หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานรกๆ เต็มไปด้วยเศษกระดาษไขและคราบกาวร้อนสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดของห้องสตูดิโอคณะสถาปัตย์
“ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก...” คีย์พูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ประโยคถัดมาทำเอาหัวใจของพิมพ์ใสหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม “...แต่เป็นสายตรงจาก 'คนที่ตายไปแล้ว' เมื่อสัปดาห์ก่อน ที่เพิ่งส่งข้อความทิ้งท้ายปริศนาไว้ให้เราอ่านเมื่อตอนที่แล้วต่างหากล่ะ”
พิมพ์ใสกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วเรียวที่กำลังถือคัตเตอร์อยู่ชะงักกึก เธอเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมคายของแฟนหนุ่มรุ่นพี่ที่ตอนนี้สวมแว่นสายตาและขมวดคิ้วมุ่นจนแทบจะเป็นปม บรรยากาศรอบตัวที่เคยอบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟและกระดาษเขียนแบบกลับเยียบเย็นลงทันตาเห็น ข้อความบนหน้าจอนั้นสั่นประสาทไม่เบา เมื่อโปรไฟล์ที่ส่งเข้ามาคือบัญชีโซเชียลของ "รุ่นพี่กรณ์" นักศึกษาปี 4 ที่เพิ่งประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้อย่างกะทันหัน
“อย่ามาอำเล่นนะ, คีรินทร์!” พิมพ์ใสแหวใส่เสียงสูงเพื่อกลบเกลื่อนความกลัวที่แล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง “คนตายไปแล้วจะส่งข้อความมาได้ยังไง หรือนายแอบเอาไอดีพี่เขามาเล่นพิเรนทร์เพื่อแกล้งฉันฮึ?”
“ดูเอาเองสิครับ... ตาไม่ได้บอด” คีย์เลื่อนสมาร์ทโฟนเครื่องนั้นมาตรงหน้าเธอ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางลอยปะทะจมูกท่ามกลางความตึงเครียด ข้อความในแชทระบุพิกัดและรูปถ่ายมุมอับของตึกคณะสถาปัตย์ พร้อมข้อความสั้นๆ ว่า *'แบบแปลนที่ซ่อนอยู่หลังห้องเก็บของ... ระวังตัวด้วย'*
“ตึกเก่าฝั่งทิศเหนือ?” พิมพ์ใสทวนชื่อสถานที่ในข้อความ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ “นั่นมันห้องเก็บโมเดลเก่าที่ปิดตายไปตั้งแต่ปีมะระแล้วนี่นา... พี่กรณ์เคยบอกว่าเขากำลังทำวิจัยเรื่องโครงสร้างอาคารเก่าก่อนจะ...” เธอเว้นวรรคไปเมื่อนึกถึงสาเหตุการเสียชีวิตของรุ่นพี่
“ก่อนที่เขาจะตกลงมาจากดาดฟ้าน่ะเหรอ” คีย์ต่อประโยคให้ด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับฉายแววเป็นห่วงเป็นใยอย่างปิดไม่มิด มือหนืบเอื้อมมาดึงคัตเตอร์ออกจากมือเล็กอย่างเบามือ “เลิกทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ได้แล้ว ยัยตัวแสบ... ไม่ว่านั่นจะเป็นผีสางเทวดาหรือใครก็ตามที่เล่นตลก แต่ตอนนี้เที่ยงคืนแล้ว และเราต้องเอาโปรเจกต์นี้ไปส่งอาจารย์พรุ่งนี้เช้า”
“แต่มันคาใจนะ!” พิมพ์ใสเถียงเสียงแข็งตามนิสัยเดิม แม้ขาจะสั่นพับๆ “นายไม่คิดเหว่ามันแปลกเหรอ หรือว่าพี่กรณ์อาจจะไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ...”
“เรื่องนั้นค่อยว่ากันทีหลัง” คีย์ถอนหายใจยาวพรืด ก่อนจะดึงร่างบางให้ลุกขึ้นยืนตามแรงฉุดเบาๆ “ถ้าอยากรู้ความจริงนัก เดี๋ยวด็อกเตอร์วิศวะคนนี้จะพาเดินตรวจโครงสร้างตึกผีสิงนั่นเอง... แต่ก่อนอื่น พิมพ์ใสครับ เลิกดื้อแล้วมาช่วยกันเช็คสเกลโมเดลตัวนี้ก่อน ไม่งั้นโปรเจกต์จบที่เราอดนอนทำกันมาสามเดือนได้พังคามือแน่ๆ”
แม้ปากจะบอกว่าให้เลิกสนใจเรื่องลี้ลับ แต่ตลอดช่วงเวลาตีหนึ่งถึงตีสาม ทั้งคู่กลับต้องเร่งมือปั่นโมเดลสถาปัตยกรรมชิ้นโบแดงอย่างเอาเป็นเอาตาย คีย์ในฐานะเด็กวิศวะโครงสร้างใช้ทักษะการคำนวณอันแม่นยำมาช่วยตรวจสอบความแข็ง
แรงของฐานรากโมเดลตึกสูง 40 ชั้นที่พิมพ์ใสออกแบบ ส่วนพิมพ์ใสก็ใส่รายละเอียดความงามทางสถาปัตย์ลงไปอย่างประณีตบรรจง เคมีของทั้งคู่ยามทำงานร่วมกันนั้นช่างเข้าขาและดุเดือดในเวลาเดียวกัน เสียงถกเถียงเรื่ององศาของคานรับน้ำหนักดังสลับกับเสียงถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้า แต่ไม่มีใครยอมแพ้สักคน
“ตรงนี้ถ้าใช้คานเหล็กรับแรงดึงแบบนี้ มันจะรับน้ำหนักลมปะทะตึกไม่อยู่หรอกนะพิมพ์” คีย์โน้มตัวลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มใส ขณะที่นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังจุดวิกฤตบนแบบแปลน
“ใครบอกล่ะคะ? ฉันคำนวณมาอย่างดีแล้วน่า!” พิมพ์ใสเชิดหน้าเถียง ตาต่อตาฟันต่อฟัน ไม่ยอมแพ้ความดุของคุณชายวิศวะเด็ดขาด “ถ้าใส่โครงสร้างตามที่นายบอก โมเดลฉันก็เสียสุนทรียภาพหมดสิคะคุณคีรินทร์ สถาปัตย์ไม่ได้มีแค่เรื่องฟิสิกส์นะยะ มันต้องมีความพริ้วไหวด้วย!”
