กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมอำนาจในชุดเครื่องแบบ•ตอนที่ 13

ความลับใต้เงาป่า

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
เสียงสะท้อนจากปลายพู่กันขนกระต่ายป่าที่กระทบลงบนกระดาษสาเนื้อหยาบดังแผ่วเบา ทว่าในยามวิกาลที่ความเงียบงันแผ่ซ่านไปทั่วเรือนพักหลังคานั้น เสียงเพียงเล็กน้อยกลับก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของสายฟ้า "เจ้ากำลังเล่นกับไฟ, ลี่เหมย" น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนน้ำแข็งที่ถูกบดขยี้ดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง หลี่เหมยไม่ได้สะดุ้งตื่นหรือแสดงอาการตกใจ นางเพียงแต่หยุดปลายพู่กันในมืออย่างเชื่องช้า หมึกสีดำสนิทที่ปลายขนซึมซาบลงสู่เนื้อกระดาษจนเกิดเป็นหยดวงรีสีเข้ม คล้ายรอยเลือดที่ถูกกลืนกินโดยความมืดมิด นางค่อยๆ วางพู่กันลงบนแท่นหยกขาวสลักลายเมฆมงคล ก่อนจะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับผู้ที่ก้าวล่วงเข้ามาในเขตหวงห้าม ภายใต้แสงจันทร์สลัวที่สาดส่องผ่านหน้าต่างกระดาษสา หลี่จวินหรงในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวมะกอกเข้มเข้มงวดประดับอินทรธนูทองคำ บ่ากว้างของเขารับกับสัดส่วนสูงสง่า ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับเยือกเย็นและดุดันรากับพญายมที่เพิ่งก้าวขึ้นมาจากขุมนรก ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองนางราวกับจะทะลุผ่านชั้นผิวหนังเข้าไปถึงความคิดในหัว "หมึกขวดนั้น... มิได้มีไว้เพื่อเขียนพระราชโองการแต่งตั้งขุนนางธรรมดาหรอกกระมัง, ท่านอ๋อง" นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น แววตาคู่คมของสตรีงามประกายแสงวาวโรจน์ราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด หลี่จวินหรงก้าวเข้ามาใกล้ ชายผ้าคลุมยาวกวาดผ่านพื้นไม้เก่าจนเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดแผ่วเบา กลิ่นอายบุรุษเพศที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นดินปืน กลิ่นสนยามค่ำคืน และความเย็นยะเยือกของสนามรบโชยเข้าแตะนาสิกของลี่เหมย เขายื่นมือหนาออกไป หยิบกระดาษแผ่นที่นางเพิ่งเขียนเสร็จขึ้นมาพิจารณา "ยาพิษไร้สีไร้กลิ่นจากสำนักลับทางใต้... ช่างเป็นของกำนัลที่บรรณาการมาจากแดนไกลที่น่าสนใจยิ่ง เจ้าไปได้ข่าวนี้มาจากที่ใด?" น้ำเสียงของเขาลึกล้ำและอันตราย ทุกถ้อยคำที่เปล่งออกมาล้วนมีน้ำหนักราวกับขุนเขาที่กดทับลงบนบ่า "ข่าวกรองย่อมมีที่มาของมัน เช่นเดียวกับที่ท่านอ๋องทรงทราบว่าข้าซ่อนอะไรไว้ในห้องสมุดแห่งนี้" ลี่เหมยเงยหน้าสบตาเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว นางก้าวเข้าไปประชิดอีกนิดจนได้กลิ่นไอความร้อนจากร่างกายของบุรุษตรงหน้า "แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ... ใครเป็นผู้สั่งการให้ใช้หมึกผสมพิษนี้ในการลงนามพระราชโองการโยกย้ายกำลังพลเขตชายแดนเมื่อยามซื่อที่ผ่านมาต่างหาก" บรรยากาศในห้องพลระอุขึ้นด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็น หลี่จวินหรงหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว, ลี่เหมย... ความฉลาดมักเป็นภัยต่อสตรีในยุคสมัยที่บ้านเมืองกำลังเปลี่ยนผ่านเช่นนี้" "หากปราศจากความฉลาด