โลหิตสีชาดสายหนึ่งไหลรินอาบไล้คมกระบี่ไร้ลักษณ์ หยดลงบนพื้นหิมะขาวโพลนจนเกิดเสียงดังฉี่... ดั่งน้ำเดือดราดรดแผ่นน้ำแข็ง
"จางอี้เฟย... เจ้าบังอาจใช้วิชานี้ในเขตแดนของสำนักเรา รู้ตัวหรือไม่ว่าโทษทัณฑ์ของเจ้าคืออะไร?"
เสียงประกาศิตก้องกังวานดุจสายฟ้าฟาดกลางฤดูหนาว สะท้อนก้องไปทั่วหุบผาชัน เสียงนั้นเต็มไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นและแรงกดดันจากลมปราณระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ ทว่า จางอี้เฟยหาได้สะดุ้งสะเทือนไม่ เขายืนหยัดตระหง่านท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำ ร่างกายของเขาสะบสะท้านด้วยพิษบาดแผลจากการถูกไล่ล่าข้ามผ่านสามภูเขาเจ็ดแม่น้ำ แต่แววตาทะนงตนยังคงสุกสกาวดุจดวงดาวในคืนเดือนมืด
เบื้องหลังของเขาคือหน้าผาไร้ก้นบึ้ง เบื้องหน้าคือเหล่ามือสังหารจากสำนักอัคคีผลาญสวรรค์ที่ปิดล้อมเส้นทางไว้ทุกด้าน บาดแผลฉกรรจ์ที่สีข้างร้าวลึกถึงกระดูก ทุกครั้งที่ลมหายใจเข้าออก ความเจ็บปวดเสียดแท่นราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าสู่จุดชีพจร ทว่าชายหนุ่มกลับยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันต่อชะตากรรม
"โทษทัณฑ์หรือ?" จางอี้เฟยเปล่งเสียงแหบพร่า ทว่ากังวานก้องกังวานฝ่าเสียงลมพายุ "สำนักของพวกเจ้าสังหารล้างบางผู้บริสุทธิ์นับร้อยอย่างไร้ความปรานี เพื่อแย่งชิงคัมภีร์กระบี่ไร้ลักษณ์... ฟ้าดินต่างหากเล่าที่ต้องเป็นผู้ลงทัณฑ์พวกเจ้า!"
สิ้นเสียงคำราม ร่างของผู้นำกลุ่มมือสังหารก็พุ่งทะยานเข้าหาดุจลูกศรอาบยาพิษ ฝ่ามือที่ห่อหุ้มด้วยเพลิงโลกันตร์แผดเผาอากาศรอบข้างจนบิดเบี้ยว มันคือ 'หัตถ์อัคคีผลาญวิญญาณ' วิชาอันเลื่องชื่อที่หลอมละลายได้แม้กระทั่งเหล็กไหล
จางอี้เฟยกัดฟันกรอด รวบรวมลมปราณเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่เข้าสู่ตันเถียน กระบี่ในมือไร้ซึ่งรูปทรง แต่อนุภาพกลับสะท้านสะเทือนฟ้าดิน เขากล้าใช้ร่างกายและจิตวิญญาณเป็นฝักดาบ เพื่อชักนำวิถีกระบี่ที่หลุดพ้นจากกรอบกาลเวลาออกมา
ตูーム! แรงปะทะระเบิดออกเป็นวงกว้าง หิมะรอบกายถูกแผดเผาจนกลายเป็นไอหมอกสีขาวโพลนพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ร่างของจางอี้เฟยกระเด็นถอยหลังตามแรงกระแทก ปลายเท้าของเขาเหยียบย่างอยู่บนขอบเหวอันตราย ก้อนหินขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงสู่ห้วงเหวเบื้องล่างอย่างไร้เสียงสะท้อน
ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด ความหนาวเหน็บกัดกินขั้วหัวใจ พิษจากศัตรูและอาการธาตุไฟเข้าแทรกกำลังดึงรั้งเขาสู่ความมืดมิด ทว่าในวินาทีที่เปลือกตาเริ่มหนักอึ้งและสติสัมปชัญญะกำลังเลือนรางนั้นเอง...
กรับ... กรับ... กรับ...
