เซฟเฮาส์ลับฉบับกู้คืนดาต้ากับนายโปรแกรมเมอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 2

ใครอนุญาตให้คุณจิกกัดผมขนาดนี้

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เสียงพัดลมระบายความร้อนของเซิร์ฟเวอร์แร็คขนาดใหญ่กำลังคำรามต่ำคล้ายเสือร้ายที่ถูกขังอยู่ในกรงเหล็ก อุณหภูมิภายในห้องกระจกนิกรวมศูนย์ข้อมูลย่อยนี้ถูกลดต่ำลงจนแตะสิบหองศาเซลเซียส ทว่าบรรยากาศระหว่างคนสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันอยู่เบื้องหน้าหน้าจอคอนโซลกลับร้อนระอุเสียยิ่งกว่ายืนอยู่กลางกองเพลิง "ถ้าฝีมือการเขียนโค้ดของคุณมันห่วยแตกและช้าเป็นเต่าคลานแบบนี้ ผมเกรงว่าเราคงไม่ต้องเสียเวลาแชร์ไฟล์ข้อมูลกู้คืนอะไรนั่นหรอกครับ รินลดา... เพราะต่อให้ดร.อานนท์ส่งคนมาตามล่าเราไม่ทัน เซิร์ฟเวอร์ตัวนี้คงระเบิดใส่หน้าพวกเราตายคาที่เสียก่อน" คีรินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ แต่ทุกถ้อยคำกลับเชือดเฉือนบาดลึกถึงกระดูกดำ ใบหน้าคมคายภายใต้กรอบแว่นสายตากรอบโลหะหันมามองทางผมเพียงหางตา รอยยิ้มหยันที่มุมปากนั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนผมอยากจะคว้าสายแลนมามัดปากเจ้าวิศวกรซอฟต์แวร์ปากจัดนี่เสียให้รู้แล้วรู้รอด ผม—รินลดา กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้สำนักงานล้อเลื่อน นิ้วเรียวยังคงรัวแป้นพิมพ์โน้ตบุ๊กส่วนตัวด้วยความเร็วสูงเพื่อแกะรอยไฟร์วอลล์ระดับทหารที่ถูกฝังไว้ในซอฟต์แวร์สำรองข้อมูล แต่พอได้ยินคำพูดแขวะแบบไม่พักของคนตรงหน้า ผมก็ถึงกับต้องหยุดชะงัก ดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว "ปากดีเสียจริงนะครับคุณคีริน ถ้าสมองส่วนหน้าของคุณมันว่างงานนัก ทำไมไม่เอาเวลาไปเช็ดฝุ่นบนฮาร์ดไดรฟ์แทนที่จะมายืนลอยหน้าลอยตาติโน่นตานี่ผมอยู่ได้ล่ะครับ?" ผมสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังดวงตาสีเข้มหลังเลนส์แว่นนั้นอย่างเอาเรื่อง "จำไว้ด้วยนะครับว่าที่ระบบยังไม่ล่มและเรายังไม่โดนไล่ล่าจนมุม ก็เพราะปลายนิ้วเรียวคู่นี้แหละที่กำลังกู้ซากฐานข้อมูลที่คุณทำพังไว้!" คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตพับแขนจนเห็นเส้นเลือดที่ท่อนแขนก้าวเข้ามาประชิดตัวผมทีละก้าว ระยะห่างระหว่างเราลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง กลิ่นกายสะอาดๆ เจือกลิ่นเปเปอร์mint จางๆ ลอยปะทะจมูกจนผมต้องผะเผงถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ "ปลายนิ้วเรียวเหรอครับ?" คีรินทวนคำด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจลดระดับลงจนกลายเป็นเสียงกระซิบใกล้ใบหู "ผมเห็นคุณเอาแต่กดปุ่มรีเซ็ตมาสามรอบแล้วนะรินลดา... หรือว่าที่คุณปากเก่งใส่ผมนี่ เป็นเพราะกำลังกลัวจนสติหลุดกันแน่ หื้ม?" ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำเอาขนลุกเกรียว หัวใจเจ้ากรรมในอกเต้นรัวผิดจังหวะไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะระยะประชิดที่อันตรายเกินไปต่างหาก ผมรีบยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายไว้เพื่อรักษาระยะห่าง ทว่าคีรินกลับไม่มีทีท่าจะถอยหนี เขากลับฉวยจังหวะนั้นใช้มือข้างหนึ่งคว้าจับข้อมือผมไว้ ส่วนมืออีกข้างเอื้อมเลยไปเคาะแป้นคีย์บอร์ดบนโต๊ะด้วยความเร็วเหลือเชื่อ เพียงเสี้ยววินาที หน้าจอหลักของเซิร์ฟเวอร์ก็ปรากฏโค้ดลับสีเขียวเรืองแสงขึ้นมาแทนที่หน้าจอสีแดงแจ้งเตือนอันตราย "ดูซะสิครับ... วิธีที่ถูกต้องเขาทำกันแบบนี้ต่างหาก ไม่ใช่เอาแต่ใช้อารมณ์เข้าแก้ปัญหาเหมือนเด็กอมมือ" คำพูดเย้ยหยันนั้นทำเอาผมเลือดขึ้นหน้า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจปนเคืองโกรธ มืออีกข้างที่ว่างง้างขึ้นเตรียมจะผลักอกคนตัวสูงให้กระเด็น แต่ก่อนที่ฝ่ามือของผมจะทันได้สัมผัสโดนเนื้อตัวของอีกฝ่าย คีรินก็รวบข้อมือทั้งสองข้างของผมรวบไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย แล้วดันตัวผมจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเซิร์ฟเวอร์ที่เย็นเฉียบ ความเย็นของโลหะตัดกับความร้อนผ่าวจากร่างกายของคนตรงหน้าที่แนบชิด ดวงตาคมกริบของคีรินในยามนี้ไม่มีแววหยอกเย้าหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความดุดันและบางสิ่งที่ร้อนแรงพุ่งพล่านอยู่ภายในจนผมไม่กล้าแม้แต่จะสบตาตรงๆ "ปล่อยผมนะ... คุณบ้าไปแล้วหรือไง!" ผมกัดฟันกรอด พยายามบิดข้อมือให้หลุดจากการพันธนาการ "ผมไม่ได้บ้าครับ..." คีรินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่าใจหาย "แต่ถ้าคุณยังดื้อดึงแล้วส่งเสียงดังโวยวายแบบนี้อีก... ผมอาจจะหาวิธีปิดปากคุณด้วยวิธีที่ทำให้คุณเถียงไม่ออกไปตลอดชีวิตก็ได้นะ" บรรยากาศในห้องเซิร์ฟเวอร์เงียบงันลงทันที เหลือเพียงเสียงพัดลมเครื่องกลที่ยังคงคำรามก้อง ทว่าเสียงหัวใจของผมกลับเต้นดังยิ่งกว่าสิ่งใดในวินาทีที่ริมฝีปากหยักลึกของอีกฝ่ายโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ... กริ๊ก! เสียงปลดล็อกกลอนประตูด้านนอกดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบที่ลอดผ่านกระจกฝ้าเข้ามาในห้องเซิร์ฟเวอร์ รินลดาสะดุ้งสุดตัว คีรินเองก็ชะงัก รีบปล่อยมือจากข้อมือผมแล้วดึงตัวถอยหลังกลับไปยืนตั้งหลักด้วยความรวดเร็ว "แย่แล้ว... ทางหนีไฟชั้นสามถูกปิดตาย!" เสียงทุ้มต่ำของใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านนอกเอ่ยลอดเข้ามา พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่กำลังเร่งรีบมุ่งตรงมาทางห้องนี้ คีรินหันขวับมามองหน้าผม แววตาเคร่งเครียดถูกแทนที่ด้วยความตื่นตัว "ดร.อานนท์ส่งคนมาเร็วกว่าที่เราคาดไว้... ดูเหมือนเราจะไม่มีเวลามาเถียงกันเรื่องไร้สาระแล้วล่ะครับรินลดา" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับกู้คืนดาต้ากับนายโปรแกรมเมอร์ปากแจ๋ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%