เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส•ตอนที่ 1

ค่ำคืนที่หิมะเริ่มโปรย

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
"ถ้าคุณยังยืนกรานจะใช้สีโทนนั้นกับห้องทำงานส่วนตัวของฉัน ฉันเกรงว่าโปรเจกต์นี้คงต้องยุติลงตั้งแต่คืนนี้ค่ะ คุณกรณ์" เสียงหวานที่เจือกระแสความหงุดหงิดเล็กน้อยดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงใหญ่ในคฤหาสน์โบราณย่านชานเมือง กรณ์ สถาปนิกหนุ่มผู้มีชื่อเสียงด้านความเนี๊ยบและไร้ที่ติ ค่อยๆ วางแก้วคริสตัลบรรจุของเหลวสีอำพันลงบนโต๊ะไม้โอ๊กอย่างเชื่องช้า เขายังไม่แม้แต่จะหันไปมองหน้าเจ้าของเสียงนั้นทันที ปล่อยให้ความกดดันจากความนิ่งเงียบทำหน้าที่กัดกินความมั่นใจของอีกฝ่ายก่อน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเรียบเฉยตวัดกลับมามอง 'เพียงขวัญ' มัณฑนากรสาวที่ยืนกอดอกแน่น ชุดเดราต์ผ้าไหมสีเขียวมรกตขับให้ผิวเธอดูขาวราวกระเบื้องเคลือบ ตัดกับริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของเขาไม่ใช่ความงดงามตามแบบฉบับหญิงสาวทั่วไป หากแต่เป็นแววตาคู่นั้น... แววตาที่ฉายความดื้อรั้นและเปราะบางในเวลาเดียวกัน ซึ่งชวนให้เขานึกถึงบางสิ่ง บางคนที่เขาพยายามฝังกลบไว้ในหลุมศพแห่งความทรงจำมาตลอดห้าปีเต็ม "คุณเพียงขวัญครับ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ ดิฉันหมายถึง คุณเพียงขวัญควรเข้าใจเสียใหม่ว่านี่คือสถาปัตยกรรม ไม่ใช่สตูดิโอแต่งหน้า" กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และบาดลึก "สีเทาหม่นคือความจริงของโครงสร้าง มันซื่อสัตย์ ไม่เหมือนภาพฝันฉาบฉวยที่คุณพยายามเอามาแต้มแต่งเพื่อกลบเกลื่อนความกลัวข้างใน" คำพูดนั้นราวกับมีดคมที่กรีดลงบนแผลสด เพียงขวัญสะดุ้งเล็กน้อย ริมฝีปากสั่นระริกก่อนที่เธอจะเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดีเพื่อซ่อนหยดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้า เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานจนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวเขา—กลิ่นสนซีดาร์ผสมกับความหนาวเหน็บของค่ำคืนคริสต์มาสอีฟ "คุณคิดว่าตัวเองรู้จักความจริงดีแค่ไหนกันคะ คุณกรณ์?" เพียงขวัญเค้นเสียงถาม รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "คนที่ขังตัวเองไว้ในห้องมืดๆ จุดเทียนเล่มเดียว และปฏิเสธแม้กระทั่งแสงดาว... คนแบบคุณต่างหากที่กำลังกลัว กลัวว่าความสุขเพียงเสี้ยววินาทีจะทำให้คุณนึกถึงนรกที่คุณเป็นคนสร้างขึ้นเอง!" บรรยากาศในห้องราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว กรณ์ชะงักไปชั่วขณะ มือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความเงียบงันกลับมาครอบงำอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่สงบ มันคือความอัดอั้นที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ ภาพเหตุการณ์คืนนั้น—คืนวันที่ยี่สิบหาสี่ธันวาคมเมื่อห้าปีก่อน หิมะที่โปรยปราย เสียงร้องระงม และเปลวเพลิงที่กลืนกินคนที่เขารักที่สุด หวนกลับมาเล่นงานประสาทสัมผัสของเขาอีกครั้งอย่างไร้ความปรานี ข้างนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ เกล็ดหิมะสีขาวโพลนเริ่มร่วงหล่นลงมาแตะกระจก เกิดเป็นเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากยมทูต กรณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายสูงใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้เพียงขวัญจนเธอต้องผถอยหลังไปชนกับชั้นหนังสือด้านหลัง ลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม แววตาที่เคยว่างเปล่าบัดนี้ระอุไปด้วยเพลิงโทสะและร่องรอยของความเจ็บปวดที่ปิดไม่มิด "คุณไม่มีสิทธิ์พูดถึงเรื่องนั้น..." เสียงกระซิบของกรณ์แหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย เป็นครั้งแรกที่ความสมบูรณ์แบบของสถาปนิกหนุ่มมีรอยร้าว เพียงขวัญแหงนมองเขา หัวใจเธอดวงน้อยเต้นระรัว ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นเพราะความรู้สึกแปลกประหลาดที่สะท้อนมาจากก้นบึ้งดวงตาของเขา มันคือความเจ็บปวดรูปแบบเดียวกัน... ความโดดเดี่ยวที่ไม่มีวันได้รับการเยียวยา มือเรียวเล็กยื่นออกไปโดยไม่รู้ตัว ปลายนี้วแตะลงบนปกเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทของเขา เพื่อหวังจะบรรเทาความหนาวเหน็บที่แผ่ออกมาจากร่างกายของชายตรงหน้า ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วและหนักหน่วงดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดภายในห้อง *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* ทั้งสองคนสะดุ้งหลุดจากภวังค์แห่งอารมณ์ กรณ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ เขาหันไปมองประตูบานใหญ่ที่ปิดสนิท ก่อนจะผละออกจากเพียงขวัญช้าๆ แม่บ้านชราในชุดยูนิฟอร์มเรียบร้อยเปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด หอบหายใจถี่กระชั้นราวกับเพิ่งวิ่งหนีอะไรบางอย่างมา ใบหน้าเหี่ยวย่นนั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจนมือที่ถือซองจดหมายสีขาวสั่นเทา "คุณกรณ์คะ... คือ... มีแขกมาขอพบค่ะ" เสียงของหญิงชราขาดเป็นห้วงๆ "เขาบอกว่ามาจากสถานีตำรวจภูธรเมือง... และ... และเขานำสิ่งนี้มาให้คุณค่ะ เป็นพัสดุตีตราส่งถึงคุณโดยเฉพาะ ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ที่ห้องเก็บของกลางตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อนค่ะ" กรณ์หยุดชะงัก ฝ่าเท้าที่กำลังจะก้าวเดินรู้สึกหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว เพียงขวัญสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนจากความโกรธเป็นซีดขาวราวกับกระดาษของชายหนุ่ม เขาค่อยๆ หันกลับมามองซองจดหมายในมือแม่บ้าน ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นตราประทับคุ้นตา—ตราประทับครั่งสีแดงรูปดาวตก ที่เขาเป็นคนสั่งทำพิเศษด้วยมือตนเองให้กับภรรยาผู้ล่วงลับในคืนก่อนเกิดโศกนาฏกรรม... มันคือสิ่งของที่ควรจะมอดไหม้เป็นจุลไปพร้อมกับกองเพลิงในคืนนั้นแล้วแท้ๆ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความหนาวเหน็บนี้ไปด้วยกันนะคะ... ดาวตกคืนคริสต์มาส
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%