กลิ่นอายของช็อกโกแลตอุ่นๆ ผสมกับกลิ่นอับของความตึงเครียดหลังเวทีแฟชั่นโชว์ ช่างเป็นส่วนผสมที่ชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกค่ะ รินรดายืนอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ มือเรียวบางในถุงมือลูกไม้สีดำสนิทกำลังจัดระเบียบปกเสื้อสูทผ้าทวีตเนื้อดีที่เธอเป็นผู้ออกแบบด้วยตัวเองทุกตะเข็บ ชุดนี้ไม่ได้ถูกตัดเย็บขึ้นมาเพื่อความสวยงามตามค่านิยมกระแสหลัก แต่มันคือเครื่องประหารทางจิตวิทยาที่เธอตั้งใจจะสวมใส่ให้ธันวา—อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ—ได้ลิ้มรสความพินาศทีละน้อย
เสียงตึงตังจากด้านนอกเวทีดังลอดเข้ามา แสงไฟสปอตไลท์ระยิบระยับสะท้อนกับเสียงฮือฮาของแขกผู้มีเกียรติและบรรดาสื่อมวลชนแถวหน้า แต่นั่นไม่น่าสนใจเท่าเงาร่างคุ้นตาที่ยืนอยู่ริมเสาห่างออกไป ธันวากำลังพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมอาการมือสั่นเทาของตัวเอง ข้อมูลลับที่ถูกเปิดเผยในตอนก่อนหน้ายังคงค้างคาอยู่ในสมองของเขา ราวกับมีลิ่มน้ำแข็งตอกลงกลางอก เมื่อผู้ชายที่เคยคิดว่ากุมความลับไว้ได้เบ็ดเสร็จอย่างเขา เพิ่งตระหนักได้ว่าตนเองเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกำมือของอดีตภรรยาที่เขาเคยทิ้งขว้างอย่างไม่ใยดี
"ดูเหมือนคุณธันวาจะสติหลุดไปตั้งแต่เห็นโครงร่างคอลเลกชันชุดแรกแล้วนะคะ" เมฆา ช่างภาพหนุ่มผู้ยืนพิงกรอบประตูเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเจือแววเย้ยหยันจางๆ แต่ดวงตากลับจับจ้องมาที่รินรดาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา
รินรดาไม่หันกลับไปมอง เธอเพียงแค่ปรายตามองภาพสะท้อนของเมฆาในกระจก มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย ราวกับดอกไม้พิษที่กำลังแย้มกลีบในยามราตรี "เขาก็แค่กำลังชดใช้สิ่งที่เคยทำไว้... ความกลัวมันรสชาติแย่ใช่ไหมล่ะคะ เมฆา"
"แต่ระวังตัวไว้หน่อยเถอะ รินรดา" เมฆาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางลอยปะปนกับอากาศเย็นยะเยือก "คนอย่างธันวาไม่มีทางยอมแพ้จนหยดสุดท้ายหรอก เขาอาจจะมีไพ่ตายที่เธอคาดไม่ถึงก็ได้"
"ให้เขาหาให้เจอเถอะค่ะ" รินรดาหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า สายตาคมกริบดุจมีดโกนอาบน้ำผึ้งมองทะลุผ่านร่างของช่างภาพหนุ่มไป "เพราะทุกอย่างที่เขาพยายามปกปิด ฉันขุดมันขึ้นมาวางไว้กลางแสงไฟหมดแล้ว"
เสียงเพลงจังหวะเร้าใจผสมผสานกับเสียงประกาศเริ่มงานดังสนั่นหวั่นไหว รินรดาเดินนำเหล่านางแบบก้าวออกไปยืนรอตรงปีกเวที ความกดดันพุ่งสูงขึ้นจนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นของแข็ง แสงแฟลชจากกล้องนับร้อยตัวสาดส่องระรัวเมื่อนางแบบคนแรกก้าวออกไปอวดโฉมชุดเดรสผ้าไหมสีดำสนิทที่ปักด้วยด้ายเงินสะท้อนแสงไฟราวกับท้องฟ้ายามวิกาล—ชุดที่บ่งบอกถึงการกลับมาทวงคืนอำนาจอย่างไร้ความปรานี
ที่แถวหน้าสุดของผู้ชม ธันวานั่งตัวแข็งทื่อ มือทั้งสองข้างกำพินิจแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด สายตาของเขาจับจ้องไปยังชุดที่นางแบบสวมใส่ มันไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่มมันคือสัญลักษณ์... สัญลักษณ์ของเอกสารทางธุรกิจที่เขาพยายามซุกซ่อนไว้ในบริษัทนอกชายฝั่ง ซึ่งตอนนี้ถูกแปลสภาพออกมาเป็นลวดลายปักบนเสื้อผ้าประจานความโลภของเขาต่อหน้าผู้ทรงอิทธิพลนับร้อยคนในห้องนี้
ธันวารู้สึกราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางฝูงชน ลมหายใจของเขาติดขัด หน้าอกกระเพื่อมไหวด้วยความโกรธแค้นและตื่นกลัวระคนกัน เขากวาดสายตามองหา ‘ดีไซเนอร์’ เจ้าของผลงานชิ้นเอกนี้ และแล้ว หัวใจของเขาก็แทบหยุดเต้น เมื่อรินรดาก้าวออกมาโค้งคำนับท่ามกลางเสียงปรบมือเกรียวกราว เธอยืนสง่างามอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มที่ประดับบนริมฝีปากช่างเย็นชาและทรงพลังเสียจนเขาแทบไม่กล้าสบตา
ทว่า ในวินาทีที่ความโกลาหลและความสำเร็จกำลังหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของธันวาก็สั่นสะท้านขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง เขาหยิบมันขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา หน้าจอแสดงข้อความจากเลขานุการส่วนตัว พร้อมกับภาพถ่ายไฟล์เอกสารลับสุดยอดที่ถูกส่งตรงมาจากสำนักงานทนายความ
ภาพถ่ายใบนั้นไม่ใช่หลักฐานทางธุรกิจ... แต่มันคือ "ใบสูติบัตร" ของเด็กชายวัยสี่ขวบคนหนึ่ง ที่มีนามสกุลเดียวกับเขา และมีดวงตากลมโตคู่สวยถอดแบบมาจากรินรดาอย่างไม่ผิดเพี้ยน!
"ชานมไข่มุกหวานร้อย" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ
ดีไซเนอร์มือฉมังกับนางแบบตกอับที่กลับมาทวงคืนทุกอย่าง•ตอนที่ 9
การปะทะฝีมือ
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์มือฉมังกับนางแบบตกอับที่กลับมาทวงคืนทุกอย่าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!