"เสียงรองเท้าเกราะเหล็กกระทบพื้นหินดังขึ้นแบบนี้... แปลว่าเสบียงในคลังหลวงคงเหลือไม่ถึงสัดส่วนสามวันใช่ไหมครับ ท่านอัศวิน"
เรย์วานเอ่ยขึ้นโดยไม่ได้หันกลับไปมองร่างที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้องทำงานมืดทึบ แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันราคาถูกกะพริบไหววูบวาบตามแรงลมที่ลอดผ่านรอยแตกของบานหน้าต่าง ท่ามกลางบรรยากาศที่ยังคงอวลด้วยกลิ่นอายความตึงเครียดจากเหตุการณ์สัตว์ประหลาดในท่อระบายน้ำเมื่อครู่ สายตาของเขาจดจ่ออยู่กับสมุดบัญชีปกหนังเก่าคร่ำครึ ปลายปากกาขนนกจดบันทึกตัวเลขยุกยิกด้วยความเร็วและแม่นยำรากับเครื่องจักร
เบื้องหลังโต๊ะทำงานไม้โอ๊กผุพัง เอลาร่ายืนตัวตรงแหน่ว ชุดเกราะสีเงินวาววับของเธอยังคงมีคราบเขม่าควันและร่องรอยการต่อสู้ประปราย ดวงตาสีฟ้าครามคู่สวยฉายแววเคร่งเครียดอย่างปิดไม่มิด มือเรียวบางภายใต้ถุงมือหนังกำมะหยี่กำดาบยาวประจำตัวแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
"คุณรู้ได้อย่างไร... ทั้งที่เพิ่งผ่านพ้นวิกฤตการณ์เมื่อคืนมาแท้ๆ" เสียงของเอลาร่าเจือความเหนื่อยล้า แต่ยังคงไว้ซึ่งความกังวลอย่างลึกซึ้ง เธอถอนหายใจยาวก่อนจะเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน "คลังเสบียงหลักของเมืองถูกความชื้นจากท่อระบายน้ำกัดเซาะ ข้าวสาลีและเนื้อเค็มกว่าครึ่งเน่าเสียจนใช้งานไม่ได้... และที่แย่ไปกว่านั้น พ่อค้าคนกลางฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าสามเท่าตัวในยามวิกฤต"
เรย์วานวางปากกาขนนกกลงอย่างแผ่วเบา เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับอัศวินหญิง แววตาของอดีตโปรเพลเยอร์ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงความเย็นชาและระบบระเบียบที่ถูกคำนวณไว้ล่วงหน้าแล้ว
"ก็เพราะผมไม่ได้ใช้ชีวิตด้วยเกียรติยศและความหวังลมๆ แล้งๆ เหมือนท่านอย่างไรล่ะครับ" เรย์วานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่แฝงรอยยิ้มมุมปากที่ชวนให้รู้สึกหมั่นไส้ไม่น้อย "ในโลกที่ระบบเศรษฐกิจล่มสลาย สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่กองทัพปีศาจจากใต้ดิน แต่คือ 'ท้องที่ว่างเปล่า' ของทหารยามที่พร้อมจะแปรพักตร์เพื่อเศษขนมปังแผ่นเดียว"
เอลาร่ากัดริมฝีปากเบาๆ ความหงุดหงิดฉายชัดบนใบหน้าคมคาย เธอย่อมรู้ดีว่าชายหนุ่มตรงหน้าพูดความจริง แม้ว่ามันจะฟังดูไร้หัวใจไปเสียหน่อยก็ตาม
"แล้วคุณจะให้ฉันทำอย่างไร? ในเมื่อเกียรติของอัศวินไม่อนุญาตให้ปล้นสะดมประชาชน และงบประมาณในท้องพระคลังก็ติดลบจนแทบจะเอาเงินทอนไปซื้อกระดาษชำระยังไม่ได้" เอลาร่ากอดอก น้ำเสียงเจือความท้าทายเล็กน้อย เธออยากรู้เหลือเกินว่านักบัญชีจอมเค็มคนนี้จะมีปาฏิหาริย์อะไรมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ไร้ทางออกนี้