ข้าคงไม่ยืนอยู่ตรงนี้เพื่อเจรจากับท่านอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพครึ่งค่อนประเทศหรอกเพคะ" นางตอบโต้ทันควัน น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันเล็กน้อยที่ซ่อนไว้ภายใต้ความสุภาพ มือหนาของหลี่จวินหรงเอื้อมขึ้นคว้าข้อมือเรียวของนางไว้โดยไม่ทันตั้งตัว แรงบิดเพียงน้อยนิดก็ทำให้นางต้องขยับเข้าไปใกล้เขาจนแทบชิด แผ่นอกกว้างที่ห่อหุ้มด้วยเครื่องแบบทหารแนบชิดกับอาภรณ์ผ้าไหมเนื้อดีของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่ใกล้ใบหู "เจ้าคิดจะเอาชีวิตเข้าแลกกับเกมการเมืองครั้งนี้หรือไง? รู้หรือไม่ว่าเบื้องหลังพระราชโองการฉบับนั้นคือใคร..." เขากระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังและดุดันขึ้น "หากองค์ชายรองและพรรคพวกในกรมพิธีการรู้ว่าเจ้าล่วงรู้ความลับนี้ หัวบนบ่าของเจ้าคงอยู่ไม่ถึงรุ่งสาง" "แล้วถ้าข้าบอกว่า... ข้ามีวิธีทำให้แผนการขององค์ชายรองพังทลายลงในคราเดียώเล่า ท่านอ๋องจะยังมองว่าข้าเป็นเพียงสตรีในเรือนหลังที่รอความช่วยเหลืออยู่อีกหรือไม่?" ลี่เหมยเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตากลมโตเป็นประกายเด็ดเดี่ยว ไร้ความหวาดกลัวต่ออำนาจมืดที่ครอบงำราชสำนัก หลี่จวินหรงชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตานาง ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความทะเยอทะยานอันตรายกับความสามารถที่แท้จริงของสตรีตรงหน้า เคมีที่คุกกรุ่นระหว่างความเย็นชาดุดันของยอดแม่ทัพกับสติปัญญาอันเป็นเลิศของกุนซือสาวแผ่ซ่านไปทั่วห้องอับทึบ ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝูงหนึ่งก็ดังขึ้นแว่วๆ จากนอกกำแพงเรือน เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินกรวดและเสียงกระซิบกระซาบของทหารยามดังใกล้เข้ามาทุกที หลี่จวินหรงขมวดคิ้วมุ่น เขากวาดสายตามองไปรอบห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนจะดึงตัวลี่เหมยเข้าไปซ่อนหลังฉากกั้นผ้าไหมปักลายพยัคฆ์ซ่อนลายในเสี้ยววินาทีที่ประตูห้องถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง แสงไฟจากคบเพลิงสาดส่องเข้ามาวับแวม เงาร่างของนายทหารคนสนิทในชุดเครื่องแบบเต็มยศก้าวเข้ามาพร้อมกับม้วนกระดาษลับในมือ เขารายงานด้วยน้ำเสียงร้อนรน "ท่านอ๋อง! สายรายงานด่วนจากคลังหลวง... พบร่องรอยการเคลื่อนย้ายตราประทับหยกของฮ่องเต้แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" หลี่จวินหรงที่ยืนแนบชิดอยู่กับลี่เหมยในความมืดหลังฉากกั้น ชะงักค้างไปทันที ลมหายใจของทั้งสองคนประสานกันอยู่ในพื้นที่แคบๆ ปลายจมูกของเขาเกือบจะชนกับเส้นผมหอมกรุ่นของนาง ทว่าสายตากลับคมกริบดั่งคมดาบที่พุ่งตรงไปยังร่างของนายทหารด้านนอก และในวินาทีที่ทหารผู้นั้นก้าวเข้ามาใกล้ฉากกั้น พร้อมกับเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้เลือดในกายของหลี่จวินหรงแทบจับตัวเป็นน้ำแข็ง... "และคนที่ถือตราประทับนั้นออกจากวังหลวงในยามวิกาล... คือคนที่ท่านไว้ใจที่สุดพ่ะย่ะค่ะ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกัน ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมอำนาจในชุดเครื่องแบบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%