เอกสารปึกหนาถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานไม้สักทองเสียงดังสนั่น แรงปะทะนั้นมากพอจะทำให้ถ้วยกาแฟเซรามิกราคาแพงบนโต๊ะสั่นสะเทือน กาแฟสีเข้มกระฉอกเปื้อนกระดาษแผ่นบนเล็กน้อย แต่ไม่มีใครในห้องทำงานส่วนตัวนี้สนใจมันเลยสักคน
พิมพ์มาดานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท ใบหน้ารูปไข่ราบเรียบเย็นชาดุจน้ำแข็งแกะสลัก ดวงตากลมโตภายใต้กรอบขนตางอนงามช้อนขึ้นมองชายหนุ่มผู้ยืนหายใจหอบกระชั้นอยู่เบื้องหน้า เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ราวกับคาดการณ์เอาไว้แล้วว่าช่วงเวลานี้จะต้องมาถึง
“คุณทำบ้าอะไรลงไป รณภพ” น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ไร้ซึ่งเยื่อใย แต่มันกลับบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟังจนชายหนุ่มต้องกรามกระตุก
รณภพมองอดีตภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสำนึกผิด เจ็บปวด และเดือดดาลระคนกัน ผู้หญิงที่เคยนั่งรอเขาอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ในยามดึกดื่นอย่างไร้ค่า ผู้หญิงที่เคยร้องไห้จนแทบขาดใจในวันที่เขาเอ่ยปากไล่เธอออกไปจากชีวิต... บัดนี้ได้กลายเป็นนักบริหารสาวผู้ทรงอิทธิพลที่ถือไพ่เหนือกว่าเขาในทุกๆ ด้าน
“ผมไม่ได้ทำบ้า... ผมแค่กำลังทำความสะอาดความเน่าเฟะที่ผมเคยโง่เขลาปล่อยให้มันเกิดขึ้นต่างหาก พิมพ์” รณภพก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น ลมหายใจของเขาอุ่นร้อนและติดขัด “เอกสารพวกนั้น... หลักฐานบัญชีลับ การยักยอกเงินบริษัท และหลักฐานการสร้างหลักฐานเท็จเพื่อใส่ร้ายคุณเมื่อสามปีก่อน ทั้งหมดนั่น... ศิรินทร์เป็นคนทำ”
พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขสิ้นเชิง เธอหยิบเอกสารแผ่นบนสุดขึ้นมาพลิกดูผ่านๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาคู่นั้นคมกริบเสียจนรณภพต้องเป็นฝ่ายหลบตา
“แล้วทำไมเพิ่งมาบอกตอนนี้ล่ะคะ รณภพ? วันที่คุณเซ็นใบหย่า วันที่คุณเลือกผู้หญิงคนนั้น วันที่คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นคนของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี คุณเคยฉุกคิดเรื่องพวกนี้บ้างไหม”
“พิมพ์...” เขากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะกุมมือเธอที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่พิมพ์มาดากลับชักมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจที่จะให้ผิวเนื้อต้องสัมผัสกัน
“อย่าแตะต้องตัวฉัน!” เธอกล่าวเสียงเฉียบขาด ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยเพลิงแห่งความแค้นที่สุมอกมานานหลายปี “คุณคิดว่าเอาหลักฐานพวกนี้มาโยนให้ฉันดู แล้วตราบาปที่คุณฝังไว้บนหลังฉันมันจะเลือนหายไปอย่างนั้นหรือคะ? คุณคิดว่าคำสารภาพตื้นๆ กับเอกสารไม่กี่แผ่น จะล้างความอัปยศที่ฉันต้องแบกรับไว้เมื่ออดีตได้หรือไง”
