแม้แต่น้อย มือของเธอกำแท็บเล็ตแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอส่งสายตาเป็นนัยว่า *อย่าเพิ่งลงมือ* เธอคำนวณบางอย่างอยู่เสมอ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เธอเป็นคู่หูที่ผมเชื่อใจที่สุดในโลกที่บิดเบี้ยวนี้
ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าหัวเราะเบาๆ เขาไม่ได้สวมชุดกาวน์ที่ยับยู่ยี่แบบผม แต่เขาสวมชุดสูทสีเทาเรียบกริบ เขาสอดมือเข้าในกระเป๋ากางเกง เดินสำรวจรอบห้องแล็บเหมือนเจ้าของที่มาตรวจตราความเรียบร้อย
"ผมคือ 'ตัวแปรควบคุม' ครับเรน" เขาหยุดเดินที่หน้าตู้เก็บข้อมูลความร้อนสูง ก่อนจะเคาะนิ้วเป็นจังหวะที่ผมคุ้นเคย—จังหวะของรหัสลับที่เราใช้สื่อสารกันเมื่อตอนยังเด็ก "คุณพยายามแก้สมการอัลกอริทึมสุดท้ายเพื่อหยุดลูป แต่คุณลืมกฎข้อสำคัญไปข้อหนึ่ง... เวลาไม่ใช่เส้นตรง แต่มันคือวงกลมที่รอวันบีบอัดตัวเอง"
"ผมไม่ได้ลืม" ผมสวนกลับ พยายามข่มอารมณ์ให้คงที่ "ผมกำลังพยายามทำลายมันต่างหาก"
"การทำลายวงกลมด้วยการขีดเขียนเส้นใหม่ทับลงไป คุณคิดว่ามันจะหายไปจริงๆ หรือครับ?" เขาหันกลับมา แววตาของเขาไม่มีความโกรธ ไม่มีอารมณ์ มีเพียงความสมเพช "ทุกครั้งที่คุณรีเซ็ตเวลา คุณกำลังสร้าง 'เศษเสี้ยว' ของตัวตนทิ้งไว้ในระบบ และเศษเสี้ยวเหล่านั้น... กำลังรวมตัวกันเพื่อกำจัดคุณทิ้ง ในฐานะของไวรัสที่พยายามจะทำลายระบบการทำงานที่สมบูรณ์แบบของพระเจ้า"
ผมหันไปมองอีฟ เธอพยักหน้าเล็กน้อยที่มุมปาก นั่นเป็นสัญญาณว่าเธอแอบเจาะเข้าไปในระบบเซิร์ฟเวอร์สำรองได้แล้ว
"งั้นแสดงว่าแกคือผลลัพธ์ที่เกิดจากความผิดพลาดของผมสินะ" ผมก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างช้าๆ เตรียมจังหวะปะทะ "งั้นเรามาพิสูจน์กันหน่อยไหมว่า 'ตัวแปรที่ผิดพลาด' กับ 'เจ้าของระบบ' ใครกันแน่ที่จะเป็นคนจบเรื่องนี้"
"ทัศนคติที่ดีครับ แต่น่าเสียดาย" เขาดีดนิ้วหนึ่งครั้ง
ทันใดนั้น หน้าจอโปรเจกเตอร์รอบห้องแล็บทั้งหมดก็ดับวูบลง ก่อนจะขึ้นรหัสสีแดงฉาน ทุกอย่างในห้องเริ่มสั่นสะเทือน บรรยากาศอัดแน่นไปด้วยความถี่สูงจนหูผมแทบแตก เสียงหึ่งๆ ของเครื่องเร่งอนุภาคดังสนั่นขึ้นมาโดยไม่มีใครสั่งการ
"ฉันทำอะไรไป?" อีฟอุทานออกมาด้วยความตกใจ เธอพยายามพิมพ์รหัสผ่านเพื่อหยุดระบบ แต่คีย์บอร์ดกลับแสดงผลเป็นอักขระที่ไม่มีใครอ่านออก "เรน! มันกำลังเขียนรหัสทับการควบคุมของเรา!"
