หมากกระดานลวงกับขุนนางหน้าตาย•ตอนที่ 1

หมากตาแรกบนกระดานร้าง

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
กลิ่นหมึกจีนชั้นดีที่เพิ่งเจือจางผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าอายุร่วมทศวรรษ ลอยตลบอบอวลอยู่ภายในห้องลับใต้ดินของสำนักอาลักษณ์ กลไกเฟืองไม้ไผ่ส่งเสียงขบกันเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของภูตผี ซูเหม่ยหลินไม่เคยใส่ใจกับบรรยากาศที่กดดันจนหายใจไม่ทั่วท้องเช่นนี้ ร่างระหงในชุดคลุมสีเทาเข้มกลมกลืนไปกับเงื้อมเงาของชั้นหนังสือสูงจรดเพดาน ปลายน้าวเรียวยาวที่สวมปลอกเล็บทองเหลืองกำลังคีบแผ่นกระดาษสาบางเบาแผ่นหนึ่งขึ้นมาพิจารณาอย่างเงียบเชียบ ดวงตาคู่งคมกริบราวกับใบมีดซ่อนในฝักกวาดมองตัวอักษรหวัดๆ ที่เขียนด้วยพู่กันขนกระต่ายป่า ลายเส้นนี้มีความเฉียบคมและองอาจจนน่าสะพรึงกลัว มันไม่ใช่ลายมือของขุนนางชั้นผู้น้อยทั่วไปอย่างแน่นอน และที่สำคัญที่สุด... รอยเปื้อนหมึกรูปครึ่งวงกลมที่มุมล่างซ้ายนั้น คือเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่นางจดจำได้ขึ้นใจ รอยนิ้วมือของคนผู้1—คนที่มีอำนาจล้นฟ้า และเป็นผู้เขียนกฎหมายที่นางกำลังพยายามฉีกมันทิ้งทีละน้อย "เจ้ากำลังเล่นกับไฟที่ร้อนแรงเกินกว่าจะใช้มือเปล่าดับมันนะ, แม่นางซู" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามแผ่วเบาของพยัคฆ์ยามหลับใหล ดังขึ้นจากมุมมืดที่ไร้แสงเทียน ซูเหม่ยหลินไม่มีอาการสะดุ้งตกใจแม้แต่น้อย นางเพียงแต่หยุดปลายนิ้วที่กำลังจะพลิกกระดาษแผ่นนั้น ใบหน้ารูปไข่ยังคงเรียบเฉยราวน้ำในบึงใหญ่ที่ไร้ระลอกคลื่น ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ ที่ตรงนั้น... บริเวณเงื้อมเงาของเสาไม้จันทน์แดง หลี่จวินหรงก้าวออกมาจากความมืดอย่างเงียบเชียบ ร่างสูงโปร่งในชุดขุนนางสีม่วงเข้มปักลายเมฆาด้วยด้ายเงินสะท้อนแสงไฟจากตะเกียงเพียงน้อยนิด สันจมูกโด่งเป็นคมรับกับริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง ดวงตาคมปลาวาฬคู่นั้นไม่ได้มีความตกใจที่เห็นนางอยู่ที่นี่ ยามนี้มันฉายแววเยียบเย็นและลึกล้ำเกินกว่าจะหยั่งถึง ราวกับเขารู้อยู่แล้วว่านางจะมาขุดคุ้ยหาหลักฐานชิ้นนี้ และจงใจปล่อยให้นางเดินมาติดกับดักด้วยความสมัครใจ ซูเหม่ยหลินคลี่ยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา นางวางกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งอย่างแผ่วเบา ราวกับสิ่งของชิ้นนั้นคือก้อนหิมะที่พร้อมจะละลายคามือ "ใต้فل หลี่... ยามวิกาลเช่นนี้ ราชเลขาธิการผู้ทรงเกียรติผู้ตรวจชำระกฎหมายทั่วแผ่นดินไยงจึงมีเวลาว่างมาเดินเล่นในห้องเก็บเอกสารลับที่คนนอกห้ามเข้าเล่าเจ้าคะ หรือว่ากฎหมายที่ท่านเป็นผู้ร่างขึ้นมา บัญญัติไว้ว่าขุนนางสามารถเดินตรวจตราคลังเอกสารลับได้ตามอำเภอใจ" หลี่จวินหรงสาวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ฝีเท้าของเขาเบาราวกับแมวป่า แต่กลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลง เขายืนหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานตัวเล็กๆ คั่นกลางระหว่างเขากับนาง ดวงตาทรงอำนาจคู่นั้นกวาดมองเอกสารบนโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตากับนางตรงๆ "ข้าไม่ได้มาเดินเล่น" น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่กลับน่ากลัวยิ่งกว่ายามตะคอก "ข้ามาเพื่อดูว่า... สุนัขล่าเนื้อตัวเก่งของใครบางคน กำลังดมกลิ่นเจอซากศพเน่าๆ ชิ้นไหนบ้างแล้ว" "สุนัขล่าเนื้ออย่างข้า อย่างน้อยก็มีความซื่อสัตย์ต่อความจริง มากกว่าบรรดาขุนนางหน้าตายที่เอาแต่สวมหน้ากากคุณธรรม ปิดหูปิดตาชาวประชาเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลใหญ่เสียอีกนะเจ้าคะ" นางโต้กลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก ซ่อนเร้นความโกรธแค้นที่ถูกกดทับไว้ด้วยสติปัญญาอันเฉแหลมคม หลี่จวินหรงไม่โต้เถียง มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่หาได้ยากยิ่ง เขาก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายโน้มเข้ามาใกล้จนซูเหม่ยหลินได้กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่อ่อและกลิ่นหมึกชั้นดีที่ติดกายเขา ลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านพวงแก้มของนางแผ่วเบา ขณะที่กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของกุนซือสาวกระตุกวูบ "ความจริงหรือ... เจ้ามั่นใจแค่ไหนว่าความจริงที่เจ้ากำลังตามหา จะไม่ใช่แค่ภาพลวงตาที่ใครบางคนจงใจวาดขึ้นเพื่อล่อให้แมลงเม่าอย่างเจ้าบินเข้ากองไฟ" ซูเหม่ยหลินชะงักไปชั่วลมหายใจ นางหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อวิเคราะห์ความหมายเบื้องหลังคำพูดนั้น แต่มือข้างหนึ่งภายใต้แขนเสื้อกว้างกลับแอบกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความสงสัยระลอกหนึ่งตีรวนขึ้นในอก หรือว่าเอกสารฉบับนี้... จะเป็นเพียงเหยื่อล่อจริงๆ? ทว่า ก่อนที่นางจะได้กล่าววาจาใดเพื่อตอบโต้เชิงจิตวิทยานั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและรวดเร็วจํานวนหลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก ทะลุผ่านม่านกั้นเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจขององครักษ์เฝ้าประตู "แย่แล้ว! มีคนบุกรุกเข้าไปในห้องเก็บเอกสารชั้นใน!" หลี่จวินหรงผละตัวออกห่างจากนางทันทีอย่างรวดเร็วราวกับภาพลวงตา ดวงตาคมกริบเหลือบมองไปที่ประตูห้องที่กำลังจะถูกกระชากเปิดออก ก่อนจะหันมามองหน้าซูเหม่ยหลินที่มีประกายความตื่นตระหนกวาบผ่านดวงตาคู่สวยเป็นครั้งแรก ชายหนุ่มเอื้อมมือออกไปอย่างรวดเร็ว คว้าข้อมือเรียวของนางไว้ด้วยแรงที่ไม่อثิเสธได้ ก่อนจะดึงร่างบางให้หลบเข้าไปหลังชั้นหนังสือสูงทึบที่อับชื้นและมืดสนิทด้วยกันอย่างไร้ซุ่มเสียง ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากนางเพียงคืบเดียวในความมืดมิด "ถ้าไม่อยากตายที่นี่... ก็หุบปากแล้วซบลงที่อกข้าซะ" เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูของนางเต็มไปด้วยความเผด็จการ แต่น่าแปลกที่มันกลับมีพลังบางอย่างที่ทำให้ร่างกายนางปฏิบัติตามโดยสัญชาตญาณ แสงไฟจากคบเพลิงสาดส่องวาบเข้ามาในห้องลับ พร้อมกับเงาร่างของทหารยามกลุ่มใหญ่ที่พังประตูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ! หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมเดินทางไปบนเส้นทางหมากกลอันเชือดเฉือดนี้กับหมอกเหมยนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับขุนนางหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%