“ผมรู้ว่าผมเลว... ผมรู้ว่าผมมันชั่วช้าแค่ไหนที่เคยเชื่อคำพูดของผู้หญิงอย่างศิรินทร์มากกว่าภรรยาตัวเอง” รณภพกัดฟันกรอด สันกรามของเขานูนเด่นด้วยความอัดอั้นตันใจ เขาคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นพรมราคาแพง เอื้อมมือทั้งสองข้างขึ้นกุมขอบโต๊ะแล้วเงยหน้ามองเธอด้วยสายตาเว้าวอนที่คนอย่างรณภพไม่เคยแสดงให้ใครเห็น “แต่ตลอดสามปีที่ผ่านมา นรกบนดินมันคือสิ่งที่ผมได้รับอยู่ทุกวัน ทุกครั้งที่ผมหลับตา ผมเห็นน้ำตาของคุณ ทุกครั้งที่ผมตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าบนเตียงว่างเปล่า... ผมทรมานแทบตาย พิมพ์... ให้โอกาสผมได้ชดใช้เถอะนะ”
“ชดใช้?” พิมพ์มาดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันรอบตัวทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงถนัดตา เธอก้มตัวลงต่ำ ใบหน้าสวยเฉี่ยวยื่นเข้าไปใกล้เขาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระคนกับความเย็นชาของเธอแผ่ซ่านอยู่ปลายจมูกของชายหนุ่ม “คุณเอาอะไรมามั่นใจว่าชีวิตของฉันตอนนี้ยังต้องการการชดใช้จากคุณ? ฉันยืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้ ฉันเหยียบขึ้นมาถึงจุดนี้ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินหรืออำนาจของคุณสักนิด! และที่สำคัญ...”
เธอเว้นจังหวะ เลียริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงก่ำช้าๆ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่กระซิบแผ่วเบาแต่ดังก้องในโสตประสาทของเขา
“ศิรินทร์กำลังจะพินาศ... ด้วยน้ำมือของฉันเอง ไม่ใช่เพราะความใจบุญของคุณ”
รณภพเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ เขาไม่คิดว่าอดีตภรรยาผู้เคยอ่อนโยน จะกลายเป็นคนที่เด็ดเดี่ยวและไร้ความปรานีได้ถึงเพียงนี้ ความน่ากลัวของพิมพ์มาดาในยามนี้ช่างเย้ายวนและทรงพลังจนหัวใจของเขาเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความหลงใหล... ความหลงใหลในตัวผู้หญิงที่เขาเคยโง่เขลาปล่อยให้หลุดมือไป
“คุณหมายความว่ายังไง...” เขารีบถามเสียงเครือ
“หมายความว่าเอกสารที่คุณถือมา มันช้าไปก้าวหนึ่งค่ะ” พิมพ์มาดาเหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ “ตอนนี้หลักฐานการทุจริตของศิรินทร์ที่หนักหน่วงกว่านี้ ถูกส่งถึงมืออัยการและบอร์ดบริหารเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อวาน... ก่อนที่คุณจะวิ่งหน้าตั้งเอาเอกสารพวกนี้มาให้ฉันเสียอีก”
รณภพชะงักงัน สมองตื้อตันไปหมด เขาไม่ใช่คนโง่ เขาย่อมรู้ดีว่าการที่หลักฐานระดับนั้นหลุดไปถึงมืออัยการและบอร์ดบริหารพร้อมกัน แปลว่าศิรินทร์ไม่มีทางรอดพ้นจากคุกและการล้มละลายทางสังคมได้อย่างแน่นอน และผู้หญิงที่กุมบังเหียนแผนการทั้งหมดนี้ไว้อย่างเงียบเชียบ ก็คือผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาคนนี้
เธอลึกล้ำ เย็นชา และงดงามจนน่ากลัว...