ชายคนนั้นยิ้มกว้างขึ้น เขาก้าวเข้ามาใกล้ผมจนได้กลิ่นสนิมเหล็กจางๆ จากตัวเขา "คุณคำนวณความน่าจะเป็นของผมไปแล้วกี่หมื่นครั้งเรน? หนึ่งหมื่น? สองหมื่น? น่าผิดหวังนะครับ... เพราะในทุกๆ ครั้ง คุณมักจะมองข้ามเหตุผลที่เรียบง่ายที่สุดไปเสมอ"
เขาโน้มตัวมาใกล้หูผมจนสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมา
"คุณไม่ใช่คนเดียวที่กำลังพยายามหาทางออก... แต่คนอื่นๆ ที่คุณเคยลบตัวตนทิ้งไปในลูปก่อนหน้านี้ พวกเขากำลังรออยู่ที่ประตูทางออกที่แท้จริง และพวกเขาไม่ต้องการให้คุณปิดมัน"
ความเย็นวาบแล่นปราดไปตามไขสันหลัง ผมเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาสีดำหลายสิบสายเริ่มก่อตัวขึ้นจากอากาศธาตุภายในห้องแล็บ พวกมันไม่ได้มีรูปทรงที่แน่นอน แต่มีจิตสังหารที่รุนแรงจนอากาศบิดเบี้ยว
อีฟคว้าแขนผมไว้ "เรน! ระบบกำลังจะทำลายลูปที่ 86,400 นี้ทิ้ง! เราต้องหนี เดี๋ยวนี้!"
ผมสะบัดแขนเธอออกแล้วคว้ามีดผ่าตัดที่วางอยู่บนโต๊ะทดลองมาถือไว้มั่น ความเย็นของโลหะเตือนสติผมว่า นี่ไม่ใช่ความฝัน แต่คือสงครามคณิตศาสตร์ที่เดิมพันด้วยชีวิต
"เราหนีไม่ได้อีฟ" ผมพูดโดยไม่ละสายตาจากตัวตนอีกคนของตัวเอง "เพราะถ้าเราออกไปตอนนี้ ระบบจะจดจำว่าเรายอมแพ้ และนั่นคือจุดจบของความเป็นมนุษย์"
ชายคนนั้นหัวเราะร่า ก่อนจะเดินถอยหลังเข้าไปในม่านเงาสีดำที่เริ่มขยายตัว "งั้นลองดูสิครับว่าระหว่าง 'คณิตศาสตร์ของความตาย' กับ 'ตรรกะของการดิ้นรน' สิ่งไหนกันแน่ที่จะได้รับคำตอบที่แท้จริง"
ก่อนที่ร่างของเขาจะเลือนหายไปจนเกือบหมด เขาก็หยุดนิ่งและหันกลับมามองผมเป็นครั้งสุดท้าย แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความโศกเศร้าอย่างประหลาด
เขากระซิบคำหนึ่งออกมาเบาๆ ทว่าดังก้องอยู่ในหัวผมราวกับเสียงระฆังที่ตีบอกเวลาตาย:
"เรน... ลองเช็คหมายเลขประจำตัวบนข้อมือซ้ายของคุณดูสิ แล้วคุณจะรู้ว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่ผม... แต่เป็นคุณต่างหาก"
ผมก้มมองข้อมือตัวเองด้วยมือที่สั่นเทา และภาพที่ปรากฏบนผิวหนังไม่ใช่รอยสักเลขซีเรียลที่ผมควรจะมี แต่มันคือรอยแผลเป็นรูปนาฬิกาทรายที่กำลังไหลย้อนกลับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ประกาศก้องด้วยน้ำเสียงของอีฟที่บิดเบี้ยวไปอย่างสิ้นเชิงว่า *'ตรวจพบตัวตนซ้ำซ้อน... กำลังเริ่มขั้นตอนการลบข้อมูลต้นฉบับใน 3... 2... 1...'*
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้นะครับ หวังว่าคุณจะสนุกไปกับการไขปริศนาครั้งนี้ร่วมกับผมนะครับ
ควอนตัมรีเซ็ต: ดีลกับพระเจ้าในลูป 86,400 วินาที•ตอนที่ 6
ผู้แทรกแซง
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ควอนตัมรีเซ็ต: ดีลกับพระเจ้าในลูป 86,400 วินาที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!