เรย์วานลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสวมเสื้อคลุมสีเข้มที่ดูเรียบง่ายแต่ตัดเย็บอย่างดีเพื่อความคล่องตัว ชายหนุ่มเดินผ่านโต๊ะทำงานเข้าไปใกล้หญิงสาว จนกระทั่งได้กลิ่นอายฝุ่นควันและกลิ่นอายเหล็กกล้าเจือจางจากตัวเธอ
"เกียรติยศเหรอครับ..." เรย์วานเอ่ยเสียงกระซิบเบาๆ ดวงตาสีดำสนิทสะท้อนภาพเงาของเธอ "ท่านอัศวินผู้สูงส่ง ท่านคิดว่าทหารที่ยืนเข้าเวรด้วยท้องร้องจ๊อกๆ จะใช้เกียรติยศประทังความหิวได้กี่วัน? อาหารมื้อเดียวอาจซื้อความภักดีไม่ได้ แต่ความอดอยากสามวันจะทำลายกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดให้พังครืนลงมาได้ภายในพริบตา"
"งั้นแผนของคุณคืออะไร?" เอลาร่าถามเสียงเข้ม แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่ลึกๆ แล้วเธอก็เริ่มเชื่อมั่นในมันสมองของชายหนุ่มคนนี้ทีละน้อย
"ตามผมมาครับ" เรย์วานหันหลังเดินนำไปยังประตูห้องใต้ดินของคลังหลวง "เราจะไปสำรวจ 'ขุมทรัพย์' ที่คนโง่เขลาพวกนั้นมองข้ามกัน"
ทางเดินลงสู่ชั้นใต้ดินชื้นแฉะและส่งกลิ่นอับชื้น แสงไฟจากคบเพลิงที่เรย์วานจุดขึ้นส่องให้เห็นผนังหินที่เต็มไปด้วยคราบตะไคร่น้ำ เสียงหยดน้ำดังติ๋งๆ สะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ สร้างบรรยากาศที่ชวนอึดอัด เอลาร่าชักดาบออกจากฝักเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งไม่คาดฝันตลอดเวลา เพราะสัญชาตญาณนักรบของเธอบอกว่าความมืดเบื้องหน้าไม่ได้มีแค่ความว่างเปล่า
"ผ่อนคลายหน่อยครับ ท่านเอลาร่า" เรย์วานกล่าวโดยไม่หันกลับมา "ที่นี่ไม่มีมอนสเตอร์ระดับบอสให้ท่านฟันหรอก มีเพียง... ขยะมีค่า ที่พวกขุนนางเก่าละทิ้งไว้ก่อนจะหนีเอาตัวรอดต่างหาก"
ทั้งสองหยุดยืนอยู่หน้าประตูเหล็กบานใหญ่ที่ขึ้นสนิมเขรอะ เรย์วานหยิบกุหลาบเหล็กกลไกโบราณที่เก็บได้จากภารกิจก่อนหน้าขึ้นมา ไขเข้าไปในรูกุญแจที่ซ่อนอยู่ใต้ลวดลายแกะสลัก เสียงกลไกเฟืองขบกันดัง 'คลิก... ครอด...' ก่อนที่ประตูหนักอึ้งจะค่อยๆ แง้มเปิดออกด้วยแรงผลักเพียงน้อยนิด
กลิ่นอับชื้นโชวยิ่งกว่าเดิม แต่สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาภายใต้แสงคบเพลิง กลับทำให้เอลาร่าต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ภายในห้องโถงใต้ดินขนาดใหญ่ แทนที่จะเป็นทองคำหรืออัญมณีล้ำค่า กลับอัดแน่นไปด้วยกระสอบวัตถุดิบและกล่องไม้สนเรียงรายสูงจรดเพดาน ป้ายสัญลักษณ์บนกระสอบระบุชัดเจนว่าเป็น 'แป้งสาลีคุณภาพสูง' และ 'เนื้อเค็มหมักเกลือสมุทร' ที่ยังคงสภาพดีเยี่ยม เนื่องจากความเย็นและความแห้งของห้องใต้ดินแห่งนี้ถูกออกแบบมาเป็นห้องเก็บเสบียงสำรองลับเฉพาะของราชวงศ์ยุคก่อน
"นี่มัน..." เอลาร่าพูดไม่ออก เธอมองหน้าเรย์วานสลับกับกองเสบียงมหาศาลตรงหน้า "เสบียงสำรองของกษัตริย์องค์ก่อน? ทำไมคุณถึงรู้ว่ามันอยู่ที่นี่?"