“คุณ... วางแผนมาทั้งหมดนี่เองเหรอ พิมพ์” รณภพพึมพำออกมาอย่างคนหมดแรง เขาทิ้งน้ำหนักลงคุกเข่าทั้งสองข้างกับพื้นพรม ราวกับสูญเสียเรี่ยวแรงที่จะต่อต้าน
“โลกใบนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ หรอกค่ะ รณภพ” พิมพ์มาดาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว สายตากวาดมองอดีตสามีที่เคยหยิ่งทะนงตนด้วยความสมเพชเวทนา “ในเมื่อพวกมันเคยทำลายชีวิตฉันให้พังยศพังราพ ฉันก็แค่คืนกำไรให้สาสม... เหมือนกับที่คุณกำลังได้รับบทเรียนราคาแพงอยู่ในตอนนี้ไงคะ”
สิ้นคำพูดนั้น พิมพ์มาดาหมุนตัวเตรียมจะเดินกลับไปหยิบกระเป๋าเอกสารเพื่อออกจากการประชุมนอกสถานที่ครั้งนี้ ทว่ารณภพกลับไวกว่า เขาพุ่งตัวขึ้นคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณ แรงดึงนั้นทำให้ร่างบางเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง
“ปล่อยนะ!” พิมพ์มาดาตวัดสายตาดุจใบมีดกลับมามองทันที พร้อมกับพยายามสะบัดแขนออกจากการเกาะกุม
“ไม่! ผมไม่ปล่อย!” รณภพคำรามต่ำในลำคอ ความอดทนที่สะสมมานานขาดผึ่ง ความหึงหวง ความโหยหา และแรงปรารถนาที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความรู้สึกผิดปะทุขึ้นมาพร้อมกัน เขาใช้มืออีกข้างรวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาประชิดแนบแน่นจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน
“รณภพ คุณบ้าไปแล้วหรือไง นี่มันที่ทำงาน!” พิมพ์มาดากล่าวเสียงลอดไรฟัน พยายามดันแผงอกเขาออก แต่แรงของผู้ชายหรือจะสู้แรงของผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว “ถ้าคุณไม่อยากให้อับอายขายขี้หน้าไปมากกว่านี้ ก็ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!”
“ผมไม่สนอะไรทั้งนั้นแล้ว!” รณภพก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอขาวผ่องจนพิมพ์มาดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง “คุณจะเกลียดผม จะเหยียบย่ำผมให้จมดินแค่ไหนก็ได้ พิมพ์... แต่คุณไม่มีสิทธิ์มาผลักไสไลส่งผมไปจากชีวิตคุณอีกแล้ว!”
ริมฝีปากหยักลึกฉวยโอกาสกดจูบลงบนซอกคอหอมกรุ่นอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง สัมผัสนั้นทั้งร้อนรุ่ม ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมานานนับปี พิมพ์มาดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอกัดริมฝีปากตัวเองแน่นเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวที่ทรยศต่อจิตใจ ร่างกายของเธอจดจำสัมผัสนี้ได้ดี... จดจำความร้อนระอุที่เขาเคยปรนเปรอให้อย่างลึกซึ้ง
“หยุดนะ... อื้อ...” เสียงปฏิเสธของเธอขาดห้วงเมื่อรณภพประกบจูบริมฝีปากลงมาปิดกั้นคำพูดทุกอย่าง เขาไม่ได้รอให้เธออนุญาต มือหนาเลื่อนขึ้นล็อกท้ายทอยของเธอไว้บังคับให้รับรสจูบอันเอาแต่ใจและเร่าร้อน ปลายลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานล้ำที่เขาโหยหามาเนิ่นนาน รสชาติของความเจ็บปวด ความโหยหา และความแค้นผสมปนเปกันอยู่ในจูบนั้น จนพิมพ์มาดารู้สึกวิงเวียนคล้ายจะlose control
