กลิ่นหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณนับร้อยปีอบอวลอยู่ทั่วห้องใต้ดินลับใต้หออักษรหลวง แสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันสำริดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของซูเหม่ยหลินให้คมชัดราวกับภาพวาดพู่กันจีนสีเข้ม นางไม่ได้ใส่ใจหยาดเหงื่อที่ซึมอยู่ตามไรผม ความสนใจทั้งหมดของนางถูกตรึงไว้กับหีบไม้จันทน์แดงสลักลายหงส์ที่ถูกลงกลไกสยบพยัคฆ์ไว้ถึงสามชั้น
นี่คือสมรภูมิที่ไม่มีเสียงกลองศึก... แต่เดิมพันด้วยชีวิตของขุนนางนับร้อยและอนาคตของราชสำนัก
"เจ้าแน่ใจหรือว่ารหัสเปิดกลไกชั้นที่สามคืออักษรชุดนั้น?"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากมุมมืด หลี่จวินหรงก้าวออกมาจากเงาสลัว อาภรณ์สีเข้มกลกลืนกับบรรยากาศรอบตัว ทว่าดวงตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก เขายืนซ้อนอยู่ด้านหลังนางในระยะที่ใกล้จนเกินความจำเป็น ไออุ่นจากร่างกายของราชเลขาธิการหนุ่มปะทะกับความเย็นเยียบของห้องใต้ดิน สร้างแรงกดดันอันเงียบงันที่ซูเหม่ยหลินคุ้นเคยเป็นอย่างดี
นางไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง ปลายนิ้วเรียวยังคงกดลงบนสลักไม้แกะสลักอย่างแม่นยำ "ใต้เท้าหลี่กังวลว่าข้าจะคำนวณพลาด หรือกลัวว่าความจริงที่ท่านเพียรปกปิดมาตลอดจะถูกเปิดเผยกันแน่คะ?"
น้ำเสียงของนางราบเรียบ เจือความเย้ยหยันเล็กน้อยที่มุมปาก ซูเหม่ยหลินรู้ดีว่าคนผู้นี้มีอุดมการณ์สูงส่งเพียงใด เขายึดมั่นในกฎหมายบ้านเมืองราวกับศิลาศาลหลักเมือง แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้ดีว่ากฎหมายไม่อาจชำระล้างความเน่าเฟะของราชสำนักได้ทั้งหมด—นั่นคือเหตุผลที่เขายืนอยู่ ณ จุดนี้เคียงข้างนาง แม้ว่าวิธีการของพวกเขาจะอยู่คนละฟากฝั่งของเส้นศีลธรรมก็ตาม
*คลิก!*
เสียงกลไกชิ้นสุดท้ายดีดตัวออกอย่างแผ่วเบา แต่ก้องกังวานในความเงียบงัน หีบไม้จันทน์แดงเปิดอ้าออกเผยให้เห็นสิ่งของที่อยู่ภายใน
ไม่มีทองคำล้ำค่า ไม่มีอาวุธโบราณ มีเพียงสมุดปกหนังปลาฉลามเล่มหนาที่ปิดผนึกด้วยครั่งประทับตราลายพยัคฆ์เหิน และป้ายหยกประจำตัวขุนนางระดับสูงนับสิบชิ้นที่กองทับกันอยู่
บัญชีรายชื่อขุนนางกังฉิน... หลักฐานชิ้นสุดท้ายที่เชื่อมโยงเครือข่ายทุจริตคอรัปชันและการสมคบคิดกับต่างแคว้นของเสนาบดีใหญ่มานานแรมปี
ซูเหม่ยหลินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นเทาในอก ปมแค้นของการล้างมลทินตระกูลซูที่ถูกกดทับไว้ด้วยหยาดน้ำตาและรอยเลือดตลอดหลายปีที่ผ่านมา กำลังจะได้รับการชำระสะเด็ดน้ำก็ในวันนี้ นางเอื้อมมือออกไปหมายจะหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมาตรวจสอบ
ทว่า ปลายนิ้วของนางกลับต้องชะงักค้าง เมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดอีกข้างหนึ่งของหลี่จวินหรงเอื้อมมาทาบทับลงบนหลังมือของนางอย่างรวดเร็วและหนักแน่น
นางตวัดสายตากลับไปมองเขา ใบหน้าของเขากลับมาเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่น ทว่าแววตาคู่นั้นกลับลุ่มลึกจนยากจะหยั่งถึง
"อย่าเพิ่งรีบร้อนซูเหม่ยหลิน" หลี่จวินหรงเอ่ยกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านใบหูขาวสะอาดของนางจนขนลุกชัน "เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่า ความลับระดับสั่นคลอนแผ่นดินเช่นนี้ จะถูกเก็บไว้ในที่ที่เข้าถึงได้ง่ายดายปานนี้?"
ซูเหม่ยหลินขมวดคิ้วมุ่น สมองอันฉลาดเป็นกรดประมวลผลอย่างรวดเร็ว "ท่านหมายความว่า..."
ยังไม่ทันที่นางจะได้คำตอบ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นก้องกังวานมาจากบันไดทางลงห้องใต้ดิน—ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของคนธรรมดา แต่เป็นเสียงเกราะกระทบกันและคมดาบที่ถูกชักออกจากฝักอย่างพร้อมเพรียง!
"มีคนบุกรุก! ปิดล้อมห้องใต้ดินไว้ อย่าให้ใครเล็ดลอดออกไปได้แม้แต่คนเดียว!"
เสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจและเหี้ยมเกรียมดังเล็ดลอดเข้ามา แสงคบเพลิงสว่างวาบสาดส่องทะลุผ่านช่องประตูหินลงมาขับไล่ความมืดมิดในห้องใต้ดินจนหมดสิ้น
สีหน้าของซูเหม่ยหลินเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในทันที พวกมันมาเร็วกว่าที่คาดไว้มาก ใครเป็นคนทรยศข่าวสาร? หรือนี่คือ... กับดักตั้งแต่แรกเริ่ม?
นางหันขวับไปจ้องหน้าหลี่จวินหรง ดวงตาคู่สวยประกายวาวโรจน์ด้วยความระแวงสงสัย "ใต้เท้าหลี่... ท่านรู้เรื่องนี้อยู่แล้วใช่ไหมคะ?"
หลี่จวินหรงไม่ได้ตอบคำถามของนาง ริมฝีปากหยักสวยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่อ่านไม่ออกระหว่างความเยือกเย็นและการปกป้อง ก่อนที่เขาจะคว้าข้อมือนางไว้แน่นแล้วดึงตัวนางเข้าไปหลบหลังชั้นตำราโบราณอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงถีบประตูหินด้านนอกที่พังทลายลงมาเสียงดังสนั่น!
— หมอกเหมยปลายฤดู —
หมากกระดานลวงกับขุนนางหน้าตาย•ตอนที่ 27
หลักฐานชิ้นสุดท้าย
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับขุนนางหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!