กรงกรรมสีหม่นกับคนเคยรัก•ตอนที่ 1

หวนคืนในเงามืด

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
กลิ่นอายของชาแนลนัมเบอร์ไฟว์เจือจางอยู่ในอากาศ ผสมผสานกับกลิ่นอายเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศราคาแพงภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการส่วนตัวชั้นบนสุดของโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา งานประมูลการกุศลในค่ำคืนนี้ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ทว่าสำหรับพิมพ์มาดาแล้ว มันเป็นเพียงสังเวียนแห่งหน้ากากและภาพลวงตา ที่ซึ่งเธอก้าวเข้ามาด้วยส้นสูงปักคริสตัลยี่ห้อดังและหัวใจที่ถูกเคลือบไว้ด้วยน้ำแข็งหนาทึบ สามปี... สามปีเต็มๆ ที่เธอหายสาบสูญไปจากวงสังคมไฮโซที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ สามปีที่ผ่านมาเปลี่ยนเด็กสาวผู้เคยเปราะบาง หยาดน้ำตาคลอเบ้าให้กับคำดูถูกเหยียดหยาม ให้กลายเป็นนักบริหารกลยุทธ์หญิงมือฉกาจ ผู้กุมบังเหียนกองทุนควบรวมกิจการระดับพันล้านในต่างประเทศ และในค่ำคืนนี้ เธอกลับมาเพื่อทวงคืนทุกอย่าง... รวมถึงการมองดูคนที่เคยทำร้ายเธอ ดิ้นรนอยู่ในหลุมพรางที่เธอเป็นคนขุด "คุณพิมพ์มาดาคะ ทางประธานกรรมการบริหารกำลังรอพบคุณที่ห้องรับรองส่วนตัวค่ะ" เลขานุการสาวกระซิบด้วยน้ำเสียงนอบน้อม "ยังไม่ใช่ตอนนี้ค่ะ แอนนา" พิมพ์มาดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ใต้กำมะหยี่ นัยน์ตาสีดำสนิทภายใต้ขนตางอนงามกวาดมองไปทั่วห้องโถงใหญ่ ก่อนที่สายตาของเธอจะสะดุดเข้ากับร่างสูงสง่าในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดพิเศษที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี รณภพ... อดีตสามีผู้เคยประกาศกร้าวว่าเธอไม่มีวันมีค่าพอที่จะยืนเคียงข้างเขาในฐานะภรรยาอย่างเต็มภาคภูมิ ผู้ชายคนที่เคยปล่อยให้เธอนอนร้องไห้อย่างโดดเดี่ยวในคฤหาสน์หลังใหญ่ ในขณะที่เขาปรนเปรอความสุขให้กับผู้หญิงอีกคนอย่างไม่แคร์ความรู้สึก เขายืนอยู่ตรงนั้น แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลส่องกระทบใบหน้าคมคายที่ยังคงรูปงามและทรงเสน่ห์ แต่วันนี้... แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความเย่อหยิ่งจองหองเช่นในอดีต รณภพดูเงียบขรึมลง มีร่องรอยความเหนื่อยล้าและความโดดเดี่ยวฉาบอยู่บนโครงหน้าชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อเขายืนอยู่เคียงข้างศิรินทร์—ผู้หญิงที่เป็นชนวนเหตุแห่งการหย่าร้างในวันนั้น ซึ่งปัจจุบันพยายามเกาะแขนออดอเซาะเขาอย่างไม่รู้จักร่าเริง พิมพ์มาดายกแก้วแชมเปญขึ้นจิบ รสชาติซ่าบซ่านบาดคอไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกสะท้านแม้แต่น้อย หัวใจของเธอเต้นเป็นจังหวะปกติ ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความเจ็บปวดหลงเหลืออยู่ มีเพียงความเยືือกเย็นและรอยยิ้มมุมปากที่ร้ายกาจเกินกว่าใครจะคาดเดา ทันใดนั้น สายตาคมกริบของรณภพก็เบนมาปะทะเข้ากับร่างของเธอพอดี ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน รณภพชะงักกึก แก้วไวน์ในมือเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น นัยน์ตาคมกู๊ดเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ สายตาของเขาไล่สำรวจตั้งแต่เรือนร่างในชุดราตรีเข้ารูปสีดำสนิทที่ขับผิวเนียนละเอียดให้โดดเด่น ไปจนถึงใบหน้าเรียวสวยที่เชิดขึ้นอย่างถือดี รอยยิ้มเย้ยหยันนิดๆ ที่มุมปากของพิมพ์มาดาในวินาทีนั้น... มันบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของรณภพราวกับมีใครเอามีดมากรีดซ้ำลงบนแผลเก่า เขาจำเธอได้ทันที แม้เวลาจะผ่านไปสามปี และเธอจะเปลี่ยนไปจนกลายเป็นผู้หญิงที่ทรงพลังและเย้ายวนเกินกว่าจะละสายตา รณภพผละออกจากศิรินทร์ทันทีราวกับถูกไฟลวก ขายาวก้าวพรวดพราดฝ่าฝูงชนเข้ามาหาเธอด้วยลมหายใจที่กระชั้นถี่ ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งความโหยหา ความสำนึกผิด และความตกใจระคนหวาดกลัว "พิมพ์..