“อย่าพยายามเดาใจผมจากทฤษฎีในตำราเลยครับผู้กอง... เพราะในเทศกาลที่เต็มไปด้วยหน้ากากใบนี้ ใครคือคนที่สวมหน้ากากจริงๆ กันแน่? ผมหรือคุณ?”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังผ่านสัญญาณโทรศัพท์ที่ถูกเข้ารหัส ผม—ร.ต.อ. ธันวา วิริยะ—ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่กำลังเต้นระบำด้วยความครึกครื้นในงานเทศกาลฤดูร้อน ใจกลางเมืองหลวง แสงไฟนีออนหลากสีสันสะท้อนบนพื้นถนนที่เปียกชื้นราวกับรอยเลือดที่ถูกชะล้างไม่หมดสิ้น ผมไม่ได้ตอบโต้ในทันที สายตาของผมกวาดมองไปรอบตัว วิเคราะห์ลักษณะท่าทางของผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา นี่ไม่ใช่แค่การหาคนร้าย แต่มันคือการแกะรอย ‘เงา’ ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยเงานับพัน
“แกไม่ได้ต้องการแค่เกมไล่จับใช่ไหม เอ็กซ์” ผมเอ่ยขึ้นขณะที่มือข้างหนึ่งกระชับปืนพกในซองใต้เสื้อสูท “แกต้องการให้ฉันเห็นอะไรบางอย่าง... สิ่งที่แกภูมิใจนักหนา”
“มองไปที่ชิงช้าสวรรค์สิครับ” ปลายสายหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “ตรงกระเช้าสีเหลืองที่กำลังหมุนผ่านจุดสูงสุด... สังเกตให้ดีนะครับว่าใครบ้างที่ไม่ได้สนุกไปกับงานนี้”
ผมเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ แสงไฟวิบวับของเครื่องเล่นขนาดมหึมาดูเลือนรางในสายตาของผม ดร. เรนิตา ยืนอยู่ข้างๆ ผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เธอไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่ขยับแว่นสายตาแล้วส่งสายตาเตือนสติให้ผม ความเงียบของเธอคือจังหวะที่ผมต้องคุมให้ได้ ผมไม่ได้สู้คนเดียว แต่ความรู้สึกที่ว่าผมกำลังถูกจ้องมองจากที่ไหนสักแห่งในฝูงชนนี้ต่างหากที่ทำให้สันหลังของผมเย็นเฉียบ
“ธันวา... จังหวะการก้าวเท้าของคนรอบตัวเรามันเปลี่ยนไป” เรนิตากระซิบ เสียงของเธอแทรกผ่านความโกลาหลของเสียงดนตรี “ดูเหมือนเขาไม่ได้แค่ท้าทายคุณ แต่มันคือการต้อนสัตว์เข้ากรง”
“เขาเลือกสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านที่สุด เพื่อที่ผมจะกดดันจนต้องทำพลาด” ผมตอบกลับสั้นๆ พลางแทรกตัวผ่านกลุ่มนักท่องเที่ยวที่กำลังถ่ายรูปหน้ากากยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางลาน
ผมเริ่มสแกนฝูงชนอย่างเป็นระบบ ผู้ชายคนหนึ่งในชุดคอสเพลย์สีเข้มเดินสวนทางมา ผมหยุดชะงัก สายตาสบประสานกันเพียงเสี้ยววินาที—นั่นไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความกระหายที่ถูกซ่อนไว้หลังดวงตาคู่หนึ่ง เขาไม่มีพิรุธจนน่าพิรุธ นี่คือลักษณะของคนที่วางแผนมาอย่างดีเยี่ยม
“ธันวา อย่าตามเขานะ” เรนิตาดึงแขนผมไว้ “นั่นคือเหยื่อล่อ ถ้าคุณทิ้งตำแหน่งนี้ไป คุณจะเสียเปรียบเชิงยุทธวิธีทันที”
“เขาบอกว่าคำตอบอยู่บนชิงช้าสวรรค์ เรนิตา” ผมพยายามสะบัดแขนออก “ถ้าผมไม่ขึ้นไปดู เราอาจจะเสียโอกาสที่จะได้เบาะแสเกี่ยวกับ... น้องสาวผม”
นามนั้น—น้องสาวของผม—เปรียบเสมือนรอยร้าวบนกระจกที่ไม่มีวันประสาน ทุกครั้งที่ผมได้กลิ่นอายของ ‘มัน’ ความเยือกเย็นที่เป็นเกราะป้องกันตัวมักจะสั่นคลอน เอ็กซ์รู้จุดอ่อนนี้ดี และเขากำลังเล่นกับมันอย่างเมามันส์