มือเรียวที่เคยทุบตีอกเขาเริ่มอ่อนแรงลงทีละน้อย ความอบอุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มที่เธอเคยพยายามผลักไส กลับแทรกซึมผ่านเนื้อผ้าเข้ามาปลุกเร้าไฟปรารถนาที่มอดไหม้ไปนานให้กลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งอย่างน่าละอาย
รณภพรับรู้ได้ถึงความอ่อนยวบในอ้อมแขน เขายิ่งได้ใจ วงแขนแข็งแรงยกอุ้มร่างบางขึ้นจนเท้าของเธอพ้นพื้น พิมพ์มาดาต้องรีบใช้มือคล้องคอเขาไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้ร่วงหล่น ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาและหยาดน้ำตาคลอหน่วยเล็กๆ ของเขา
ร่างบางถูกดันจนแผ่นหลังแนบชิดกับบานประตูห้องทำงานที่ปิดสนิท รณภพตามเข้ามาบดเบียดแนบชิด รสจูบที่เริ่มจากความดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและวาบหวาม มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดสูททำงานอย่างอุกอาจ ปลายนิ้วร้อนรอนลากผ่านผิวเนื้ออ่อนนุ่มจนพิมพ์มาดาต้องส่งเสียงครางประท้วงในลำคอด้วยความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง
เคมีอันตรายระหว่างอดีตสามีผู้คลั่งไคล้และอดีตภรรยาผู้แข็งแกร่งกำลังหลอมรวมกันในพื้นที่แคบๆ นี้อย่างไม่มีใครยอมใคร รณภพซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอระหง ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยแดงจางๆ ท่ามกลางเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดที่ดังแข่งกับเสียงหัวใจของกันและกัน
ทว่า ในวินาทีที่พิมพ์มาดากำลังจะพ่ายแพ้ให้กับรสสัมผัสอันเร่าร้อนและยอมจำนนต่ออารมณ์ที่โหมกระหน่ำ...
เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ จากนั้นเสียงหวานแหลมของเลขาหน้าห้องก็ทะลุผ่านบานไม้เข้ามา
“คุณพิมพ์คะ! แย่แล้วค่ะ... มีคนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาขอพบคุณเป็นการด่วนค่ะ บอกว่ามีเรื่องเกี่ยวกับเอกสารลับของบริษัทที่คุณยื่นฟ้องศิรินทร์เมื่อเช้า!”
รณภพชะงักก้าง ลมหายใจร้อนผ่าวหยุดชะงักลงทันที เขาก้มมองอดีตภรรยาที่เวลานี้ดวงตาคู่สวยกลับมาประกายความเฉลียวชาญและเยือกเย็นขึ้นมาอีกครั้งราวกับเวทมนตร์
พิมพ์มาดาใช้สองมือดันอกเขาออกอย่างแรง คราวนี้รณภพยอมถอยหลังให้อย่างจำยอมด้วยความหัวเสีย ขณะที่เธอยกมือขึ้นจัดเสื้อผ้าและผมเผ้าให้เข้าที่เข้าทางอย่างรวดเร็ว ใบหน้าสวยเชิดขึ้นด้วยความมั่นใจเต็มร้อย
“บอกให้พวกเขารอฉันที่ห้องประชุมใหญ่... เดี๋ยวฉันตามไป” เธอกล่าวลอดผ่านประตูเสียงดังฟังชัด ก่อนจะหันกลับมามองรณภพที่ยืนหายใจหอบอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาเย้ยหยันระคนสมเพช
“เห็นไหมคะ รณภพ... เกมนี้ ฉันเป็นคนกำหนดกติกาเสมอ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและทรงพลัง ก่อนจะก้าวผ่านตัวเขาไปเปิดประตูห้อง ทิ้งให้อดีตสามีและอดีตผู้ชายที่เคยใจร้าย ยืนมองตามแผ่นหลังของเธอด้วยความรู้สึกที่ทั้งรัก ทั้งแค้น และสั่นสะท้านไปจนถึงขั้วหัวใจ...
โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะคะ
(รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
กรงกรรมสีหม่นกับคนเคยรัก•ตอนที่ 15
ความเปราะบางของคนทน
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงกรรมสีหม่นกับคนเคยรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!