เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา•ตอนที่ 45

คำสารภาพที่ถูกปฏิเสธ

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
เสียงสัญญาณปลายสายที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอในความเงียบงันของห้องสอบสวน ก้องกังวานเสียยิ่งกว่าเสียงระเบิด ผมจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าที่มีรอยขีดข่วนบนกระจก นิ้วชี้ที่วางอยู่บนปุ่มรับสายชาด้านชาจนแทบไม่รู้สึกถึงสัมผัสเย็นเฉียบของโลหะ ประโยคของเรนิตายังคงวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาในโสตประสาท *“และเขากำลังรอให้คุณตอบคำถามข้อสุดท้าย... ว่าคุณพร้อมจะรู้ความจริงว่าใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของน้องสาวคุณจริงๆ หรือยัง”* มันไม่ใช่คำถาม แต่มันคือกับดักทางจิตวิทยาที่ถูกออกแบบมาเพื่อบั่นทอนความนิ่งสงบของโปรไฟล์เลอร์อย่างผมโดยเฉพาะ มิสเตอร์เอ็กซ์รู้ดีว่าจุดอ่อนที่สุดของร้อยตำรวจเอกธันวา วิริยะ ไม่ใช่ความกลัวตาย แต่คือความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมานานนับทศวรรษ "อย่ารับสายเด็ดขาดครับ ผู้กอง" เรนิตาก้าวเข้ามาประชิด น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงความตื่นตระหนกไว้ลึกๆ ดวงตาคู่สวยคู่นั้นกวาดมองปฏิกิริยาบนใบหน้าของผมอย่างรวดเร็วเพื่อประเมินสภาพจิตใจ "นั่นคือจิตวิทยาการควบคุมระยะไกล เขากفำลังใช้ความรู้สึกผิดของคุณมาเป็นกระสุนย้อนกลับมายิงใส่ตัวคุณเอง" "ผมรู้ครับ ดร.เรนิตา" ผมตอบเสียงเรียบ พยายามดึงสติกลับมาควบคุมกล้ามเนื้อบนใบหน้าไม่ให้กระตุกไหว "แต่ถ้าเราตัดสายนี้ทิ้ง แปลว่าเรายอมแพ้ที่จะเดินตามเกมของเขาตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มก้าวแรก" ผมกดรับสายทันทีโดยไม่รอให้เธอทักท้วงต่อ แรงกดดันจากปลายสายพุ่งทะลวงผ่านลำโพงโทรศัพท์เข้ามาทันที ไร้ซึ่งเสียงพูดคุย มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาที่จงใจทิ้งช่วงให้เราตระหนักถึงการมีตัวตนของเขา "ผมรู้ว่าคุณกำลังฟังอยู่, เอ็กซ์" ผมเปิดปากพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิทและเย็นชาที่สุดเท่าที่จะทำได้ "คุณคิดว่าการเอาชีวิตของพยานคนสำคัญมาแขวนไว้บนเส้นด้าย จะทำให้ผมกลัวจนถอยไปงั้นหรือ" เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังลอดออกมาจากลำโพง มันเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและสนุกสนานราวกับเด็กกำลังเล่นเกมต่อเลโก้ *“ความกลัวเหรอครับ... โอ้ ผู้กองธันวา คุณเข้าใจผมผิดไปไกลโขเลยนะ”* เสียงของมิสเตอร์เอ็กซ์ผ่านการดัดคลื่นความถี่จนแหบพร่าแต่ชัดเจนทุกพยางค์ *“ผมไม่ได้ต้องการให้คุณกลัว... ผมแค่ต้องการให้คุณตาสว่างต่างหาก พยานที่คุณอุตส่าห์ซ่อนเอาไว้ในเซฟเฮาส์เขตธนบุรี... ตอนนี้เขาคงกำลังนอนมองเพดานสีขาวด้วยสายตาที่ว่างเปล่าไปเสียแล้วล่ะครับ”* เลือดในกายของผมเย็นเฉียบลงในเสี้ยววินาที ร่างกายพุ่งตัวออกจากเก้าอี้ทันทีโดยอัตโนมัติ "คุณหมายความว่ายังไง!" ผมคำรามลั่นห้อง สายตาดุดันจ้องเขม็งไปยังหน้าจอโทรศัพท์ *“ไปดูด้วยตาตัวเองสิครับ... แล้วคุณจะรู้ว่าคำสารภาพที่ถูกปฏิเสธ มักจะมีราคาที่ต้องจ่ายแพงเสมอ”* ติ๊ด! สายถูกตัดไปพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนความว่างเปล่า "เรนิตา ติดต่อหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ณ จุดเซฟเฮาส์เขตธนบุรีเดี๋ยวนี้!" ผมสั่งการเสียงดังลั่น พรางคว้าเสื้อแจ็คเก็ตขึ้นมาสวมด้วยความรวดเร็ว "ฉันประสานงานไปตั้งแต่คุณเริ่มรับสายแล้วครับ ผู้กอง..." เรนิตาหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาแสดงภาพจากกล้องวงจรปิดรอบนอกเซฟเฮาส์ ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบ รถกระบะสีดำคันหนึ่งจอดนิ่งอยู่หน้าอาคาร ประตูฝั่งคนขับเปิดอ้าไว้ ไร้เงาเจ้าหน้าที่ตำรวจคุ้มกันที่ควรจะยืนประจำการอยู่ถึงสี่นาย สิบนาทีต่อมา รถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์สีดำพุ่งทะยานเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าเซฟเฮาส์อย่างกระชั้นชิด ประตูรถเปิดออกพร้อมกับที่ผมและเรนิตาก้าวลง1ไปยังจุดเกิดเหตุ กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยมาแตะจมูกทันทีที่ผลักประตูกระจกบานใหญ่เข้าไป ภาพเบื้องหน้าคือความเงียบงันที่น่าสยดสยอง จ.ส.ต. ประชา และ ส.ต.ท. โกศล สองนายตำรวจมือดีที่ถูกส่งมาอารักขาพยานปากเอกคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง นอนหมดสติอยู่บนพื้นกระเบื้อง ลมหายใจแผ่วเบาบ่งบอกว่าพวกเขาไม่ได้เสียชีวิต แต่ถูกวางยาด้วยสารออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทชนิดออกฤทธิ์เร็ว ผมก้าวผ่านร่างของลูกน้องทั้งสองคน มุ่งตรงไปยังห้องนอนชั้นในสุด ซึ่งเป็นที่พักของ "นายสมชาย" อดีตบัญชีมือขวาของเครือข่ายฟอกเงินที่เป็นเส้นทางเชื่อมโยงไปถึงตัวการใหญ่ แอ๊ด... ประตูไม้สีขาวถูกผลักเปิดออกช้าๆ โดยฝ่ามือของผม ภาพที่ปรากฏต่อสายตา ทำให้ผมรู้สึกราวกับมีใครเอาน้ำแข็งแห้งมาอัดแน่นอยู่ในทรวงอก นายสมชายร่างไร้วิญญาณนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกมุมห้อง ดวงตาเบิกโพงค้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ที่ลำคอมีรอยกรีดลึกเป็นแนวยาว เลือดสีแดงเข้มไหลนองเปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวจนกลายเป็นสีคล้ำ บนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งเบื้องหน้าศพ มีกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งวางทับด้วยปากกาหมึกซึมราคาแพง หมึกสีดำสนิทเขียนข้อความด้วยลายมือหวัดๆ แต่คมชัด *'เขาปฏิเสธที่จะพูดความจริง... ผมจึงช่วยปลดปล่อยเขาจากความกลัว'* "ฆ่าตัดตอนอย่างสมบูรณ์แบบ..." เรนิตาเดินตามเข้ามาในห้อง เธอกวาดสายตาสำรวจร่องรอยรอบห้องอย่างรวดเร็วด้วยความเป็นมืออาชีพ "ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ฆาตกรเข้ามาทางหน้าต่างด้านหลังที่มีการงัดแงะอย่างประณีต ใช้ยาสลบชนิดสูดดมกับเจ้าหน้าที่ด้านล่าง แล้วลงมือปลิดชีพพยานในเวลาไม่ถึงสองนาที" ผมเดินเข้าไปใกล้ศพ ก้มตัวลงสำรวจมุมองศาของบาดแผลที่ลำคอ สายตาของโปรไฟล์เลอร์กวาดมองรายละเอียดทุกกระเบียดนิ้วเพื่ออ่านร่องรอยจิตวิทยาที่ฆาตกรจงใจทิ้งไว้ "ไม่ใช่การฆ่าเพื่อปิดปากธรรมดาครับ เรนิตา..." ผมเอ่ยขึ้นเสียงต่ำ ดวงตาหรี่ลงอย่างใช้ความคิด "สังเกตลักษณะการกรีดแผลสิครับ มันลากจากซ้ายไปขวาด้วยความเฉียบคมและมั่นคง มือของฆาตกรไม่สั่นเลยแม้แต่น้อย แสดงถึงภาวะจิตใจที่นิ่งสนิท และมีความเชี่ยวชาญระดับศัลยแพทย์ หรือไม่ก็ผ่านการฆ่าคนมานับครั้งไม่ถ้วน" "เขากำลังส่งสาร..." เรนิตาพูดต่อจากผม น้ำเสียงของเธอเริ่มตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "เขากำลังบอกคุณว่า