เสียงฝีเท้าแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานราวกับเหยียบย่างอยู่บนจิตวิญญาณ ดังขึ้นท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำ
มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของศัตรู แต่เป็นเสียงที่เย็นเยียบ ยะเยือก และสง่างามจนน่าประหลาด
เหล่ามือสังหารที่กำลังจะพุ่งเข้ามาซ้ำเติมต่างชะงักกุน ลมหายใจของพวกมันสะดุดกึกเมื่อสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามาในรัศมีร้อยลี้ อุณหภูมิรอบกายดิ่งฮวบลงจนหยดน้ำค้างแข็งตัวกลางอากาศในพริบตา
ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายเหมันต์ก้าวเดินออกมาจากม่านหิมะหนาทึบ นางถือกระบี่ฝักสีนิลไว้ในมือเรียวบาง เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวไปตามแรงลม ใบหน้างดงามล่มเมืองราวนางพญาแห่งแดนน้ำแข็ง ทว่าไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ แววตานั้นว่างเปล่า เย็นชา และดุดันดุจดั่งหุบเขาพันปีที่ไม่เคยต้องแสงตะวัน
หลี่เหมยหลิง... ศิษย์เอกแห่งยอดเขาเมฆา
นางหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าจางอี้เฟยที่ทรุดกายลงพิงผนังหิน สายตาคู่คมกริบกวาดมองเหล่ามือสังหารสำนักอัคคีผลาญสวรรค์ด้วยความเหยียดหยัน ราวกับพวกมันเป็นเพียงฝุ่นผงใต้ฝ่าเท้า
"แม่นางหลี่..." ผู้นำกลุ่มมือสังหารหน้าถอดสีเล็กน้อย แม้พวกมันจะมีจำนวนมากกว่า แต่วิชาปราณเหมันต์ของหญิงสาวผู้นี้คือฝันร้ายที่ผู้ฝึกยุทธในยุทธภพต่างหวาดกลัว "เรื่องนี้เป็นกิจצของสำนักอัคคี... หวังว่าศิษย์เอกแห่งยอดเขาเมฆาจะไม่ยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยว"
หลี่เหมยหลิงไม่เอ่ยคำใด นางเพียงปรายตามองเศษเสี้ยวโลหิตบนพื้นหิมะ ก่อนจะเบนสายมาหยุดอยู่ที่ร่างของจางอี้เฟยแวบหนึ่ง แววตาที่เคยเย็นชาราวน้ำแข็ง กลับไหววูบชั่วขณะ ราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ถูกโยนก้อนหินลงไป
"กิจการของพวกเจ้า ข้าไม่สนใจ" เสียงหวานใสดุจแก้วเจียระไนเอ่ยขึ้น ทว่ากลับเยือกเย็นจนบาดลึกถึงกระดูก "แต่การที่พวกเจ้าเหยียบย่างเข้ามาในเขตแดนที่ข้าดูแล และส่งเสียงหนวกหูรบกวนความสงบของข้า... นั่นคือความผิดที่ต้องชดใช้ด้วยชีวิต"
สิ้นคำพูด ด้ามกระบี่ในมือเรียวก็ขยับเพียงครึ่งนิ้ว!
ช랭ง!
เสียงคมกระบี่เสียดสีกับฝักดังขึ้นครั้งหนึ่ง โลกทั้งใบคล้ายหยุดนิ่ง พายุหิมะที่กำลังโหมกระหน่ำพลันแข็งค้างกลางอากาศ ปราณเหมันต์บริสุทธิ์พวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อตัวเป็นอักขระเวทโบราณนับพันตัวลอยคว้างอยู่เหนือศีรษะ
เหล่ามือสังหารเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก พวกมันยังไม่ทันได้เปล่งเสียงร้องขอชีวิต อากาศรอบตัวก็แปรเปลี่ยนเป็นคมดาบน้ำแข็งนับหมื่นเล่ม พุ่งเข้าเสียบร่างของพวกมันจนกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งในชั่วพริบตา
ความตายมาเยือนอย่างไร้ร่องรอย รวดเร็วและเด็ดเดี่ยวราวกับกาลเวลาที่ล่วงเลย
เมื่อทุกอย่างกลับสู่ความเงียบสงบ หลี่เหมยหลิงจึงก้าวเข้าไปใกล้จางอี้เฟย ร่างระหงทรุดกายลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นหิมะ มือเรียวบางเอื้อมไปสัมผัสชีพจรที่เต้นอ่อนแรงที่ข้อมือของชายหนุ่ม ไออุ่นจากร่างของนางผสานกับลมปราณเหมันต์ช่วยระงับพิษร้ายในกายเขาไว้ได้อย่างฉับพลัน
จางอี้เฟยเงยหน้าขึ้นสบตากับนาง ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่ใกล้เพียงคืบ กลิ่นหอมจางๆ ดั่งดอกเหมันต์ลอยละล่องปะปนกับกลิ่นคาวเลือด
"เหตุใด... จึงช่วยข้า?" จางอี้เฟยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า นัยน์ตาทระนงฉายแววซับซ้อน
หลี่เหมยหลิงไม่ตอบในทันที ปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบแตะลงบนริมฝีปากที่ซีดเซียวของเขาอย่างแผ่วเบา ราวกับจะปิดกั้นคำพูดใดๆ ที่ไร้สาระ ทว่าดวงตากลับสะท้อนภาพเงาของเขาไว้เพียงผู้เดียวอย่างชัดเจน
"หุบปากเสีย จางอี้เฟย" นางกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่เก็บงำไว้เนิ่นนาน "เจ้ายังมีชีวิตอยู่เพื่อล้างมลทิน... และข้า... ยังไม่อนุญาตให้ผู้ใดพรากวิญญาณของเจ้าไปจากข้าทั้งสิ้น"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความเงียบงันอันลึกซึ้ง ทันใดนั้นเอง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรง ราวกับมีสัตว์อสูรบรรพกาลกำลังตื่นขึ้นจากหลุมศพ!
ท้องฟ้าเหนือยอดเขาเมฆาที่เคยขาวสะอาด บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต เมฆหมอกม้วนตัวเป็นเกลียวพายุหมุนวน พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงสรวงสวรรค์
ร่างเงาสลัวร่างหนึ่ง ปรากฏขึ้นท่ามกลางม่านฟ้าสีเลือด รัศมีพลังกดดันระดับบรรพกาลแผ่ซ่านลงมาจนทำให้กระบี่ในมือของหลี่เหมยหลิงสั่นระริก
"ในที่สุด... ก็หาตัวพบเสียที หลานสาวตัวดีแห่งสำนักเหมันต์ และ... เจ้าหนูผู้ถือครองกระบี่ไร้ลักษณ์"
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านลมหนาวนี้ไปด้วยกันนะครับ)
กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยเหนือยอดเขาเมฆา•ตอนที่ 2
หิมะแรกบนยอดเขา
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยเหนือยอดเขาเมฆา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