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยเย็นชาและใจร้ายในอดีต บัดนี้สั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ รณภพหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสของเธอ "คุณ... คุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไม..." พิมพ์มาดายังคงยืนนิ่ง ไม่หลบสายตา รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนเรียวปากเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำ เธอปรายตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกสมเพชระคนเย้ยหยัน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่นุ่มนวลบาดลึก "อุ๊ย... ขอโทษด้วยนะคะที่คุณรณภพ พอดีดิฉันจำไม่ได้ว่าเราสนิทกันถึงขั้นทักทายกันด้วยชื่อเล่นตั้งแต่เมื่อไหร่" คำพูดนั้นเปรียบเสมือนตบฉาดใหญ่เข้าที่ใบหน้าของรณภพ ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจุกอยู่ที่อกจนเขาพูดไม่ออก ผู้หญิงที่เคยยอมก้มหัวให้เขา ร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขาในอดีต บัดนี้กลับกลายเป็นนางพญาผู้สูงส่งที่มองเขาเป็นเพียงแค่อากาศธาตุ "พิมพ์... ผมรู้ว่าผมเคยทำเลวร้ายกับคุณไว้แค่ไหน ผมขอโทษ..." รณภพก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด มือหนาสั่นเทาเอื้อมหมายจะแตะที่ข้อแขนเรียวของเธอด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมานานสามปี "ตลอดเวลาสามปีที่ผ่านมา ไม่มีวันไหนที่ผมไม่นึกถึงคุณ ผมตามหาคุณไปทั่ว..." พิมพ์มาดาเบี่ยงตัวหลบสัมผัสของเขาอย่างรังเกียจ นัยน์ตาคู่สวยคมกริบส่งประกายความเยียบเย็นที่ทำให้รณภพต้องชะงักค้าง "อย่ามาแตะต้องตัวดิฉันด้วยมือสกปรกคู่นั้นเลยค่ะคุณรณภพ" เธอเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าเฉียบคมราวกับมีดกรีดเนื้อ "คุณตามหาฉันทำไมคะ? ตามหาภรรยาคนที่คุณเคยผลักไสไล่ส่งให้เซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใยอย่างนั้นหรือคะ? หรือว่า... ตอนนี้บริษัทของคุณกำลังจะล้มละลาย จนต้องกลับมาหวังพึ่งพาเครือข่ายธุรกิจของดิฉันกันแน่?" คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้รณภพหน้าซีดเผือด เขาอ้าปากพะงาบๆ จะปฏิเสธ แต่ความจริงที่ว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับประธานบริหารกองทุนที่กำลังจะเข้ามาซื้อกิจการของเขานั้น... มันจุกอยู่ที่คอจนเปล่งเสียงไม่ออก ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด จนศิรินทร์ที่เดินตามมาเริ่มส่งเสียงโวยวายและทำท่าจะเข้ามาหาเรื่อง พิมพ์มาดาก็ยกมือขึ้นห้ามด้วยท่าทางสง่างาม เธอยิ้มให้รณภพด้วยรอยยิ้มที่สวยหยาดเยิ้มแต่เย็นชาถึงกระดูกดำ "เกมเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเองนะคะคุณรณภพ..." พิมพ์มาดากระซิบชิดริมหูเขาด้วยน้ำเสียงกระเส่าเย้ายวน ทว่าแฝงไปด้วยพิษสงที่พร้อมจะแผดเผาเขาให้เป็นจุล "เตรียมตัวรับมือกับความพินาศที่คุณสมควรได้รับไว้ให้ดีล่ะ เพราะฉัน... จะไม่มีวันปรานีคุณเด็ดขาด" พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้รณภพยืนแข็งค้างจมอยู่กับความสิ้นหวังและความเร่าร้อนของความปรารถนาที่ตีรวนขึ้นมาในอก ทว่า... ในขณะที่เขากำลังจะก้าวตามร่างบางนั้นไป สายตากลับเหลือบไปเห็นแฟ้มเอกสารสีดำสนิทที่หล่นอยู่บนโซฟาหนังกำมะหยี่ใกล้จุดที่เธอยืนอยู่ บนหน้าปกแฟ้มนั้น มีชื่อหัวข้อตัวอักษรสีทองเด่นชัดว่า **"รายงานผลตรวจสุขภาพและประวัติครอบครัว - เด็กชายวัย 2 ขวบ"** และทันทีที่รณภพถือวิสาสะหยิบมันขึ้นมาเปิดดู หัวใจของเขาก็แทบหยุดเต้น เมื่อภาพถ่ายของเด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ที่มีดวงตาและโครงหน้าถอดแบบมาจากเขาพิมพ์ไว้อย่างไม่ผิดเพี้ยน ปรากฏเด่นชัดอยู่บนหน้าแรกของเอกสารฉบับนั้น! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางในความเจ็บปวดครั้งนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงกรรมสีหม่นกับคนเคยรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%