ใครก็ตามที่คิดจะอ้าปากพูดความจุดจบจะมีสภาพไม่ต่างจากสมชายคนนี้" ผมยืนขึ้นช้าๆ ความโกรธแค้นที่เคยสุมอยู่ในอกถูกความเย็นชาเข้าแทนที่อย่างรวดเร็ว สมองส่วนเหตุผลเริ่มประมวลผลข้อมูลทั้งหมดที่เพิ่งได้รับเข้ามาในหัว พยานคนสำคัญตายแล้ว เส้นทางที่จะสาวไปถึงตัวมิสเตอร์เอ็กซ์ถูกตัดขาดลงอย่างเลือดเย็นในชั่วพริบตา แต่ในความมืดมิดของการสูญเสียครั้งนี้ ผมกลับมองเห็นประกายแสงบางอย่างลอดผ่านรอยร้าวของเบาะแส "เขาไม่ได้มาฆ่าเพื่อปิดปากอย่างเดียวหรอกครับ..." ผมหันไปมองหน้าจิตแพทย์สาวด้วยแววตาที่คมกริบราวกับใบมีด "เขากำลังทิ้งหลักฐานชิ้นใหม่ไว้ให้เราต่างหาก" "หลักฐานอะไรครับ ผู้กอง? ในห้องนี้มีแต่ความว่างเปล่ากับศพ..." เรนิตาย่นคิ้วด้วยความสงสัย ผมเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานอีกครั้ง หยิบปากกาหมึกซึมที่ทับกระดาษโน้ตอยู่ขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ ปลอกปากกามีคราบเขม่าควันจางๆ และที่ก้นด้ามปากกามีรอยสลักตัวอักษรภาษาอังกฤษย่อเล็กๆ ไว้ว่า *'M.X.'* ไม่ใช่แค่นั้น... เมื่อผมใช้ถุงมือหยิบกระดาษโน้ตแผ่นนั้นขึ้นมาพลิกดูด้านหลัง สายตาก็ต้องสะดุดเข้ากับตัวเลขชุดหนึ่งที่ถูกเขียนด้วยรอยหมึกซึมจางๆ ซึ่งหลงเหลือจากการกดทับของกระดาษแผ่นก่อนหน้า *7-13-1-14* รหัสตัวเลข... อีกแล้ว เรนิตารemoved ก้าวเข้ามาดูใกล้ๆ เธอกวาดสายตาอ่านตัวเลขนั้นแล้วชะงักไปชั่วครู่ ลมหายใจของเธอสะดุดกึก "นั่นมัน... รหัสซีซาร์ (Caesar Cipher) หรือไม่ก็รหัสตำแหน่งตัวอักษรในภาษาอังกฤษ..." "ถูกต้องครับ" ผมแสยะยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุข แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่พบรอยเท้าเหยื่อในป่าใหญ่ "7 คือ G, 13 คือ M, 1 คือ A, 14 คือ N... แปลว่า *G-M-A-N*" "จีแมน?" เรนิตาทวนคำด้วยความงงงวย "หมายถึงเจ้าหน้าที่รัฐบาล? หรือเอเย่นต์ลับ?" "ไม่ใช่แค่นั้นครับ..." ผมสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นเต้นในอก ขณะที่เสียงฝีเท้าของกองพิสูจน์หลักฐานกำลังดังใกล้เข้ามาจากทางเดินด้านนอก "ตัวอักษรพวกนี้ไม่ได้แปลความหมายแค่ตัวอักษรภาษาอังกฤษ แต่มันคือพิกัดตำแหน่งของห้องนิรภัยลับในกรมตำรวจ ที่มีเพียงระดับผู้บริหารระดับสูงเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้" จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของผมก็สั่นขึ้นมาอีกครั้ง เป็นข้อความสั้น (SMS) จากเบอร์แปลกปริศนาที่ไม่มีการบันทึกชื่อ ผมหยิบขึ้นมาเปิดอ่านท่ามกลางความเงียบงันของห้องที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด หน้าจอแสดงข้อความสั้นเพียงบรรทัดเดียวที่อ่านแล้วทำให้เส้นเลือดข้างขมับของผมเต้นตุบๆ *'เปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานของคุณดูสิครับ ธันวา... แล้วคุณจะรู้ว่าคนที่คุณไว้ใจที่สุด คือคนที่ฆ่าน้องสาวของคุณด้วยมือของเขาเอง'* ผมยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ ร่างกายชาดิ่งลงไปถึงขั้วหัวใจ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ว่า... เกมนี้ไม่ได้เล่นกันแค่ข้างนอก แต่มันกำลังเล่นอยู่ข้างในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ---------------------------------------- *ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนากลุ่มหมอกแห่งจิตนี้ไปด้วยกันนะครับ*
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%