คมดาบเหล็กกล้าขึ้นเงาวับวาวสะท้อนแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างกระดาษสา ปลายคมกริบนั้นจ่ออยู่ห่างจากผิวเนื้อบริเวณลำคอระหงของลี่เหมยเพียงมิลลิเมตรเดียว กลิ่นคาวเลือดและกลิ่นอายสังหารลอยคละคลุ้งอบอวลอยู่ในห้องเก็บเสบียงแคบๆ แห่งนี้จนแทบหายใจไม่ออก
ทว่า... ไม่มีแม้แต่เสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก
ลี่เหมยยังคงนั่งนิ่งสงบราวกับรูปสลักหยกขาว เรือนร่างอรชรในชุดเสื้อผ้าฝ้ายหยาบสีทึบตามแบบฉบับชาวบ้านยุคแปดสิบ หาได้สั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวไม่ ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเยือกเย็นดั่งน้ำค้างแข็งกลางเหมันตฤดู นางเพียงแค่ปรายหางตามองคมดาบที่จ่อคอหอย ก่อนจะค่อยๆ เบนสายตาขึ้นประสานกับดวงตาคมกริบราวเหยี่ยวอินทรีย์ของหลี่จวินหรงที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
"ดูท่า... แขกยามวิกาลกลุ่มนี้ จะไม่ได้มาเพื่อเจรจาการค้ากระสอบปุ๋ยเคมีเสียแล้วกระมังครับท่านนายทหาร"
เสียงหวานกังวานเอ่ยขึ้นเรียบเรื่อย ไร้ซึ่งความสะดุด ไม่มีความตื่นตูมแม้แต่น้อย ท่าทีสุขุมเกินกว่าสตรีชาวบ้านทั่วไปทำเอาเงาร่างในชุดนินจาดำทะมึนชะงักไปวูบหนึ่ง
หลี่จวินหรงไม่ปริปากเอ่ยคำใด ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารบดบังรัศมีรอบตัวจนน่าเกรงขาม กล้ามเนื้อภายใต้ร่มผ้าตึงเกร็งเตรียมพร้อมระเบิดพลัง เขายังคงจ้องลี่เหมยเขม็ง ประกายตาซับซ้อนยากจะคาดเดา ในหัวของชายหนุ่มกำลังประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว—มือสังหารระดับเงาโลหิตเหล่านี้ไม่ใช่โจรภูเขาไก่กา แต่เป็นนักฆ่ามืออาชีพที่ถูกฝึกมาเพื่อปลิดชีพเป้าหมายอย่างไร้ร่องรอย แล้วพวกมันรู้ได้อย่างไรว่าเขาและนางกำลังตรวจสอบบัญชีลับในห้องนี้?
"จับตัวนางไว้! ส่วนไอ้สารเลวนั่น... ฆ่าทิ้งเสีย!" หัวหน้ากลุ่มนินจาเอ่ยเสียงเหี้ยมเกรียม พลางส่งสัญญาณมือให้ลูกน้องพุ่งเข้าจู่โจม
ฉับพลัน!
หลี่จวินหรงเคลื่อนไหวราวกับพยัคฆ์ร้ายตื่นจากจำศีล ร่างสูงใหญ่พุ่งทะยานเข้าขวางหน้าลี่เหมยไว้ในเสี้ยววินาที มือหนาคว้าจับด้ามปืนพกสั้นที่เหน็บไว้ข้างเอวอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ เสียงคำรามต่ำในลำคอของชายหนุ่มดังก้องพร้อมกับประกายไฟและเสียงคำรามของดินปืนที่แหวกอากาศออกไป!
