กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยเหนือยอดเขาเมฆา•ตอนที่ 1

คมกระบี่ในเงามืด

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โลหิตสาดกระเซ็นดุจดอกเหมันต์สีชาดเบ่งบานกลางม่านราตรี เสียงหวีดหวิวของคมดาบที่แหวกฝ่าความมืดมิดในป่าทมิฬดังระงมราวกับเสียงร่ำไห้ของภูตผี ปลายไม้ไผ่และกิ่งสนหักโค่นลงตามแรงปะทะของคลื่นปราณอันเกรี้ยวกราด ทว่าท่ามกลางวงล้อมของยอดฝีมือชุดดำนับสิบชีวิต ร่างของบุรุษผู้หนึ่งกลับยืนหยัดสงัข์ดั่งขุนเขา จางอี้เฟยหอบหายใจแผ่วเบา ไอสีขาวขุ่นพวยพุ่งออกจากริมฝีปากที่ซีดเซียว บาดแผลลึกยาวบริเวณหัวไหล่ซ้ายส่งผลให้หยาดโลหิตสีแดงเข้มไหลรินย้อมอาภรณ์สีครามจนชุ่มโชก แต่นัยน์ตาของเขากลับคมกริบดั่งประกายไฟในเตาหลอม ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงความเยือกเย็นอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากจิตวิญญาณ "จางอี้เฟย เจ้าหมดทางหนีแล้ว" เสียงแหบพร่าดุจเสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นจากเงาไม้เบื้องหน้า ผู้นำกลุ่มมือสังหารปรากฏตัวขึ้นพร้อมดาบยาวในมือที่เคลือบด้วยพิษสีม่วงเข้ม ไอน้ำพิษส่งกลิ่นเหม็นเน่าฟุ้งกระจายกัดกร่อนใบไม้รอบกายจนกลายเป็นสีดำ "คืนตำรากระบี่ไร้ลักษณ์และหัวใจมังกรเพลิงเสีย หากเจ้าจำนนแต่โดยดี ข้าจะละเว้นความทรมานแก่ศพของเจ้า ให้ตายอย่างสงบสมฐานะทายาทคนสุดท้ายแห่งสำนักสุริยันจันทรา" จางอี้เฟยแย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ละเว้นความทรмаนอย่างนั้นหรือ..." เสียงทุ้มต่ำของเขากังวานก้องสะท้อนไปทั่วผืนป่า ราวกับเสียงกระซิบจากยมโลก "พวกเจ้าเผาทำลายอาจารย์ ปลิดชีพศิษย์น้องนับร้อยอย่างไร้ความปรานี แล้วยังกล้าเอ่ยคำว่า 'สงบ' กับข้าอีกหรือ? บัญชีหนี้เลือดของสำนักสุริยันจันทรา... วันนี้ต้องชำระด้วยชีวิตของพวกเจ้าทั้งหมด!" สิ้นเสียงคำราม กลิ่นอายปราณอันดุดันระเบิดออกรอบกายจางอี้เฟย รัศมีสีทองเจิดจ้าพุ่งทะยานเสียดฟ้า แหวกเมฆหมอกทมิฬจนดวงจันทร์สีเลือดสาดส่องลงมายังลานประลองเบื้องล่าง นี่คือขอบเขตพลังปราณแท้จริงขั้นที่เก้า ขีดจำกัดที่มนุษย์ปุถุชนพึงเอื้อมถึง ทว่ามันยังไม่เพียงพอต่อการกวาดล้างศัตรูระดับปรมาจารย์ที่ล้อมกรอบเขาไว้ในคราเดียว "ฆ่ามัน!" มือสังหารผู้นำสะบัดมือสั่งการ เงาดำนับสิบพุ่งเข้าใส่พร้อมกัน รังสีดาบและกระบี่นับร้อยสายถักทอเป็นตาข่ายเพลิงและน้ำแข็ง ปิดตายทุกเส้นทางหนีทีไล่ บรรยากาศรอบด้านบิดเบี้ยวจากแรงกดดันมหาศาล พื้นดินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นรวดลายใยแมงมุม ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง จางอี้เฟยหลับตาลง โลกทั้งใบพลันเงียบสงัด เสียงลมหายใจของตนเอง เสียงชีพจรที่เต้นระรัว และแม้แต่เสียงการเคลื่อนไหวของคมดาบที่พุ่งเข้ามาใกล้ทุกขณะ ทุกสิ่งล้วนช้าลงในห้วงความคิดของเขา เขาหวนนึกถึงคำสอนสุดท้ายของท่านประมุขผู้ล่วงลับ — *'กระบี่ที่แท้จริงหาใช่โลหะอันคมกริบ หากแต่เป็นจิตที่ไร้ลักษณ์ ไร้ร่องรอย และไร้ขอบเขต'* วิชาที่เขาฝึกฝนมาตลอดชีวิต เคล็ดวิชาที่แม้แต่อาจารย์ก็ยังไม่เคยบรรลุถึงขั้นสูงสุด... กระบี่ไร้ลักษณ์! มือขวาที่ว่างเปล่ายกขึ้นช้าๆ ราวกับกำลังคว้าจับอากาศธาตุ *แคว้งงง—!* ไม่มีเสียงชักดาบออกจากฝัก ไม่มีประกายเหล็กกระทบกัน ทว่ากลางฝ่ามือของจางอี้เฟยกลับปรากฏระลอกคลื่นพลังงานโปร่งแสงสายหนึ่ง ระลอกคลื่นนั้นหมุนวนอย่างเชื่องช้าแต่ทรงพลังดั่งมหาสมุทร ทว่าเมื่อเพ่งมองให้ดี มันกลับว่างเปล่าไร้รูปร่าง ราวกับไม่มีอยู่จริง แต่มันกลับแผ่แรงกดดันที่ทำให้สรรพสิ่งในรัศมีร้อยลี้ต้องสั่นสะท้าน! นัยน์ตาของมือสังหารผู้นำเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกถึงขีดสุด สัญชาตญาณดิบเตือนภัยเขาร้องกรีดร้องว่าความตายกำลังมาเยือน "นั่นมัน... วิชาอะไรกัน! ถอย— ทุกคนถอย—!" สายเกินไปเสียแล้ว จางอี้เฟยลืมตาขึ้น นัยน์ตาทั้งสองข้างเปล่งประกายสีครามเข้มดั่งห้วงอวกาศ เขากวัดแกว่งมือเปล่าออกไปเบาๆ ราวกับกำลังวาดภาพบนผืนผ้าใบ *ฟรึบ!