คมมีดเย็นเฉียบกรีดผ่านลำคอชวนให้รู้สึกสยิวถึงกระดูกสันหลัง แต่สิ่งที่ฉินเฟิงรู้สึกกลับไม่ใช่ความหวาดกลัว หากแต่เป็นความน่าสมเพชของสถานการณ์
“นายน้อยฉิน... อย่าได้โทษข้าเลย ใครใช้ให้ท่านเกิดมาเป็นขยะที่ไร้พลังปราณกันเล่า ตระกูลฉินไม่เลี้ยงคนไร้ประโยชน์หรอกนะ”
เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นข้างหู กลิ่นคาวเลือดผสมกลิ่นกำยานราคาถูกเตะจมูก ฉินเฟิงลืมตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาสีรัตติกาลที่เคยผ่านการสังหารเทพและมารมานับหมื่นแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก สิ่งที่ปรากฏในสายตาคือไอ้สารเลวหน้าโง่ในชุดคนรับใช้ประจำตระกูล มือที่กำมีดสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นผสมความฮึกเหิมที่ได้สังหารเจ้านาย
ฉินเฟิงขยับร่างที่บอบบางราวกับกิ่งไม้แห้งของตนเพียงนิด ความรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกพิษแล่นพล่านไปทั่วเส้นชีพจรที่ตีบตัน แต่นั่นหาใช่ปัญหาสำหรับ ‘จอมราชันย์’ ผู้กุมความลับของการหลอมกายาไว้ในกำมือ
“เจ้าคิดว่า... มีดเล่มนั้นจะพรากชีวิตข้าได้งั้นรึ?”
เสียงของฉินเฟิงราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนชายรับใช้ชะงักงัน จิตสังหารที่เข้มข้นดั่งภูเขาถล่มแผ่ซ่านออกมาจากร่างที่ดูไร้ค่านี้โดยไม่รู้ตัว
“แก! แกยังไม่ตาย!” ชายรับใช้เบิกตากว้าง ก่อนจะแผดเสียงตะโกน “พี่ใหญ่! มันตื่นแล้ว! จัดการมัน!”
จากเงามืดหลังม่านปักลายมังกรที่ซีดจาง ชายฉกรรจ์อีกสองคนโผล่พ้นออกมา หนึ่งในนั้นถือดาบหนักวาววับ มันไม่พูดพล่ามทำเพลง พุ่งทะยานเข้าหาฉินเฟิงหมายจะปลิดชีพในดาบเดียว
ฉินเฟิงไม่ได้ขยับหนี เขาเพียงแค่เลิกคิ้วมองราวกับกำลังชมการแสดงละครลิงที่น่าเบื่อหน่าย ในเสี้ยววินาทีที่ดาบจะถึงตัว เขาก็พลิกข้อมืออย่างรวดเร็ว—ไม่ใช่เพื่อป้องกัน แต่เพื่อคว้าข้อมือของชายรับใช้คนแรกที่ยังถือมีดจ่อคอเขาอยู่
*กร็อบ!*
เสียงกระดูกข้อมือแหลกละเอียดดังสนั่นหวั่นไหว ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวน ฉินเฟิงกระชากมีดจากมือมันมาไว้ในกำมือ ก่อนจะตวัดข้อมืออย่างงดงามและโหดเหี้ยม ลำคอของชายรับใช้ถูกเชือดขาดสะบั้น เลือดสีแดงฉานพุ่งกระเซ็นอาบใบหน้าของฉินเฟิงจนดูราวกับปีศาจจากขุมนรก
“หนทางสู่ความเป็นอมตะ เริ่มต้นจากเลือดของพวกสวะเช่นพวกเจ้า”
ฉินเฟิงคำรามเบาๆ ในลำคอ เขาอาศัยจังหวะที่ชายอีกสองคนผงะถอยหลัง บิดร่างหลบวิถีดาบด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่าร่างกายปกติจะทำได้ เขาไม่ได้ใช้พลังปราณที่แทบไม่มีเหลือ แต่ใช้ ‘ประสบการณ์’ ในการอ่านทิศทางดาบที่ห่วยแตกของพวกมัน
เขาพุ่งตัวเข้าประชิดชายที่ถือดาบหนัก ใช้ศอกกระแทกเข้าที่จุดตายใต้กะโหลกศีรษะอย่างแม่นยำ อีกฝ่ายสิ้นใจตายคาที่โดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะกระพริบตา เหลือเพียงหัวหน้ากลุ่มที่ยืนตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า
“ขะ... ข้าได้รับคำสั่ง! ข้าแค่ทำตามคำสั่ง!” ชายที่เหลือเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น ปัสสาวะราดรดกางเกงจนส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง
ฉินเฟิงเดินย่างสามขุมเข้าไปหา กลิ่นอายกดดันที่เขาสร้างขึ้นนั้นไม่ต่างจากเทพสงครามที่ลงมาจุติ เขาใช้ปลายมีดเชยคางชายผู้นั้นขึ้น บังคับให้มันสบตากับดวงตาที่ไร้ก้นบึ้งของเขา
“บอกข้า... ใครเป็นคนสั่ง? และในตระกูลฉินนี้ ใครที่ต้องการให้ข้าตายมากที่สุด?”
