ควันสีเทาอมฟ้าพวยพุ่งขึ้นมาจากแผงวงจรระบายความร้อนที่ถูกโอเวอร์คล็อกจนเกินขีดจำกัด กลิ่นโอโซนและพลาสติกไหม้เกรียมคละคลุ้งไปทั่วห้องควบคุมใต้ดินอันมืดมิด เสียงกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านผ่านสายเคเบิลระโยงระยางดังระเบิดเปรี๊ยะปร๊ะเป็นระยะ แสงไฟสีแดงฉานจากระบบฉุกเฉินกะพริบถี่รัว สะท้อนลงบนกรอบแว่นทรงเหลี่ยมของผมที่กำลังจดจ้องหน้าจอโฮโลแกรมสามมิติเบื้องหน้าอย่างไม่กะพริบตา
"แย่แล้ว... เร็น! มีคนอื่นกำลังแฮกเข้าระบบพร้อมกับพวกเรา... และมันกำลังเปิดประตูห้องนิรภัยชั้นที่ศูนย์..."
น้ำเสียงของเซเลน่าที่มักจะติดตลกและเปี่ยมด้วยความมั่นใจเสมอในยามปกติ บัดนี้กลับเจือด้วยความตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด เส้นผมสีเงินยวงของเธอชื้นเหงื่อและลู่ลงแนบกรอบหน้าเรียวสวย ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองโค้ดสีเขียวที่วิ่งพล่านบนหน้าจอด้วยความเร็วสูง นิ้วเรียวบางรัวแป้นพิมพ์เสมือนจริงจนเกิดภาพติดตา แต่สัญญาณชีพจรของระบบกลับดิ่งลงเหวอย่างน่าใจหาย
ผมขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็น The Tense Line ความเย็นเฉียบของอากาศในโรงงานร้างย่านชานเมืองเขตเซกเตอร์ 7 ไม่ได้ทำให้ความร้อนรุ่มภายในอกของผมลดลงเลยแม้แต่น้อย ภาพอุบัติเหตุปริศนาที่พรากครอบครัวไปจากผมเมื่อหลายปีก่อนผุดขึ้นมาในหัวราวกับฉายซ้ำ มันเป็นความรู้สึกสูญเสียแบบเดียวกัน... ความรู้สึกที่กำลังจะสูญเสียการควบคุมเหนือโชคชะตาของตัวเองไป
"ตั้งสติไว้ครับเซเลน่า... อย่าเพิ่งปล่อยให้พวกมันครอบงำฟังก์ชันหลัก" ผมเอ่ยเสียงเรียบ แต่หนักแน่นพอที่จะดึงสติของอาจารย์สาวกลับมาได้ เปลือกตาของผมหรี่ลงเล็กน้อยขณะที่สมองเริ่มประมวลผลรูปแบบการเข้ารหัสของบุคคลปริศนาที่กำลังแย่งชิงสิทธิ์การเข้าถึง
นี่ไม่ใช่การโจมตีแบบสุ่ม (Random Attack)
รูปแบบการเจาะระบบของอีกฝ่ายมีความคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด มันคืออัลกอริทึมการบีบอัดข้อมูลแบบไขว้สามชั้นที่ผมเคยเห็นในแฟ้มลับของสภาบริหาร... หรือพูดให้ถูกคือ มันเป็นรหัสประจำตัวขององค์กรที่พรากทุกอย่างไปจากผมเมื่ออดีต
[ติ๊ง! ตรวจพบความกดดันสูงในสภาพแวดล้อม ระบบประเมินศักยภาพตื่นตัว...]
[ปลดล็อกทักษะพิเศษชั่วคราว: 'เนตรวิเคราะห์โครงสร้างไซเบอร์' (Cyber-Structural Analysis) เลเวล 4]
[คำเตือน: การใช้งานนานเกิน 15 นาทีจะส่งผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลางของโฮสต์]
เสียงแจ้งเตือนสังסתลรันสีฟ้าสดใสปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของผม พร้อมกับโลกทัศน์ตรงหน้าที่เปลี่ยนไปในชั่วพริบตา โค้ดสีเขียวที่เคยไร้ระเบียบ บัดนี้แตกแขนงออกเป็นเส้นสายพลังงานสามมิติ เส้นทางเดินสัญญาณข้อมูล (Data Stream) ทั้งหมดถูกย่อส่วนลงมาอยู่ในหัวของผมราวกับกระดานหมากรุกขนาดมหึมา
"เร็น... นายไหวไหม สีหน้าไม่ค่อยดีเลยนะ" เซเลน่าหันมามองผมแวบหนึ่ง สีหน้าของเธอบ่งบอกถึงความกังวลอย่างชัดเจน แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะบีบคั้นเพียงใด เธอก็ยังไม่วายห่วงความปลอดภัยของลูกศิษย์คนนี้
"ผมไม่เป็นไรครับอาจารย์..." ผมสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดความเจ็บแปล๊บที่ขมับซ้าย "โฟกัสไปที่เซิร์ฟเวอร์สำรองทางด้านขวา ปล่อยให้ผมจัดการกับประตูห้องนิรภัยชั้นที่ศูนย์เอง"
"แต่นั่นมันเขตอันตรายระดับ Omega นะ! ถ้าเราฝืนเปิดแบบดิบๆ พลังงานย้อนกลับจะแผดเผาสมองของนายจนไหม้เกรียมได้นะเร็น!" เนนร่าแย้งขึ้นเสียงแข็ง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เธอเอื้อมมือจะมาดึงแขนผมเพื่อหยุดการกระทำ
ผมหันไปสบตาเธอ รอยยิ้มบางเบาแต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจถูกจุดขึ้นที่มุมปาก "ผมไม่เคยปล่อยให้ตัวเองตายในที่แบบนี้หรอกครับ... เชื่อใจผมสิครับอาจารย์"