* ไม่มีเสียงระเบิดกึกก้อง ไม่มีประกายไฟเจิดจ้า มีเพียงเส้นแสงสีขาวจางๆ สายหนึ่งที่พาดผ่านความมืดมิด เส้นแสงนั้นเรียบง่าย ราวกับรอยพู่กันอันแผ่วเบาของบัณฑิตผู้รักสงบ ทว่าเมื่อมันกวาดผ่านร่างของมือสังหารแถวหน้าที่พุ่งเข้ามา... ร่างของยอดฝีมือชุดดำทั้งห้าคนพลันชะงักกุน ท่วงท่าทั้งหมดแข็งค้างกลางอากาศ ผ่านไปชั่วลมหายใจ ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่รอยเส้นบางๆ สีแดงสดจะปรากฏขึ้นที่กลางลำคอของพวกเขาทั้งห้า จากนั้น ศีรษะและลำตัวก็แยกออกจากกันอย่างไร้รอยต่อ โลหิตพุ่งทะลักออกมาราวกับน้ำพุ ย้อมผืนดินสีดำให้กลายเป็นสีชาดฉานในพริบตาเดียว! วิชากระบี่ไร้ลักษณ์ ไร้ร่องรอย ไร้การต้านทาน! นี่คือการใช้วิชาสายกระบี่โดยปราศจากตัวกระบี่ อาศัยฟ้าดินเป็นคมดาบ อาศัยจิตวิญญาณเป็นฝักดาบ เพียงใจคิด คมกระบี่ก็ตัดผ่านมิติไปปลิดชีพศัตรูได้ทันที มือสังหารที่เหลืออยู่ต่างหยุดชะงักฝีเท้า ใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด ขาสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ พวกเขาไม่เคยพบเจอยอดฝีมือผู้ใดที่น่ากลัวถึงเพียงนี้ การฆ่าคนโดยไม่แม้แต่จะชักอาวุธออกมา มันเหนือกว่าขอบเขตของยุทธภพไปไกลโขแล้ว "ปีศาจ... มันคือปีศาจ!" มือสังหารผู้หนึ่งสติแตกแผดเสียงร้องโหยหวนด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีเตลิดเข้าป่าทมิฬไปอย่างไม่คิดชีวิต จางอี้เฟยไม่คิดไล่ล่า เขายืนนิ่งสงบ รัศมีปราณรอบกายค่อยๆ สงบลง ทว่าอาการบาดเจ็บที่สะสมมานานทำให้เขาต้องกระอักโลหิตออกมาคำโต ร่างกายเซถอยหลังไปสองก้าว มือข้างขวาต้องยันต้นไม้ใหญ่ไว้เพื่อพยุงร่างไม่ให้ล้มลง ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังกลับคืนสู่ป่าทมิฬอีกครั้ง และจางอี้เฟยกำลังจะโคจรปราณเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ ฉับพลันนั้นเอง... บรรยากาศรอบตัวก็แปรเปลี่ยนเป็นความหนาวเหน็บอย่างฉับพลัน อุณหภูมิลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างบนใบไม้กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนในพริบตา กลิ่นอายความเย็นเยือกอันบริสุทธิ์สูงส่งกดทับลงมาจากฟากฟ้า ราวกับองค์เทพเซียนผู้เย็นชาเสด็จลงมาเยือนโลกมนุษย์ แผ่นหลังของจางอี้เฟยพลันแข็งทื่อ เขาไม่กล้าขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย เพราะบนกิ่งสนสูงเหนือศีรษะของเขาในยามนี้ มีร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะโปรยปรายยืนอยู่ นางกำลังทอดสายตาลงมามองเขาด้วยนัยน์ตาคู่สวยที่เย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง และที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ปลายกระบี่สีเงินยวงที่สะท้อนแสงจันทร์ของนาง กำลังจ่อตรงมาที่จุดตายกลางหลังของเขาอย่างแม่นยำ โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่านางเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อใด! เสียงหวานใสราวกับระฆังแก้วแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งเอ่ยขึ้นแผ่วเบาจากเบื้องบน "จางอี้เฟย... เจ้าบังอาจใช้วิชานี้ในเขตแดนของสำนักเรา รู้ตัวหรือไม่ว่าโทษทัณฑ์ของเจ้าคืออะไร?" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางสู่เส้นทางแห่งคมกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยเหนือยอดเขาเมฆา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%