กลิ่นหอมบางเบาของหมึกจันทน์และชาผู่เอ่อร์เก่าแก่ลอยอวลอยู่เบื้องพระพักตร์ กลิ่นนี้ควรจะทำให้ห้องทรงอักษรในตำหนักในสงบเยือกเย็น ทว่าบรรยากาศ ณ ค่ำคืนนี้กลับอัดแน่นไปด้วยไอร้อนระอุจากความตึงเครียดที่แทบจะกรีดผิวหนังให้ชาหนึบ
บนโต๊ะทรงอักษรไม้จันทน์แดงสลักลายมังกรห้ากรงเล็บ วางฎีกาแผ่นหนึ่งซึ่งถูกกางออกด้วยปลายนิ้วเรียวยาวของบุรุษผู้กุมชะตากรรมครึ่งค่อนแผ่นดิน
เซียวจิ่งเหอ... แม่ทัพเอกผู้สวมอาภรณ์สีนิลปักดิ้นทองลายเมฆาคลื่นเหรียญตราพยัคฆ์ ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดน้ำพี้กวาดมองตัวอักษรจีนตัวบรรจงบนกระดาษสาชั้นดีทีละบรรทัด ใบหน้าหล่อเหลาที่มักเรียบเฉยราวน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับมีรอยขมวดมุ่นที่หัวคิ้วอย่างปิดไม่มิด
ในฎีกาฉบับนี้ไม่ได้มีเพียงข้อเสนอทางยุทธศาสตร์ธรรมดา แต่เป็นการวางแผนย้ายกองกำลังทหารม้าเกราะเหล็กแปดหมื่นนายออกจากชายแดนเหนือโดยไร้ร่องรอย พร้อมทั้งระบุเส้นทางการลำเลียงเสบียงที่แยบยลจนแม้แต่เสนาบดีคลังก็ยังไม่เคยล่วงรู้ และที่สำคัญที่สุด... ลายมือตวัดหวัดอันทรงพลังนี้ เป็นของผู้หญิงที่เขากำลังกักตัวไว้ในฐานะ "เชลยผู้มีค่า" นามว่ามู่หรั่นชิง
"เจ้ากล้าดียังไง..."
เสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนน้ำแข็งกระทบกันดังขึ้นในความเงียบ เซียวจิ่งเหอเงยหน้าขึ้นจากแผ่นกระดาษ ดวงตาดุจพยัคฆ์จ้องเขม็งไปยังสตรีที่ยืนอยู่เบื้องล่างโต๊ะทรงอักษร
มู่หรั่นชิงยังคงรักษาท่าทีสงบเยือกเย็น นางอยู่ในชุดผ้าไหมปักลายเหมันต์สีขาวบริสุทธิ์ ขับเน้นให้ผิวพรรณผุดผ่องราวน้ำนม ในมือเรียวบางของนางถือพัดหยกขาวสลักลายดอกโบตั๋นเอาไว้หลวม ๆ นางมิได้สะทกสะท้านต่อรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของแม่ทัพหนุ่มเลยแม้แต่น้อย
"หม่อมฉันเพียงแต่นำทางสว่างให้กับท่านแม่ทัพผู้หลงทางในความมืดต่างหากเพคะ" มู่หรั่นชิงกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าคมกริบดั่งคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝักผ้าแพร
"การเคลื่อนพลแปดหมื่นนายโดยไม่ได้รับพระราชทานราชโองการ ถือเป็นความผิดฐานกบฏ มีโทษประหารเจ็ดชั่วโคตร เจ้าคิดจะใช้มือของข้าล้างโคตรตระกูลเซียวซ้ำสองอย่างนั้นหรือ มู่หรั่นชิง!" เซียวจิ่งเหอแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้าประชิดนางทีละก้าว แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง
มู่หรั่นชิงก้าวถอยหลังเพียงครึ่งก้าวเพื่อรักษาช่องว่าง ทว่าดวงตาดอกท้อคู่นั้นกลับสบประสานกับนัยน์ตาคู่คมอย่างไม่หลบเลี่ยง นางคลี่พัดหยกในมือออกช้า ๆ ลมเย็นเยียบที่สะบัดออกมาจากพัดหยกเคล้าคลอไปกับกลิ่นกายหอมกรุ่นเฉพาะตัว
"ฮ่องเต้ระแวงท่านแม่ทัพมานานเท่าไหร่แล้วเพคะ? สามปี หรือห้าปี? ต่อให้ท่านจงรักภักดี ถวายชีวิตในสนามรบจนบาดแผลเต็มแผ่นหลังเพียงใด ในสายตาของราชสำนัก ท่านก็เป็นเพียง 'สุนัขป่า' ที่ต้องระวังไม่ให้มันแว้งกัดวันยังค่ำ" นางโน้มตัวเข้าไปกระซิบเบา ๆ น้ำเสียงแผ่วเบาราวกับสายลม แต่กลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจของแม่ทัพหนุ่ม "หากท่านรอให้ราชสำนักยื่นดาบมาปลิดชีพท่าน ท่านจะเลือกยืนรอความตาย หรือจะเลือกชิงลงมือก่อนที่คมดาบจะจ่อที่ลำคอเล่าเพคะ?"