ผมตัดสินใจวิ่งฝ่ากระแสมวลชนไปทางเครื่องเล่น เสียงหัวเราะสนุกสนานของผู้คนรอบข้างเริ่มฟังดูแหลมสูงผิดปกติเหมือนเสียงกรีดร้องที่ถูกบิดเบือน ผมกระโดดขึ้นไปบนกระเช้าสีเหลืองที่หยุดหมุนชั่วขณะตามจังหวะของพนักงานควบคุมที่ดูเหมือนจะถูกใครบางคนบงการมา ภายในกระเช้านั้นไม่มีใครเลย... นอกจากกล่องของขวัญใบเล็กๆ สีดำสนิทที่วางอยู่บนเบาะ
ผมเปิดมันออกด้วยความระมัดระวัง ภายในนั้นไม่มีระเบิด... มีเพียงรูปถ่ายใบเก่าที่ถูกอัดขยายขึ้นมาจนเห็นเม็ดสีชัดเจน มันเป็นรูปภาพของผมกับน้องสาวในงานเทศกาลเมื่อยี่สิบปีก่อน วันที่ทุกอย่างในชีวิตผมพังทลาย
“ยินดีด้วยที่มาถึงที่หมายครับผู้กอง” เสียงจากลำโพงของชิงช้าสวรรค์ดังขึ้นแทรกเสียงเพลงในงาน “แต่คุณมองหาคนผิดตัวมาตลอดทางเลยนะ”
ผมรีบหันไปมองด้านล่างผ่านกระจกใสของกระเช้าที่กำลังลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ เรนิตายืนอยู่ที่เดิม แต่เธอกำลังก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองอย่างลนลาน ทันใดนั้น สายตาของผมก็ปะทะเข้ากับคนคนหนึ่งที่เดินตรงไปหาเธอ—ชายในชุดสูทสีเทาที่ดูเรียบง่ายจนน่าประหลาด เขาหยิบหน้ากากสุนัขจิ้งจอกขึ้นมาสวมทับใบหน้า และก้มลงกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูของเรนิตา
เรนิตาแข็งทื่อไปทันที เธอไม่ได้ขัดขืน ไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือ เธอเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมาสบตาผมที่อยู่บนที่สูงด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับคนถูกสะกดจิต
“ธันวา... เกมนี้เพิ่งเริ่มขึ้นจริงๆ เท่านั้น” เสียงของเอ็กซ์ดังก้องในความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว “คุณคิดว่าคุณเป็นนักล่า แต่เปล่าเลยครับ... คุณเป็นเพียงตัวหมากที่ผมเดินมาตลอดตั้งแต่ต้น”
ชายคนนั้นหันมามองผมที่กระเช้าชิงช้าสวรรค์ เขาโบกมือให้ผมช้าๆ ก่อนจะเดินหายไปในฝูงชน พร้อมกับร่างของเรนิตาที่เดินตามไปอย่างว่างเปล่า เหมือนตุ๊กตาที่ถูกดึงสายป่าน
ผมทุบกระจกกระเช้าด้วยความบ้าคลั่ง ความเย็นเยียบแล่นเข้าสู่หัวใจเมื่อตระหนักได้ว่าผมไม่ได้กำลังล่าฆาตกร แต่ฆาตกรกำลังนำทางผมไปสู่กับดักที่เขาสร้างไว้เพื่อทำลายสิ่งที่เหลืออยู่เพียงอย่างเดียวในชีวิตของผม
แสงไฟบนชิงช้าสวรรค์ดับวูบลงพร้อมกับเสียงดนตรีที่เงียบสนิท ทั้งงานเทศกาลตกอยู่ในความมืดมิดชั่วขณะ ก่อนที่เสียงไซเรนจากรถตำรวจจะดังขึ้นรอบทิศทาง... แต่นั่นไม่ใช่ตำรวจของผม
ทว่าในความมืดนั้น ผมกลับได้ยินเสียงกระซิบที่ข้างหู ทั้งที่ผมอยู่ในกระเช้าเพียงลำพัง “มองดูดีๆ สิครับผู้กอง... เงาของคุณที่อยู่บนพื้นน่ะ... มันไม่ได้ขยับพร้อมกับตัวคุณแล้วนะ”
---
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดครั้งนี้ด้วยกันนะครับ โปรไฟล์เลอร์มือฉมังสัญญาว่าจะพาคุณไปถึงจุดจบที่คาดไม่ถึงในไม่ช้านี้ครับ
เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา•ตอนที่ 51
เกมซ่อนหาในเมืองใหญ่
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!