"เพราะผมอ่านเอกสารภาษีโบราณของอาณาจักรนี้ย้อนหลังไปสามร้อยปีครับ" เรย์วานตอบด้วยรอยเหยียดยิ้มบางๆ บนใบหน้าอย่างผู้กุมความลับของโลก "พวกขุนนางปัจจุบันมัวแต่สนใจทองคำบนดิน จนลืมไปว่าในยามวิกฤต 'คาร์โบไฮเดรตและโปรตีน' มีค่ามากกว่าเพชรพลอยเสียอีก ด้วยเสบียงจำนวนนี้... เราสามารถเลี้ยงกองทัพและประชาชนครึ่งเมืองได้ยาวนานถึงสามเดือนโดยไม่ต้องงดอาหารเลยแม้แต่มื้อเดียว"
เอลาร่ามองชายหนุ่มด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ความหวาดระแวงในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความทึ่งอย่างลึกซึ้ง ผู้ชายคนนี้ไม่ได้มีดีแค่ตรรกะประหลาดๆ แต่เขามีวิสัยทัศน์ที่มองทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าแม่ทัพคนไหนที่เธอเคยรู้จัก
"คุณนี่มัน..." อัศวินหญิงส่ายหัวเบาๆ พร้อมรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก "บางครั้งคุณก็เหมือนปีศาจที่คำนวณทุกอย่างไว้หมดแล้ว... แต่บางครั้ง คุณก็เป็นที่พึ่งเดียวที่เรามีจริงๆ"
"ชมกันเกินไปแล้วครับ ท่านอัศวิน" เรย์วานหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะหันไปหยิบกระสอบแป้งขึ้นมาแบกไว้บนบ่าอย่างไม่ถือตัว "ตอนนี้อย่าเพิ่งชมผมเลยครับ ช่วยกันขนของพวกนี้ขึ้นไปแจกจ่ายให้กองทัพก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้นดีกว่า เพราะภารกิจถัดไปของเรากำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว..."
ในขณะที่ทั้งสองกำลังช่วยกันลำเลียงเสบียงออกจากห้องใต้ดิน ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังสะท้อนก้องมาจากอุโมงค์ระบายน้ำเบื้องล่าง ตามด้วยเสียงคำรามต่ำๆ ที่สั่นสะเทือนไปถึงพื้นหินใต้ฝ่าเท้า
*ตึง... ตึง... คร... คลืน...*
เรย์วานหยุดชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปในพริบตา เขารีบวางกระสอบแป้งลงกับพื้น แล้วหันไปคว้าข้อมือของเอลาร่าที่กำลังจะชักดาบขึ้นมาตั้งรับ
"อย่าขยับครับ..." เสียงกระซิบของเรย์วานเย็นเยียบและเต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
ที่ปลายทางเดินมืดมิดของอุโมงค์ระบายน้ำ เงาร่างสูงใหญ่ผิดมนุษย์นับสิบตัวค่อยๆ ก้าวพ้นความมืดออกมา แสงไฟจากคบเพลิงสะท้อนกระทบกับเกราะเหล็กขึ้นสนิมและรอยแผลเป็นน่ากลัวบนใบหน้าของพวกมัน—ไม่ใช่สัตว์ประหลาดไร้สมองอย่างเมื่อคืน แต่เป็น 'กองอัศวินมืด' ที่ควรจะสูญพันธุ์ไปตั้งแต่สงครามร้อยปีก่อน และผู้นำของพวกมันที่สวมหมวกเหล็กมีเขา ก็ก้าวออกมายืนขวางทางออกเดียวของห้องใต้ดิน พร้อมกับชี้ดาบยาวขึ้นสนิมมาตรงหน้าเรย์วานด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันอันไร้ซึ่งลมหายใจ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบตอนนี้นะครับ
— ลอร์ดออฟดาร์กเนส
เซียนเกมสายประหยัดกับอาณาจักรที่ล่มสลายในพริบตา•ตอนที่ 3
อัศวินผู้หิวโหย
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายประหยัดกับอาณาจักรที่ล่มสลายในพริบตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
