"ถ้าถังนี้หกเลอะพื้นตึกฉันอีกใบเดียว แม่จะเอาแปรงทาสีอัดใส่หน้าเธอแน่ ยัยตัวแสบ!"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความหงุดหงิดระดับ max ดังลั่นขึ้นเหนือหัว พิมพ์ใสที่กำลังก้มหน้าก้มตาหอบลังกระดาษลังอัดแน่นด้วยโมเดลกระดาษและอุปกรณ์ตัดเย็บสถาปัตย์ถึงกับชะงัก ปลายรองเท้าผ้าใบของเธอยังไม่ทันพ้นเขตธรณีประตูห้องเช่าอุปกรณ์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ดีด้วยซ้ำ ร่างบางสะดุ้งสุดตัวเมื่อความสมดุลในมือพังทลายลงในเสี้ยววินาที
*พรวด!*
เสียงของเหลวหนืดข้นสีฟ้าโคบอลต์สาดกระเซ็นออกจากถังพลาสติกขนาดกลางที่ฝาปิดไม่สนิท มันลอยเคว้งกลางอากาศก่อนจะเททะลักลงมากลางอกของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดช็อปวิศวะสีกรมท่าปักตราคณะเด่นชัดอย่างไม่ทันตั้งตัว
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่หน้าห้องช็อปชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดของสีที่ไหลยãอสลงสู่พื้นคอนกรีต *แปะ... แปะ...*
พิมพ์ใสเบิกตากว้างจนแทบจะถลزออกมานอกเบ้า เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองประมวลผลเร็วจี๋ว่าตอนนี้หายนะระดับชาติกำลังมาเยือนแล้ว เมื่อดวงตากลมโตเลื่อนขึ้นสำรวจสภาพของเหยื่อเคราะห์ร้ายที่ยืนแข็งทื่อเป็นหิน
เสื้อช็อปราคาแพงที่ตัดเย็บด้วยเนื้อผ้าเกรดพรีเมียม ปักชื่อ 'คีรินทร์' ด้วยดิ้นทองอร่ามที่อกเสื้อ บัดนี้กลายเป็นงานศิลปะแนวแอ็บสแตรกต์สีฟ้าเลอะเทอะเปรอะเปื้อนตั้งแต่ปกเสื้อลงมาถึงกระเป๋าหน้าอก เนื้อสีซึมลึกเข้าสู่เนื้อผ้าอย่างรวดเร็วราวกับฟองน้ำ
และเจ้าของเสื้อ... ก็คือคีย์ เดือนวิศวะปีสามผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบ รักความสะอาดระดับร้อยเปอร์เซ็นต์ และรังสีความดุที่แผ่ซ่านจนคนทั้งลานเกียร์ไม่มีใครกล้าสบตา
"นะ... นาย..." พิมพ์ใสอ้าปากค้าง สมองตื้อตันไปหมด
คีรินทร์ก้มมองสภาพตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ใบหน้าคมคายที่เคยเรียบเฉยบัดนี้มืดมนลงจนน่ากลัว กรามแกร่งขบเข้าหากันจนนูนเด่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเตือนภัยอันตรายขั้นสุด เขายังไม่พูดอะไรออกมาในทันที แต่ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้นตวัดกลับมาจ้องมองเธอด้วยประกายไฟที่พร้อมจะเผาให้เธอกลายเป็นจุล
"อะแฮ่ม..." เสียงกระแอมจากเพื่อนร่วมแก๊งของเขาดังขึ้นเบาๆ แต่คีรินทร์ไม่ได้สนใจ เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวพิมพ์ใสด้วยความเร็วที่ทำเอาเธอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
"เธอ..." น้ำเสียงลอดไรฟันของเขาต่ำทุ้มและเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก "ตาบอด... หรือสมองมีปัญหาถึงกะระยะไม่เป็น?"
เจอประโยคแรกเข้าไส้แบบนี้ มีหรือที่คนอย่างพิมพ์ใสจะยอมก้มหัวให้ ร่างบางที่เมื่อครู่ยังรู้สึกผิดจนใจหายวาบ กลับพลิกโหมดสווทช์ความสตรองขึ้นมาทันที เธอยืดอกเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าเขาอยู่หลายช่วงตัวก็ตาม
"ก็บอกแล้วไงว่ามันอุบัติเหตุ!" พิมพ์ใสสวนกลับเสียงแข็งไม่ยอมแพ้ "ใครใช้ให้มายืนเกะกะขวางทางคนอื่นเล่า ถ้ารู้ว่าทางมันแคบ ทำไมไม่เอาตัวหลบไปซะล่ะ!"
"ฉันยืนอยู่หน้าห้องของฉัน!" คีรินทร์คำรามต่ำ เสียงของเขาเริ่มดังขึ้นจนเด็กวิศวะที่นั่งจับกลุ่มคุยกันอยู่รอบลานเกียร์หันมามองเป็นตาเดียว "แล้วนี่มันอะไร เสื้อตัวนี้สั่งตัดพิเศษเพื่อจะใส่ไปงานสัมมนาคณะพรุ่งนี้! เธอมีความรับผิดชอบพอมั้ยที่จะชดใช้?"
