ความกดดันระดับบรรพกาลแผ่ซ่านกดทับจนผืนป่ารอบด้านเงียบสงัด เสียงลมหายใจของสรรพชีวิตราวกับถูกแช่แข็งด้วยจิตสังหารอันไร้รูป ฉินเฟิงไม่แม้แต่จะขยับกาย ถือกระบี่มังกรทลายสวรรค์นิ่งค้าง ปลายกระบี่ห่างจากลำคอของแม่ทัพตระกูลหลี่เพียงแค่ครึ่งนิ้ว หยดเลือดสีแดงสดหยดลงบนพื้นหญ้า สร้างเสียงสะท้อนกังวานในความเงียบงัน
"ฉินเฟิง... เจ้าเติบโตขึ้นมากทีเดียว"
เสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังดังก้องกังวานไปทั่วฟ้าดิน แรงกดดันมหาศาลถาโถมลงมาจากเบื้องบน ราวกับภูเขาไท่ซานทั้งลูกกดทับลงบนบ่าของทุกคนในที่นั้น
"แต่ดูเหมือนว่า... เหยื่อที่เจ้ากำลังจะฆ่าผู้นี้ เป็นคนของ 'เรา' ตั้งนานแล้วนะ"
ฉินเฟิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์หรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว เขาไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย สมองอันเฉียบคมประมวลผลสถานการณ์ในเสี้ยววินาที คนของ 'เรา' งั้นหรือ? ในดินแดนรกร้างแห่งนี้ มีใครที่มีพลังปราณกดข่มระดับนี้ได้นอกจากพวกมัน... ผู้อาวุโสแห่งตำหนักโลหิตเงา
"คนของเจ้า?" ฉินเฟิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เยือกเย็น จนน่าขนลุก "สุนัขที่กำลังจะตายตัวหนึ่ง ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่กลายเป็นสุนัขรับใช้ใต้ตักของพวกเจ้า? หรือว่า... สุนัขมักจะหาเจ้าของที่มีกลิ่นคาวเลือดเหมือนกันได้เสมอ"
แม่ทัพตระกูลหลี่ที่นอนรอความตายอยู่บนพื้น เบิกตากว้างด้วยความหวัง ร้องตะโกนสุดเสียง "ท่านผู้อาวุโส! ช่วยข้าด้วย! ข้าทำตามคำสั่งของท่านทุกอย่าง—"
*ฉับ!*
ประกายกระบี่สีครามวาบผ่านอย่างไร้ซุ่มเสียง ศีรษะของแม่ทัพตระกูลหลี่หลุดกระเด็นลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ดวงตายังคงเบิกค้างด้วยความตกตะลึง เลือดพุ่งทะลักออกราวกับน้ำพุร้อน ย้อมผืนดินให้กลายเป็นสีชาดในพริบตา
ฉินเฟิงสะบัดกระบี่เบาๆ หยดเลือดบนคมกระบี่สลายกลายเป็นละอองไอสีขาว เขาไม่ได้หันไปมองศพที่ไร้หัวแม้แต่น้อย สายตาจับจ้องไปยังเงาร่างที่ค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากความมืดมิดของม่านหมอก
"เจ้ากล้าท้าทายข้าต่อหน้าต่อตา?" เงาร่างนั้นสวมชุดคลุมยาวสีดำสนิท ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากโลหะรูปอสูรน่าเกลียดน่ากลัว ปล่อยกลิ่นอายพลังปราณระดับวิญญาณยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ออกมาอย่างไม่ปิดบัง
"ข้าจะฆ่าใคร จะเป็นแมลงสาบหรือสุนัขรับใช้ หากมันขวางทางข้า ต่อให้เป็นเจ้าแห่งนรกมาขวาง ข้าก็จะฟันมันให้ขาดเป็นสองท่อน" ฉินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็ดขาด ไร้ความเกรงกลัวใดๆ
เย่ชิงหลานที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ขมวดคิ้วมุ่น นิ้วเรียววาดผ่านอากาศอย่างรวดเร็ว ก่อเกิดเป็นค่ายกลดาราคุ้มกันรอบกาย นางสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง บรรยากาศรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยว ราวกับมิติถูกฉีกกระชาก
"ระวังตัวด้วย เฟิงหลาง..." เย่ชิงหลานส่งเสียงเตือนผ่านลมปราณ "มันไม่ได้มาคนเดียว... ค่ายกลสะกดวิญญาณถูกกางไว้รอบบริเวณนี้แล้ว"
ผู้อาศัยหน้ากากอสูรหัวเราะเยาะในลำคอ เสียงนั้นเสียดแก้วหูจนปวดแปลบ "ฉินเฟิง สมกับที่เป็นอัจฉริยะผู้ร่วงหล่นแล้วตื่นขึ้นมาใหม่ ความกล้าหาญของเจ้ายอดเยี่ยมนัก น่าเสียดาย... ที่ความหยิ่งยโสจะนำพาความตายมาสู่เจ้า เร็วกว่าที่คิด"
สิ้นเสียงนั้น พื้นดินรอบตัวรัศมีร้อยเมตรก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสาศิลาสีดำสี่ต้นผุดขึ้นจากพื้นดิน ปลดปล่อยลำแสงสีเลือดพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เชื่อมต่อกันเป็นม่านพลังรูปโดมครอบคลุมพวกเขาทั้งหมดเอาไว้
"ค่ายกลโลหิตกลืนวิญญาณ!" เย่ชิงหลานอุทานออกมาด้วยความตกใจ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด "พวกมันจงใจล่อเรามาที่นี่ตั้งแต่แรก!"