*ปัง!*
กระสุนนัดแรกเจาะทะลุหัวไหล่ของมือสังหารคนแรกที่พุ่งเข้ามาจนมันหงายหลังล้มตึง แต่กระนั้น จำนวนคนที่มากกว่าทำให้วงล้อมบีบกระชับเข้ามาอย่างรวดเร็ว ดาบซามูไรและมีดสั้นนับสิบเล่มระดมฟันแทบไม่ให้ตั้งตัว หลี่จวินหรงต้องใช้ทั้งทักษะการต่อสู้ระยะประชิดและร่างกายที่กำยำปกป้องหญิงสาวด้านหลังอย่างยากลำบาก เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนผนังไม้เก่าคร่ำคร่า
ลี่เหมยมิได้นิ่งดูดาย นางฉวยจังหวะชุลมุนก้มตัวลงคว้าขวดแก้วบรรจุผงสารเคมีปฏิกิริยาไวไฟที่นางแอบปรุงขึ้นเพื่อใช้ทดลองกับดินปำรุงพืชในแปลงเกษตร ก่อนจะปาออกไปกระทบพื้นเบื้องหน้ากลุ่มมือสังหารอย่างแม่นยำ
*เพล้ง! พรึบ!*
ประกายไฟจากการยิงปืนเมื่อครู่ทำปฏิกิริยากับสารเคมีทันที เกิดเป็นเปลวไฟลุกโชนสว่างวาบขึ้นกลางห้อง บดบังทัศนียภาพของพวกมันจนต้องยกแขนขึ้นป้องใบหน้าด้วยความตื่นตระหนก
"หนี!" หลี่จวินหรงไม่รอช้า คว้าข้อมือเรียวบางของลี่เหมยไว้แน่นแล้วออกแรงกระชากให้วิ่งฝ่าม่านควันและกองเพลิงทะลวงออกทางหน้าต่างด้านหลังที่ถูกถีบจนพังทลาย
ทั้งสองร่างพุ่งทะยานหลบหนีท่ามกลางความมืดมิดของยามราตรี สายลมหนาวเยือกพัดกรรโชกผ่านยอดไม้ไผ่ เสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ดังประสานไปกับเสียงฝีเท้าที่เหยียบย่ำลงบนใบไม้แห้งกรอบ หลี่จวินหรงพาหลี่เหมยลัดเลาะผ่านตรอกซอกซอยแคบๆ ของหมู่บ้านชนบท จนกระทั่งมาหลบซ่อนตัวอยู่ภายในศาลเจ้าร้างเก่าแก่ที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปี
เงาจันทร์เสี้ยวสาดส่องผ่านหลังคารั่วลงมาต้องใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและรอยเลือดจางๆ หลี่จวินหรงดันร่างของลี่เหมยชิดติดกับเสาไม้สักโบราณ สองแขนกักขังนางไว้ตรงกลางเพื่อป้องกันอันตราย ใบหน้าของเขาก้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ใกล้ชิด
ดวงตาดุร้ายคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย จ้องมองหญิงสาวที่ไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย นางเพียงแค่เงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาสุกใสเป็นประกายท้าทาย
"ท่านอ๋อง... ดูท่าการลี้ภัยมาอยู่ในร่างนายทหารระดับสูงในยุคเปลี่ยนผ่านนี่ จะทำให้ท่านงานชุกชุมมิใช่น้อยเลยนะครับ" ลี่เหมยเอ่ยกระซิบเสียงแผ่วเบา มุมปากหยักยิ้มบางเบาราวกับเย้าหยอก
หลี่จวินหรงแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยลอดไรฟัน "เจ้าเป็นใครกันแน่... ลี่เหมย? สตรีชาวบ้านธรรมดาที่ไหนจะพกสารเคมีระเบิดติดตัว และมีความเยือกเย็นต่อหน้าคมดาบได้เช่นนี้ หญิงสาวเช่นเจ้า... ซ่อนความลับอะไรไว้อีก?"
นิ้วเรียวแกร่งของชายหนุ่มไล้เบาๆ บนคางมนของนาง บังคับให้นางเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสอันดุดันแต่แฝงไว้ด้วยความเร่าร้อน เขากดดันนางด้วยแววตาที่ต้องการคำตอบ
ก่อนที่ลี่เหมยจะทันได้เอ่ยปากตอบคำถามอันแหลมคมนั้น ประตูไม้บานใหญ่ของศาลเจ้าร้างก็ถูกผลักเปิดออกช้าๆ ด้วยแรงลมภายนอก พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่กลางโถงศาลเจ้า
แสงจันทร์เผยให้เห็นเงาร่างของชายวัยกลางคนในชุดสากลสีเทาเข้ม เนคไทผูกเนียบเรียบร้อย ทว่าแววตากลับเย็นชาและเต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน
"ไม่นึกเลยว่า... ท่านนายพลหลี่ผู้ยิ่งใหญ่ จะมาแอบซ่อนตัวอยู่กับนางผู้หญิงขายยาชาวบ้านต่ำต้อยในสถานที่โสมمเช่นนี้" น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยทักทายขึ้น พร้อมกับที่ชายคนนั้นยกถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวลายครามขึ้นจิบช้าๆ อย่างใจเย็น
หลี่จวินหรงหันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันที แววตาคมกริบหรี่แคบลงด้วยความระแวงระวัง ขณะที่ลี่เหมยแอบเหลือบมองถ้วยชาในมือของชายแปลกหน้าคนนั้น ก่อนที่ดวงตาของนางจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นคราบสีดำจางๆ ที่ก้นถ้วย...
...นั่นมันยาพิษไร้สีไร้กลิ่นจากสำนักลับทางใต้!
--------------------------------------------------
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและสนับสนุน "เฉินเว่ยสายลุย" เสมอมานะครับ
กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมอำนาจในชุดเครื่องแบบ•ตอนที่ 11
การเจรจาบนความเสี่ยง
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมอำนาจในชุดเครื่องแบบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!