"ก็แค่เสื้อปะทะสี จะอะไรนักหนาเล่า! แค่เอาไปซักน้ำยาขจัดคราบมันก็ออกแล้วมั้ง ทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้" เธอบ่นอุบอิบพลันเบะปากใส่ความเย่อหยิ่งของพ่อหนุ่มวิศวะตรงหน้า
"ซักเหรอ?" คีรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยัก "เสื้อตัวนี้ราคาหลักหมื่น หักลบค่าเสียเวลาและความรู้สึกที่ต้องมาเห็นหน้ายัยตัวแสบอย่างเธออีก... สองหมื่นพอไหมสำหรับการชดใช้?"
"สองหมื่น?!" พิมพ์ใสอุทานเสียงหลง ดวงตากลมโตเบิกกว้างยิ่งกว่าเดิม "นี่นายจะปล้นกันหรือไงยะ! เสื้อบ้าอะไรตัวละสองหมื่น คิดว่าฉันรวยนักรึไงถึงจะมาไถเงินกันง่ายๆ แบบนี้!"
"ก็ไม่ได้บอกว่าให้จ่ายเป็นเงินสด..." คีรินทร์หรี่ตามองเธอด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่แฝงความร้ายกาจอย่างแนบเนียน เขากวาดสายตามองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าของหญิงสาวด้วยความดูแคลน "แต่ถ้าไม่มีปัญญาจ่าย ก็มาเป็นทาสรับใช้ฉันสามเดือน... เผื่อสมองสถาปัตย์ของเธอจะได้เรียนรู้วิธีเดินโดยใช้ตาดูทางบ้าง"
"ฝันไปเถอะไอ้คุณชายวิศวะเฮงซวย!" พิมพ์ใสปรี๊ดแตกจนสติหลุด เธอปัดมือเขาที่ยื่นเข้ามาทำท่าจะคว้าแขนออกอย่างแรง "อยากได้เงินนักก็ไปฟ้องร้องเอาโน่น! ฉันไม่มีเวลามาเล่นขายของกับนายหรอกนะ!"
พูดจบ พิมพ์ใสก็ก้มลงคว้าถังสีที่ว่างเปล่าขึ้นมาถือไว้ เตรียมจะหมุนตัวเดินหนีจากสถานการณ์ชวนปวดหัวนี้ให้เร็วที่สุด แต่มีหรือที่คนอย่างคีรินทร์จะยอมปล่อยเหยื่อให้หลุดมือไปง่ายๆ
มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กของเธอไว้แน่นแรง แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่กุมไว้แน่นหนาพอที่จะทำให้เธอขยับไปไหนไม่ได้ พิมพ์ใสสะดุ้งสุดตัว หันขวับกลับมาถลึงตาใส่เขา
"ปล่อยนะเว้ย!"
"คิดเหรอว่าจะเดินหนีความผิดไปได้ง่ายๆ ยัยตัวแสบ" คีรินทร์โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณข้างแก้มใส กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นอายความเซอร์ของช็อปวิศวะปะทะเข้ากับจมูกของเธออย่างจัง
พิมพ์ใสชะงักค้าง หัวใจเจ้ากรรมเต้นรำผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ เมื่อดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างใกล้ชิด ความโกรธเคืองเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหม่าที่แล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
"อะ... อะไรเล่า ถอยไปนะ!" เธอพยายามเบี่ยงหน้าหนี แต่ปลายคางกลับถูกปลายนิ้วแข็งแรงของเขาเชยขึ้นบังคับให้สบตาตรงๆ
"ถ้าไม่ชดใช้... ก็เตรียมตัวรับมือกับความซวยขั้นกว่าจากฉันได้เลย พิมพ์ใส"
เสียงกระซิบพร่าต่ำข้างใบหูทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ทว่าในจังหวะที่หัวใจของเธอกำลังเต้นระรัวจนแทบจะกระโจนออกมานอกอกนั้นเอง เสียงทุ้มคุ้นเคยของใครอีกคนก็แทรกตัวเข้ามาทำลายบรรยากาศตึงเครียดรอบตัวลงอย่างฉับพลัน
"อ้าว คีย์... ปล่อยน้องเขาเถอะน่า ทำไมน้องหน้าตาตื่นแบบนั้นล่ะ หรือว่าแอบตกหลุมรักเดือนวิศวะเข้าแล้ว?"
คีรินทร์ชะงัก ดวงตาคมกริบไหววูบเล็กน้อยก่อนจะผละสายตาจากใบหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่ออย่างไม่รู้ตัว เขากลืนความหงุดหงิดลงคอแล้วหันไปมองต้นเสียงที่กำลังก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างหลังพิมพ์ใส
และเมื่อพิมพ์ใสเหลือบสายตาไปมองผู้มาใหม่ หัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำอยู่แล้วก็ยิ่งกระตุกวูบหนักขึ้นไปอีก...
เกียร์เปื้อนกาวใจ ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนเข้ามาเปิดประตูสู่โลกใบนี้ร่วมกันนะคะ
คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์•ตอนที่ 1
อุบัติเหตุสีพังกับหนุ่มวิศวะหน้าดุ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!