ชั่วขณะนั้น ดวงตาของเซเลน่าไหววับ เธอนิ่งอึ้งไปชั่ววินาทีราวกับเห็นเงาของใครบางคนทับซ้อนอยู่ในตัวผม ก่อนที่เธอจะพยักหน้ารับอย่างจำยอม "ระวังตัวด้วยล่ะ... ถ้าโครงข่ายสะท้อนกลับ ฉันจะรีบตัดการเชื่อมต่อทันที ไม่สนว่านายจะคัดค้านยังไงทั้งนั้น"
"รับทราบครับ"
ผมละสายตาจากอาจารย์สาวแล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้า นิ้วมือทั้งสิบขยับรัวบนแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์มนาทั่วไป ทักษะ 'เนตรวิเคราะห์โครงสร้างไซเบอร์' ทำงานเต็มกำลัง เม็ดเหงื่อผุดพลายตามไรผม แต่ความนิ่งงันในจิตใจกลับพุ่งถึงขีดสุด ทุกจังหวะการเคาะแป้นพิมพ์คือการคำนวณความน่าจะเป็นนับล้านครั้งต่อวินาที
*คลิก... แกร็ก... ฟิ้ววววว-*
เสียงกลไกขนาดมหฮมาใต้พื้นห้องควบคุมเริ่มขยับตัว เสียงโลหะหนาเตอะเสียดสีกันดังสนั่นหวั่นไหว แรงสั่นสะเทือนระดับแผ่นดินไหวขนาดย่อมทำให้ฝุ่นละอองที่เกาะตามผนังคอนกรีตเก่าแก่ร่วงกราวลงมา ประตูเหล็กกล้ากลมหนาหลายตันของห้องนิรภัยชั้นที่ศูนย์ค่อยๆ หมุนวนเปิดออกอย่างเชื่องช้า เผยให้เห็นความมืดมิดไร้ก้นบึ้งเบื้องหลังบานประตูนั้น
[การเจาะระบบเสร็จสิ้น 100%]
[ท่านได้รับสิทธิ์การควบคุมระดับผู้ดูแลระบบ (Admin Access)]
[แจ้งเตือน: ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมในห้องนิรภัย... สิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่ฐานข้อมูลดิจิทัลกำลังเคลื่อนตัวเข้าหาจุดอับสัญญาณ]
รอยยิ้มแห่งชัยชนะยังไม่ทันได้จางหายไปจากมุมปากของผม เสียงสัญญาณเตือนภัยสีเหลืองอำพันก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานสลับดำ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนระดับสูงสุดของระบบนิรภัยยุคเก่า
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับเครื่องจักรกลขนาดใหญ่กำลังก้าวเดินขึ้นมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ และแน่นอนว่าไม่ใช่ระบบป้องกันอัตโนมัติทั่วไป บรรยากาศภายในห้องควบคุมลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
เซเลน่าชักปืนพกพลังงานสูงออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณนักรบของอดีตแฮกเกอร์ระดับตำนานตื่นตัวเต็มที่ เธอขยับกายมาขวางหน้าผมไว้ครึ่งก้าว สายตาสอดส่องไปยังความมืดมิดของอุโมงค์ทางลงด้วยความระแวดระวังถึงขีดสุด
"เร็น... ถอยไปข้างหลังซ้ำ" เสียงกระซิบของเธอเคร่งเครียดจนแทบจะเป็นเสียงคำราม "ไอ้สิ่งที่กำลังขึ้นมา... มันไม่ใช่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่มันคือ... 'สิ่งนั้น'..."
เงาร่างมหึมาค่อยๆ ก้าวพ้นจากเขตความมืดของอุโมงค์ แสงไฟฉุกเฉินสีแดงสาดส่องลงบนร่างของมัน เผยให้เห็นโครงกระดูกเหล็กกล้าผสมผสานกับเนื้อเยื่อสังเคราะห์ ดวงตาสีฟ้าครามคู่โตจ้องมองมาที่เราทั้งสองด้วยความกระหายเลือด และที่กลางอกของมัน มีสัญลักษณ์รูปเฟืองสีดำสนิท... สัญลักษณ์เดียวกับองค์กรที่ฆ่าครอบครัวของผม
[แจ้งเตือนระบบ: เผชิญหน้าบอสลับ 'เดתด์-สเต็ปเปอร์ (Death Stepper) รุ่นต้นแบบ']
[เงื่อนไขพิเศษเปิดใช้งาน: ความลับเบื้องหลังการตายของครอบครัว กำลังจะถูกเปิดเผย...]
ร่างของบอสลับยกแขนขวาขึ้น กลายสภาพเป็นใบเลื่อยพลังงานพลาสมาที่ส่งเสียงฮัมต่ำอย่างน่ากลัว มันอ้าปากกว้างแล้วส่งเสียงคำรามก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ ก่อนที่มันจะพุ่งทะยานเข้าหาเราด้วยความเร็วสูงชนิดที่มองแทบไม่ทัน!
"ระวังครับอาจารย์!" ผมตะโกนลั่นพร้อมกับกระชากร่างของเซเลน่าให้หลบพ้นวิถีการโจมตีอย่างเฉียดฉิว!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเร็นและเซเลน่าเสมอนะครับ
รหัสลับอาจารย์สาวข้ามมิติสู่โลกไซเบอร์•ตอนที่ 17
ภารกิจดันเจี้ยนโรงงานร้าง
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับอาจารย์สาวข้ามมิติสู่โลกไซเบอร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!