“วางถ้วยชาลงเสีย อวิ๋นเซียว... กลิ่นสมุนไพรเจือจางในจอกนั้น มิอาจกลบความหวาดกลัวที่ท่านกำลังซ่อนไว้ใต้แววตาหรอกค่ะ”
เสียงหวานเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งท่ามกลางฤดูร้อนดังขึ้นกลางโถงประชุมลับที่ไร้ซึ่งแสงตะเกียง หลินเฟยหรงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักลวดลายพยัคฆ์เหยียบเมฆ นางไม่ได้สวมชุดขาวบริสุทธิ์ดั่งเช่นวันวาน แต่เป็นอาภรณ์สีแดงชาดเข้มดุจเลือดที่ถูกปักเย็บด้วยดิ้นทองเป็นลวดลายหงส์สยายปีก ความงดงามของนางในยามนี้มิใช่ความอ่อนหวานที่น่าทะนุถนอมอีกต่อไป แต่มันคือความงดงามที่แฝงด้วยรัศมีแห่งการทำลายล้าง
แม่ทัพอวิ๋นเซียวชะงักมือที่กำลังถือถ้วยชา เขาเงยหน้าขึ้นมองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาที่ซับซ้อน ชายผู้ขึ้นชื่อว่าเด็ดขาดและดุดันที่สุดในแผ่นดิน บัดนี้กลับมีหยาดเหงื่อซึมที่ขมับ แววตาของเขาที่เคยไร้ความปรานีต่อศัตรู กลับสั่นไหวรุนแรงยามต้องสบตากับดวงตาดอกท้อที่เย็นชาคู่นั้น
“เจ้าไม่ใช่หลินเฟยหรงที่ข้ารู้จัก” เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นพร่าเล็กน้อย “นางไม่มีทางมีอำนาจต่อรองถึงขนาดสั่งปิดเส้นทางเสบียงของกองทัพเหนือได้เพียงชั่วข้ามคืน”
หลินเฟยหรงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความร่าเริง มันเป็นเสียงหัวเราะของคนที่เคยตกลงไปในนรกแล้วคลานกลับขึ้นมาด้วยมือเปล่า นางค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ความสง่างามของนางบีบคั้นอากาศในห้องจนแทบหายใจไม่ออก นางก้าวเดินไปหาแม่ทัพผู้เกรียงไกรอย่างช้าๆ ทุกจังหวะเสียงฝีเท้าที่กระทบพื้นหินดังก้องกังวานราวกับเสียงพิพากษาโทษ
“สิ่งที่ท่านรู้จัก... คือหมากตัวหนึ่งที่ท่านวางไว้บนกระดานใช่หรือไม่คะ?” นางหยุดยืนตรงหน้าเขา รัศมีกดดันจากร่างบางทำให้อวิ๋นเซียวเผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวอย่างไม่รู้ตัว “แต่โชคร้ายหน่อยนะอวิ๋นเซียว เกมนี้ข้าไม่ใช่หมาก และแน่นอนว่า... ข้าไม่ใช่คนที่จะยอมให้ท่านจับกินอีกต่อไป”
หลินเฟยหรงเชยคางชายหนุ่มขึ้นด้วยปลายนิ้วที่เย็นเฉียบ สายตาของนางไล่สำรวจใบหน้าคมเข้มที่นางเคยปรารถนาจะครองครองในชาติก่อน ก่อนจะแทนที่ด้วยความสมเพชอย่างปิดไม่มิด
“ความรักที่ท่านเคยให้... มันคือสิ่งที่ข้าต้องการที่สุดในวันวาน แต่วันนี้? มันเป็นเพียงเศษขยะที่ข้าไม่คิดจะชายตาแล” นางกระซิบชิดใบหูของเขา “ท่านรู้ไหมว่าทำไมกองทัพเหนือถึงไร้เสบียง? ไม่ใช่เพราะข้าสั่งปิดเส้นทางหรอกค่ะ แต่เป็นเพราะ... ข้าเป็นคนซื้อคนของท่านมาทั้งหมดแล้ว ตั้งแต่คนต้อนม้าไปจนถึงรองแม่ทัพที่ท่านไว้ใจที่สุด”
อวิ๋นเซียวเบิกตากว้าง ความโกรธแค้นปะทุขึ้นในอกจนใบหน้าแดงก่ำ เขาพยายามจะชักกระบี่ข้างกาย แต่กลับพบว่าฝักกระบี่ถูกตรึงไว้กับโต๊ะด้วยเข็มเงินเล่มเล็กที่นางแทรกไว้ตอนไหนก็ไม่ทราบได้
