บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม•ตอนที่ 1

ความตายคือจุดเริ่มต้น

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
# ความตายคือจุดเริ่มต้น คมดาบเหล็กกล้าที่อาบไปด้วยโลหิตสีชาดสะท้อนภาพใบหน้าซีดเผือดของข้าในดวงตาของบุรุษที่ข้าเคยเรียกเขาว่า ‘สามี’ “เหตุใดท่านจึงทำเช่นนี้...” ข้าเค้นเสียงที่แหบพร่าออกมาจากลำคอ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วตำหนักเย็นที่ถูกเพลิงโหมกระหน่ำจนร้อนระอุ ราวกับนรกบนดินที่เขาสร้างขึ้นเพื่อส่งข้าไปชดใช้ในความผิดที่ข้าไม่ได้ก่อ อวิ๋นเซียว แม่ทัพผู้เกรียงไกรแห่งแผ่นดิน ใบหน้าของเขาคมเข้มดุดันไม่ต่างจากรูปสลักหินที่ไร้หัวใจ มุมปากของเขาหยักยิ้มเหยียดหยาม ขณะที่มือหนาบีบปลายคางของข้าแน่นจนกระดูกแทบแหลกละเอียด “เจ้ายังกล้าถามหาเหตุผลอีกหรือ? หลินเฟยหรง... บัลลังก์ที่เจ้าปรารถนาต้องแลกด้วยความตายของคนนับพัน ข้าเพียงแต่ทำในสิ่งที่ความยุติธรรมเรียกร้อง” ความยุติธรรม? ข้าเค้นหัวเราะจนสำลักเลือด ความเจ็บปวดจากการถูกคมดาบเสียบแทงทะลุหน้าอกเริ่มทำให้สติสัมปชัญญะเลือนหายไป ความมืดมิดกำลังคืบคลานเข้ามาโอบล้อม แต่สิ่งที่ข้าเสียดายหาใช่ชีวิตไม่ หากแต่เป็นความโง่เขลาที่ยอมก้มหัวให้บุรุษไร้ใจผู้นี้จนวาระสุดท้าย หากชาติหน้ามีจริง ข้าสาบาน... ข้าจะไม่ยอมเป็นดอกไม้ในกรงทองของใครอีกต่อไป ความมืดดับวูบลงพร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ไม่มีวันได้ยิน ... “พระชายาเพคะ! พระชายา อย่าได้ทำเช่นนี้เลยเจ้าค่ะ!” เสียงแหลมสูงที่คุ้นหูปลุกให้ข้าสะดุ้งตื่น ความเจ็บปวดที่หน้าอกที่เคยร้าวรานกลับหายไปราวกับเป็นเพียงฝันร้าย ข้าลืมตาขึ้นเห็นเพียงเพดานห้องนอนที่คุ้นเคย กลิ่นกำยานอ่อนๆ หอมอบอวลอยู่รอบกาย แทนที่จะเป็นกลิ่นไหม้ของเนื้อหนังและกองเพลิง “ข้า... ข้ายังไม่ตาย?” ข้ายกมือขึ้นลูบหน้าอกตนเอง ผิวสัมผัสนุ่มนวลไม่มีรอยแผลเป็นแม้แต่น้อย “พระชายาเป็นอันใดไปเจ้าค่ะ? เพียงเพราะท่านแม่ทัพไม่ยอมกลับมาทานมื้อค่ำ เหตุใดต้องทำร้ายตัวเองด้วยการอดอาหารประท้วงเช่นนี้เล่าเพคะ?” นางกำนัลข้างกาย ‘จื่อหลิน’ กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ข้างเตียง ข้าค่อยๆ ยันกายลุกขึ้น สายตาที่เคยอ่อนแสงในวันวานบัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่ฝังรากลึก ข้าจำได้ดี วันนี้คือวันที่ข้าแต่งงานเข้าจวนแม่ทัพได้เพียงหนึ่งปี และเป็นวันที่อวิ๋นเซียวจงใจทิ้งข้าให้นั่งรออยู่ในห้องหอที่เงียบเหงาเพื่อไปพบกับหญิงงามนางหนึ่ง... หญิงงามที่กลายเป็นหมากตัวสำคัญในการโค่นล้มตระกูลข้าในอนาคต เข็มนาฬิกาแห่งโชคชะตาหมุนย้อนกลับมาสู่จุดเริ่มต้นแล้วสินะ “ท่านแม่ทัพกลับมาหรือยัง?” ข้าถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนจื่อหลินชะงักไป นางเงยหน้ามองข้าด้วยความประหลาดใจ ราวกับไม่คุ้นเคยกับความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากดวงตาคู่นี้ “ยังเลยเจ้าค่ะ... บ่าวได้ข่าวว่าท่านแม่ทัพไปที่หอสุรากับคุณหนูตระกูลจ้าว” ข้าผุดลุกขึ้นยืน ความสง่างามที่ข้าเคยทิ้งขว้างไปเพื่อเอาใจอวิ๋นเซียวกลับคืนมาดั่งเดิม ข้าเดินตรงไปยังกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง ภาพหญิงสาวในกระจกคือหลินเฟยหรงคนเดิม... คนที่งดงามทว่าอ่อนแอและโง่งม แต่จากนี้ไป... ใบหน้านี้จะกลายเป็นอาวุธที่น่ากลัวที่สุด “เตรียมน้ำร้อนให้ข้า” ข้าสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “แล้วไปหยิบชุดสีแดงสดที่ข้าเคยซ่อนเอาไว้มาให้ข้าด้วย