เซียวจิ่งเหอชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมปลาบจับจ้องริมฝีปากบางเฉียบที่กำลังเอื้อnคำพูดอาจหาญเหล่านี้ออกมา สตรีผู้นี้ช่างน่ากลัว... นางอ่านใจคน ทะลุปรุโปร่งถึงโครงสร้างอำนาจที่เน่าเฟะของราชสำนัก ยิ่งไปกว่านั้น นางยังกล้าเอาชีวิตของตระกูลเซียวและชีวิตของตนเองมาเดิมพันบนกระดานหมากรุกที่เดิมพันด้วยบัลลังก์มังกร
"ข้าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเจ้ามิได้เป็นสายลับที่ฮ่องเต้ส่งมาเพื่อล่อให้ข้ากระทำความผิดมหันต์?" เซียวจิ่งเหอยื่นมือหนาออกไปบีบคางมนของนางไว้แน่น นิ้วหัวแม่มือสัมผัสกับผิวเนียนนุ่ม แม้จะสัมผัสได้ถึงความเปราะบาง แต่นัยน์ตานางกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
มู่หรั่นชิงไม่ร้องโอดครวญ นางเพียงแต่เงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย
"หากหม่อมฉันเป็นสายลับของฮ่องเต้ ป่านนี้หัวของท่านแม่ทัพคงไปประดับอยู่บนกำแพงเมืองหลวงแล้วเพคะ... แต่ท่านเลือกที่จะเก็บหม่อมฉันไว้ในห้องทรงอักษรนี้ นั่นแสดงว่า ท่านเองก็มองเห็น 'ความเป็นไปได้' ในแผนของหม่อมฉัน มิใช่หรือ?"
คำพูดนั้นราวกับกุญแจดอกสำคัญที่ไขประตูห้องลับในใจของเซียวจิ่งเหอ เขาออกแรงบีบคางนางแน่นขึ้นอีกนิด ก่อนจะปล่อยมือออกอย่างไร้เยื่อใย แล้วหันหลังกลับไปมองแผนที่แผ่นใหญ่ที่ติดอยู่บนผนังห้อง
ห้องทรงอักษรกลับเข้าสู่ความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงตะเกียงน้ำมันที่ส่งเสียงปะทุเบา ๆ
เซียวจิ่งเหอใช้ความคิดอย่างหนักหน่วง แผนการในฎีกานี้สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ หากทำตามนี้ กองทัพของเขาจะไม่เพียงแต่รอดพ้นจากการถูกปลดอาวุธ แต่ยังสามารถกุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่สามารถปิดล้อมเมืองหลวงได้ภายในสามวันสามคืน ทว่าความเสี่ยงก็สูงลิ่วเช่นกัน หากพลาดแม้แต่ก้าวเดียว คือความพินาศย่อยยับ
"เจ้าต้องการอะไรจากข้า?" ในที่สุด เสียงทุ้มต่ำก็เอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ
มู่หรั่นชิงหุบพัดหยกในมือ เสียงกระทบกันเบา ๆ ของหยกเนื้อดีดังขึ้น นางก้าวเข้าไปใกล้แผ่นหลังกว้างของแม่ทัพหนุ่มอีกนิด ดวงตาคู่สวยประกายแสงแห่งความทะเยอทะยานที่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
"หม่อมฉันต้องการล้างมลทินให้ตระกูลมู่... และต้องการให้ท่านแม่ทัพ มอบที่นั่งข้างกายบนบัลลังก์มังกรนั้น ให้แก่หม่อมฉัน"
เซียวจิ่งเหอหันกลับมามองนางด้วยแววตาที่ลุ่มลึกยากจะหยั่งถึง รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของแม่ทัพหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด
"ความทะเยอทะยานของเจ้าช่างใหญ่หลวงนัก มู่หรั่นชิง... เจ้าไม่กลัวรึว่า สุดท้ายแล้วคนที่จะต้องสังเวยเลือดบนบัลลังก์นั้น จะไม่ใช่ใครอื่น นอกจากตัวเจ้าเอง"
"ชีวิตของหม่อมฉัน แขวนอยู่บนเส้นด้ายมาตั้งแต่วันที่ตระกูลถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏแล้วเพคะ ท่านแม่ทัพ..." มู่หรั่นชิงเงยหน้าสบตาเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว "พวกเราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดินหน้า... และท่านแม่ทัพเอง ก็ไม่มีทางเลือกอื่นเช่นกัน"
ในขณะที่ทั้งสองกำลังยืนเผชิญหน้ากันด้วยสายตาที่เฉียบคมราวกับศาสตราช ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูดังสนั่นก็ทำลายบรรยากาศอันตึงเครียดลงอย่างกะทันหัน
"ท่านแม่ทัพ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!" เสียงของรองแม่ทัพหลี่ดังลั่นมาจากนอกประตู น้ำเสียงสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก "มีพระราชโองการด่วนจากในวังหลวง... ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ปลดท่านจากการเป็นแม่ทัพประจิมทันที และให้คุมตัวท่านเข้าเมืองหลวงเพื่อไต่สวนข้อหา...!"
เซียวจิ่งเหอชะงักไป ดวงตาคมกริบหันกลับมามองหน้ามู่หรั่นชิงทันที ทว่าสตรีตรงหน้ากลับมิได้มีสีหน้าตกใจแม้แต่น้อย นางเพียงแต่คลี่พัดหยกออกอีกครั้ง รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปากราวกับนางล่วงรู้อนาคตอยู่แล้ว
"ดูเหมือนว่า... หกระดานนี้ จะบังคับให้เราต้องเดินตานี้เร็วกว่าที่คิดเสียแล้วกระมังเพคะ ท่านแม่ทัพ"
--------------------------------------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในเส้นทางประวัติศาสตร์อันเข้มข้นนี้นะครับ
แม่ทัพเยือกเย็นประลองปัญญา ยอดกุนซือหญิงท้าทายบัลลังก์มังกร•ตอนที่ 2
เงาพัดหยกในห้องทรงอักษร
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพเยือกเย็นประลองปัญญา ยอดกุนซือหญิงท้าทายบัลลังก์มังกร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