“เจ้าทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร! ต้องการอำนาจ? ต้องการบัลลังก์งั้นหรือ!” เขาตวาดถาม
“บัลลังก์ที่เปื้อนเลือดของข้า? ไม่หรอกค่ะ” นางยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น “ข้าเพียงแค่ต้องการให้ท่านได้ลิ้มรสความพ่ายแพ้ที่แท้จริง... ความรู้สึกที่ต้องคุกเข่าอ้อนวอนคนที่ท่านเคยเหยียบย่ำอย่างไร้ค่า อย่างไรล่ะคะท่านแม่ทัพ”
ภายในโถงกว้างเริ่มมีเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนชุดดำปรากฏขึ้นจากความมืด พวกเขามิใช่ทหารของราชสำนัก แต่เป็นกลุ่มนักฆ่าที่หลินเฟยหรงชุบเลี้ยงขึ้นมาด้วยอำนาจมืดที่นางสะสมไว้ในเงามืดมาตลอดหลายปี อวิ๋นเซียวมองดูคนเหล่านั้นที่รายล้อมเขาไว้ทุกทิศทาง ความเย่อหยิ่งของเขาพังทลายลงในชั่วพริบตา
“เจ้าเปลี่ยนไปมาก... หลินเฟยหรง” อวิ๋นเซียวเอ่ยเสียงแผ่ว ความมั่นใจในฐานะผู้คุมเกมของเขาถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง
“คนเราต้องเปลี่ยนค่ะ ถ้าไม่อยากตาย” นางก้มลงกระซิบใกล้กว่าเดิม ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะแก้มของเขาช่างตัดกับความเย็นชาในดวงตานาง “เตรียมตัวให้พร้อมนะคะอวิ๋นเซียว เพราะหลังจากคืนนี้เป็นต้นไป ชีวิตของท่าน... ร่างกายของท่าน... และแม้แต่ศักดิ์ศรีของท่าน ทุกอย่างล้วนตกเป็นของข้า”
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ คู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากหน้าประตูโถง แสงคบเพลิงด้านนอกวูบไหวสะท้อนเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่เดินเข้ามาโดยไม่เกรงกลัวต่อคมกระบี่ของเหล่านักฆ่า เขาคือองค์ชายสามที่ทุกคนต่างคิดว่าสิ้นพระชนม์ไปในการกบฏเมื่อสามเดือนก่อน
บุรุษผู้นั้นหยุดยืนอยู่ข้างหลังหลินเฟยหรง ก่อนจะวางมือลงบนไหล่บางของนางอย่างถือวิสาสะ สายตาที่เขามองอวิ๋นเซียวเต็มไปด้วยความเหยียดหยามและชัยชนะที่เหนือกว่า
“ดูเหมือนว่าราชินีของข้า จะเล่นสนุกกับสุนัขเฝ้าประตูตัวนี้ได้นานพอสมควรแล้วนะ” เสียงขององค์ชายสามดังก้องไปทั่วโถง พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้หลินเฟยหรงถึงกับชะงักค้าง แผนการที่นางวางไว้ทั้งหมดดูเหมือนจะไม่ได้มีเพียงแค่นางคนเดียวที่คุมเกมอยู่
อวิ๋นเซียวมองคนทั้งสองด้วยความตื่นตะลึง ขณะที่หลินเฟยหรงค่อยๆ หันไปมองข้างหลัง ความมั่นใจที่เคยมีกลับสั่นคลอน เมื่อนางตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่หมากที่นางวางไว้ แต่เป็นกระดานที่ใครบางคนกำลังล่อให้นางเดินเข้ามาติดกับดักตั้งแต่แรก
แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ — กุหลาบหนามเงิน
บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม•ตอนที่ 51
การกลับมาของราชินี
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!