วันนี้ข้าจะไปรอพบเขา... ไม่ใช่ในฐานะภรรยาผู้ภักดีที่รอคอยการกลับมา แต่ในฐานะของใครบางคนที่เขาต้องจดจำไปจนตาย” จื่อหลินตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว แต่นางก็รีบทำตามคำสั่งข้าทันที ข้าปัดพู่กันเขียนคิ้วให้คมเข้มดั่งกระบี่ สัมผัสของสีชาดบนริมฝีปากไม่ได้ทำให้ข้าดูสวยหวาน แต่กลับดูทรงอำนาจและเยือกเย็นจนน่าเกรงขาม เวลาล่วงเลยไปจนเข้าสู่ยามดึก เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง ข้าไม่ได้หันไปมอง ยังคงนั่งบรรจงจิบชาอย่างใจเย็น ราวกับว่าคนที่กำลังก้าวเข้ามานั้นเป็นเพียงแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ไม่ใช่สามีที่ข้าเคยบูชาดุจเทพเจ้า “เจ้ายังไม่นอนอีกหรือ?” เสียงทุ้มต่ำและดุดันของอวิ๋นเซียวดังขึ้น เขาเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสง่างามในชุดเกราะที่ยังไม่ถอดออก กลิ่นสุราจางๆ ลอยมาปะทะจมูกข้า “ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ารอ... การที่เจ้าทำตัวน่ารำคาญเช่นนี้แหละที่ทำให้ข้าไม่อยากกลับจวน” ข้าค่อยๆ วางถ้วยชาลง เสียงกระเบื้องกระทบโต๊ะดัง ‘กริ๊ก’ อย่างแผ่วเบา ทว่ากลับดังก้องไปทั่วห้องที่เงียบสงัด ข้าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันไปสบตากับเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าจนเขานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง “ท่านแม่ทัพ...” ข้าขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา “เหตุใดต้องโกรธเคืองเพียงนั้นเล่าเจ้าคะ? ในเมื่อท่านไปสนุกกับหญิงอื่นมาแล้ว การที่ข้าจะนั่งรอท่านที่นี่... ไม่ถือว่าเป็นการให้เกียรติจวนแม่ทัพเกินไปหรือ?” อวิ๋นเซียวขมวดคิ้วคู่นั้นเข้าหากัน เขาเดินเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะใบหน้าข้า “เจ้าเปลี่ยนไป... หลินเฟยหรง เจ้ากำลังวางแผนสิ่งใด?” ข้าขยับตัวเข้าไปใกล้เขามากขึ้นจนปลายจมูกแทบจะชนกัน มือเรียวของข้าค่อยๆ เลื่อนขึ้นไปสัมผัสปกเสื้อเกราะที่แข็งกระด้างของเขาเบาๆ ก่อนจะออกแรงดึงรั้งให้เขาต้องก้มลงมาฟังความในใจที่ข้าเพิ่งจะขัดเกลามาเป็นอย่างดี “ข้าไม่ได้วางแผนสิ่งใดหรอกเจ้าค่ะท่านพี่...” ข้ากระซิบที่ข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เพียงแต่ข้าเพิ่งเข้าใจ... ว่าบัลลังก์ที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่ใครจะได้ครอบครองแผ่นดิน แต่เป็นใครกันแน่... ที่จะเป็นคนคุมเกมให้คนข้างๆ ต้องคุกเข่าลงต่อหน้าข้า” ทว่าในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมกับร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งที่ข้าจำได้ดี... จ้าวเหม่ยหลิน นางรีบวิ่งเข้ามาเกาะแขนอวิ๋นเซียวด้วยท่าทางตื่นตระหนก “ท่านพี่! ท่านบอกว่าจะพาข้าไปดูดาวที่หอคอย ไม่ใช่มาจมปลักอยู่กับผู้หญิงที่ไร้ค่าผู้นี้!” อวิ๋นเซียวหันไปมองหญิงสาวข้างกายก่อนจะเหลือบกลับมามองข้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความดูหมิ่น ข้าทำเพียงยืนนิ่ง ดึงชุดสีแดงสดให้เข้าที่ด้วยท่าทีที่สงบราวกับภูผา ทว่าในขณะที่เขากำลังจะหันหลังกลับไปหาหญิงชู้รัก ข้ากลับเอ่ยประโยคหนึ่งที่ทำให้เขาร่างชะงักกึกทันที “หากท่านเดินออกไปจากประตูบานนั้น... พรุ่งนี้เช้า ข่าวที่จวนแม่ทัพถูกตราหน้าว่าทรยศต่อแผ่นดิน จะถึงหูฮ่องเต้ก่อนที่ท่านจะทันได้ลืมตาตื่น ท่านแม่ทัพ... ท่านจะลองเสี่ยงดูไหมเจ้าคะ?” กุหลาบหนามเงินหวังว่าบทเริ่มต้นนี้จะกระตุกใจให้รี้ดเดอร์ทุกท่านอยากเห็นการแก้แค้นอันหอมหวานในตอนถัดไปนะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%