ชายผู้นั้นตัวสั่นงันงก “เป็น... เป็นคุณชายรองฉินหยาง! เขาบอกว่า... เขาบอกว่าถ้าท่านตายไป ตำแหน่งผู้สืบทอดลำดับที่หนึ่งก็จะตกเป็นของเขาโดยสมบูรณ์!”
ฉินเฟิงแสยะยิ้ม มุมปากที่เปื้อนเลือดดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปีศาจ “ฉินหยาง... น้องชายผู้แสนดีของข้าสินะ”
เขากดปลายมีดลงบนลำคอชายผู้นั้นอย่างไม่ปรานี เสียงร้องขอชีวิตเงียบหายไปพร้อมกับหยดเลือดสุดท้ายที่รินไหล ฉินเฟิงยืนนิ่งอยู่กลางห้องที่เต็มไปด้วยซากศพ ลมหายใจของเขาเริ่มสม่ำเสมอ พลังงานธรรมชาติที่เบาบางในอากาศเริ่มถูกบีบอัดเข้าสู่ตันเถียนที่แห้งผาก
เขารู้ดีว่าการฟื้นคืนชีพในร่างนายน้อยไร้ค่านี้คือบททดสอบแห่งสวรรค์ จักรพรรดิโลหิต... เจ้าอาจคิดว่าสังหารข้าได้แล้วในชาติก่อน แต่เจ้าทำพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตอมตะของเจ้า เมื่อข้าได้กลับมาแล้ว ข้าจะทำให้เจ้าได้ลิ้มรสความตายที่ทรมานยิ่งกว่าการถูกฉีกกระชากวิญญาณ
ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากหน้าประตู พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและเจตนาสังหาร
“นายน้อยฉินเฟิง! เจ้าบังอาจฆ่าคนในตระกูล จงออกมาน้อมรับความตายแต่โดยดี!”
ประตูไม้สักถูกพังกระเด็นเข้ามา ฝูงชนที่นำโดยชายวัยกลางคนในชุดสีครามถืออาวุธครบมือพรูกันเข้ามาล้อมเขาไว้ แต่สิ่งที่ทำให้ฉินเฟิงต้องชะงักไม่ใช่คนพวกนี้ ทว่าที่ด้านหลังสุดของฝูงชน เงาร่างหนึ่งในชุดดำสนิทที่แฝงตัวอยู่ในเงามืดกำลังจับจ้องมาที่เขา... แววตาคู่นั้นเย็นชาและดูคุ้นเคยอย่างประหลาด
นางคือสตรีคนเดียวที่รู้ความลับของเขา... เย่ชิงหลาน ก้าวออกมาจากความมืดพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของฉินเฟิงสั่นไหวเล็กน้อย นางไม่ได้มาเพื่อขัดขวาง แต่มาเพื่อกระซิบข้างหูเขาในจังหวะที่คนทั้งโถงชะงักงัน
“เจ้าเพิ่งเริ่มเกมนี้ได้น่าสนุกทีเดียว... แต่น่าเสียดาย ที่ดูเหมือน ‘แขกผู้ไม่ได้รับเชิญ’ จากนิกายปีศาจโลหิต ได้กลิ่นคาวเลือดของเจ้าและมาถึงที่นี่ก่อนข้าเสียอีก”
ฉินเฟิงหันไปมองสบตานาง พลันสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่จู่โจมเข้ามาจากภายนอกคฤหาสน์... นี่มันไม่ใช่แค่การชิงอำนาจในตระกูลฉินแล้ว แต่มีบางอย่างที่ใหญ่กว่าและชั่วร้ายกว่ากำลังคืบคลานเข้ามาในค่ำคืนนี้
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทเริ่มต้นนี้... มังกรครามท่องภพ
มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์•ตอนที่ 1
วิญญาณหวนคืน
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!