ฉินเฟิงกวาดสายตามองไปรอบๆ ม่านพลังสีเลือดกำลังสูบฉีดพลังชีวิตของพืชพรรณรอบข้างให้เหี่ยวเฉาลงอย่างรวดเร็ว ต้นไม้ใบหญ้ากลายเป็นสีดำสนิทและสลายกลายเป็นผงธุลีในพริบตา แรงกดดันมหาศาลพยายามกดร่างของเขาให้คุกเข่าลง
กระดูกทั่วร่างของฉินเฟิงส่งเสียงลั่นกรอบ แต่เขากลับยืนหยัดหลังตรงตระหง่านดั่งภูเขาผา ดวงตาส่องประกายสีทองเจิดจ้า เคล็ดวิชามังกรทลายสวรรค์โคจรอย่างบ้าคลั่งในตันتي (จุดตันเตียน) พลังปราณมังกรคำรามก้องในAura (ออร่า) รอบตัว ปัดเป่าแรงกดดันนั้นออกไปจนหมดสิ้น
"คิดจะใช้ค่ายกลมารมาขังข้า?" ฉินเฟิงแค่นเสียง "พวกเจ้าประเมินพลังของมังกรน้อยเกินไปแล้ว"
เขาก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว พื้นดินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม พลังปราณสีครามเข้มข้นระเบิดออกจากร่าง พุ่งทะยานขึ้นฟ้าปะทะกับม่านพลังสีเลือดจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่า
ผู้อาศัยหน้ากากอสูรตกใจจนผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว พลังที่ฉินเฟิงแสดงออกมานั้นเหนือกว่าข้อมูลที่พวกมันได้รับมาอย่างเทียบไม่ติด! เด็กหนุ่มอายุเพียงเท่านี้ เหตุใดจึงมีจิตวิญญาณการต่อสู้ที่แข็งแกร่งปานนี้ ราวกับผ่านสนามรบมานับร้อยนับพันปี
"ฆ่ามัน! อย่าให้มันตั้งตัวได้!" ผู้อาศัยหน้ากากอสูรคำรามสั่ง เงาร่างอีกสี่สายพุ่งทะยานออกมาจากความมืด ทุกคนล้วนถืออาวุธอาบยาพิษร้ายแรง ปิดตายทุกเส้นทางหนีของฉินเฟิง
เย่ชิงหลานขยับกายอย่างรวดเร็วดั่งผีเสื้อร่อนลม นางดีดลูกแก้วดาราในมือออกไปสี่เม็ด เกิดเป็นประกายแสงเจิดจ้าสกัดกั้นวิถีดาบของมือสังหารทั้งสี่คนไว้ได้อย่างแม่นยำ "เฟิงหลาง จัดการตัวการใหญ่ ข้าคุ้มกันด้านหลังให้!"
"วางใจได้" ฉินเฟิงตอบสั้นๆ แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
ร่างของฉินเฟิงหายวับไปจากจุดเดิมในพริบตา วิชาตัวเบา 'ก้าวพสุธาทลายเมฆ' ถูกใช้งานถึงขีดสุด ความเร็วนั้นเหนือกว่าสายตาของมือสังหารระดับวิญญาณยุทธ์จะมองตามทัน
ผู้อาศัยหน้ากากอสูรสัมผัสได้ถึงอันตรายถึงชีวิตที่พุ่งเข้ามาจากเบื้องหลัง มันรีบตวัดดาบยาวในมือกลับหลังป้องกันอย่างสุดกำลัง แต่ทว่า... มันช้าเกินไป
*เปรี้ยง!*
คมกระบี่มังกรทลายสวรรค์ฟาดฟันลงมาด้วยพละกำลังมหาศาล แรงปะทะทำให้หน้ากากอสูรบนใบหน้าแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นใบหน้าจริงที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากนั้น
ดวงตาของฉินเฟิงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเย็นชาในแววตาแปรเปลี่ยนเป็นประกายแห่งความแค้นที่สุมอกมานาน เมื่อได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของศัตรูผู้นี้
"ที่แท้... ก็คือเจ้าเองหรอกหรือ..." ฉินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบราวน้ำแข็งจากขั้วโลก "สุนัขรับใช้ที่จภักดีที่สุดของจักรพรรดิโลหิต!"
คนผู้นั้นแย้มยิ้มออกมาอย่างน่าสยดสยอง แม้เลือดจะไหลรินจากมุมปาก "ฉินเฟิง... เจ้าคิดว่าเจ้าชนะแล้วงั้นหรือ? มองไปข้างหลังเจ้าสิ..."
ฉินเฟิงขมวดคิ้ว รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามา เขาหันขวับกลับไปมอง และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้ลมหายใจของเขาแทบสะดุด
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับมังกรครามท่องภพมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์•ตอนที่ 48
บทที่ 48
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!