“ความพริ้วไหวอะไรล่ะ ถ้าตึกถล่มลงมาทับหัวคนอื่นตาย ศาลพระภูมิก็ช่วยไม่ได้หรอกครับตัวแสบ” คีย์ยิ้มมุมปาก ส่งสายตาดุแต่แฝงความเอ็นดูจนล้นปรี่ มือหนายื่นไปเคาะหน้าผากมนเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว “ดื้อด้านจริงๆ... แต่เอาเถอะ ดื้อแบบนี้แหละที่ฉันยอมแพ้ให้ตลอด”
คำพูดหยอดเบาๆ แบบไม่ทันตั้งตัวทำเอาพิมพ์ใสใบ้าร้อนผ่าว เธอกลืนน้ำลายลงคอแล้วรีบเบือนหน้าหนีซ่อนรอยยิ้มที่กำลังระบายบนริมฝีปาก “ใครดื้อกัน... ทำงานต่อเลยนะ ห้ามพูดมาก”
แสงไฟนีออนในสตูดิโอสาดส่องลงบนร่างของคนทั้งคู่ที่ฟุบหลับคาโต๊ะทำงานในยามรุ่งสาง กลิ่นกระดาษและกาวร้อนยังคงตลบอบอวลอยู่ในบรรยากาศรอบตัว จนกระทั่งเสียงนาฬิกาปลุกจากสมาร์ทโฟนดังขึ้นทำลายความเงียบ พิมพ์ใสสะดุ้งตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองกำลังซบอยู่บนลาดไหล่กว้างของคีย์ โดยมีเสื้อแจ็กเก็ตชอปวิศวะสีดำสนิทคลุมไหล่ให้อย่างอบอุ่น
“ตื่นได้แล้วครับ คุณสถาปนิก... ได้เวลาไปคว้าเอากลุ่มท็อปของเซกมาอวดอาจารย์แล้ว” เสียงทุ้มต่ำเอמהยกระซิบข้างหู พร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนี้เคยมีให้เธอ
สองชั่วโมงต่อมา ณ ห้องประชุมภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ บรรยากาศตึงเครียดเสียยิ่งกว่าห้องผ่าตัด อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิสามท่านนั่งจ้องโมเดลโปรเจกต์จบของพิมพ์ใสด้วยแววตาพิจารณา ธามรุ่นพี่คู่แข่งตัวฉกาจที่นั่งรอคิวอยู่ด้านหลังถึงกับกลืนน้ำลายเมื่อเห็นความอลังการและดีไซน์ที่ล้ำสมัยของชิ้นงาน
“การแก้ปัญหาการไหลเวียนของลมในตึกสูง ทำได้เนียบมาก... และโครงสร้างวิศวกรรมฐานรากก็แข็งแกร่งอย่างไร้ที่ติ” ประธานกรรมการคุมสอบเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ “ผลงานชิ้นนี้... เอาไปเลยเต็มร้อย คะแนนท็อปของปีนี้ไม่มีข้อกังขา!”
เสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกว้างของมีนที่นั่งส่งเสียงเชียร์อยู่มุมห้อง พิมพ์ใสแทบจะกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้หันไปสวมกอดกับคีย์ที่ยืนยันตัวตนอยู่ด้านหลัง ประตูห้องประชุมก็ถูกผลเปิดออกอย่างแรงโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของมหาลัย
ใบหน้าของ รปภ. ผู้นั้นซีดเผือด เนื้อตัวสั่นเทา และในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำครึที่เปื้อนคราบฝุ่นหนาเตอะ
“คุณพิมพ์ใสครับ... คือว่า... มีคนพบกระเป๋าเอกสารของรุ่นพี่กรณ์ ซ่อนอยู่หลังผนังปูนเปลือยในตึกร้างทิศเหนือ ตามที่... ตามข้อความในระบบที่ส่งเข้ามาเมื่อคืนนี้ครับ!”
ทุกลมหายใจในห้องประชุมพลันหยุดชะงักลงทันที คีย์ก้าวเข้ามาคว้าตัวพิมพ์ใสเข้าสู่อ้อมกอดแกร่งโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบหันไปจ้องมองซองเอกสารในมือ รปภ. ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามมากมายที่ยังไม่ได้รับคำตอบ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครทุกตัวนะคะ เกียร์เปื้อนกาวใจซาบซึ้งใจมากๆ เลยค่ะ
คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์•ตอนที่ 39
โปรเจกต์จบและการเติบโต
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!