เศษไม้ชิ้นหนึ่งพุ่งเฉียดแก้วหูของผมไปปักคาเข้ากับผนังหินด้านหลัง เสียงลมหวีดหวิวจากแรงกระแทกแผดเผาประสาทสัมผัสจนแสบผิว แรงสั่นสะเทือนจากฝ่าเท้าของสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์นอกประตูห้องพักแรมกะทันหัน ส่งผลให้ฝุ่นผงบนเพดานร่วงกราวลงมาเหมือนหิมะสีเทา
"ลูมิน่า หมอบลง!"
ผมตวาดลั่นพร้อมกับพุ่งตัวคว้าข้อแขนเรียวบางของเอลฟ์สาวไว้ แรงดึงทำให้เรากลิ้งหลบไปด้านข้างโต๊ะไม้โอ๊กทึบในเสี้ยววินาทีที่เศษซากบานประตูถูกอัดกระแทกเข้ามาด้วยพละกำลังมหาศาล แรงดันลมจากการพุ่งชนระเบิดข้าวของกระจัดกระจาย เศษไม้แหลมคมนับร้อยชิ้นพุ่งแหวกอากาศราวกับห่าฝนธนู
ดวงตาของผมกวาดมองผ่านช่องว่างของโต๊ะอย่างรวดเร็ว ระบบวิเคราะห์ข้อมูลเชิงยุทธวิธีถูกปลุกขึ้นมาทำงานทันที หน้าต่างสีฟ้าโปร่งใสปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังระรัวในหัว
[คำเตือน: ตรวจพบสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ระดับสูง - "อสุรกายเหล็กไหลทมิฬ" (Dark-Steel Behemoth)]
[ระดับอันตราย: B+ (โซนอันตรายระดับกลาง)]
[คำแนะนำ: จุดอ่อนอยู่ที่ข้อต่อบริเวณหัวเข่าซ้ายและแกนพลังงานกลางอก การเผชิญหน้าตรงๆ มีโอกาสรอดชีวิต 3.4%]
ตัวเลขความน่าจะเป็นต่ำเตี้ยเรี่ยดิน... แต่สำหรับผม มันไม่ใช่ตัวเลขที่บอกให้ยอมแพ้ แต่มันคือแผนที่นำทางสู่ชัยชนะ
ฝุ่นควันจางลงเผยให้เห็นเงาร่างมหึมาสูงเกือบสามเมตร มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่สวมเกราะหนาทึบที่หลอมรวมเข้ากับเนื้อหนัง ผิวหนังสีดำสนิทสะท้อนแสงไฟสลัวจากคบเพลิงริมทางเดิน ดวงตาสสีแดงฉานคู่โตจ้องมองตรงมายังซอกมุมที่เราซ่อนอยู่ เสียงคำรามต่ำในลำคอของมันสั่นสะเทือนไปถึงกระดูกดำ
"เรน... นั่นมันตัวอะไรกันครับ แรงกดดันนี่มัน..." เสียงของลูมิน่ากระซิบแผ่วเบา เธอยันตัวลุกขึ้นคุกเข่า มือเรียวกำด้ามดาบคาตاناประจำตัวแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แม้ความทรงจำของเธอจะเลือนหาย แต่สัญชาตญาณนักรบยังคงตื่นตัวเต็มที่
"แขกที่ไม่ได้รับเชิญจากเขตแดนชั้นในของทุ่งราบแห่งเงา" ผมตอบเสียงเรียบ พยายามควบคุมจังหวะการหายใจให้สม่ำเสมอ แม้เหงื่อกาฬจะเริ่มซึมตามไรผม "มันหลุดรอดจากแนวป้องกันโซนกลางมาได้ยังไง... หรือว่าบาเรียเวทมนตร์รอบเมืองร้างนี้กำลังเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่คำนวณไว้?"
อสุรกายเหล็กไหลก้าวเข้ามาในห้อง เสียงกรงเล็บเหล็กขูดกับพื้นหินดังเอี๊ยดอาร์ดบาดหู มันก้มตัวลงใช้มือมอดปัดซากโต๊ะทำงานของผมกระเด็นราวกับเป็นเพียงกล่องกระดาษ เผยให้เห็นร่างของเราสองคนที่หมอบอยู่
*ตึง!*
มันเงื้อมือที่กลายสภาพเป็นกรงเล็บขนาดมหึมาหมายจะตะปบทะลวงลงมา
"หลบไป!"
ผมตะโกนลั่นพร้อมกับดีดตัวออกด้านขวาอย่างสุดแรง ขณะเดียวกัน ลูมิน่าก็สะบัดตัวพุ่งทะยานขึ้นไปกลางอากาศ ร่างของเธอหมุนตัวควงสว่านอย่างงดงาม ดาบในมือเปล่งประกายแสงสีฟ้าอ่อน—ทักษะดาบที่หลงเหลือจากสัญชาตญาณ
*เคร้ง!*
คมดาบปะทะเข้ากับเกราะเหล็กที่แขนขวาของอสุรกายจนเกิดประกายไฟสว่างวาบ แรงสะท้อนทำให้ลูมิน่ากระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว ร่างเพรียวบางพลิตัวลงพื้นอย่างนุ่มนวลแต่ลมหายใจหอบกระชั้น
"เกราะมันหนาเกินไป... ฟันไม่เข้าครับ!" ลูมิน่าร้องเตือน สีหน้าของเธอเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"ผมเห็นแล้ว" ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือขวาตวัดเรียก "มีดสั้นวิเคราะห์สนามพลัง" ออกมาจากช่องเก็บของมิติ สติและความเยือกเย็นทั้งหมดถูกดึงกลับมาควบคุมสถานการณ์ "ลูมิน่า ดึงความสนใจมันไปที่ด้านซ้าย สามวินาทีพอไหม?"
เอลฟ์สาวหันมาสบตาผม ชั่วพริบตานั้น ไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่ในแววสีมรกตคู่นั้น มีเพียงความเชื่อใจอันหนักแน่น
"สำหรับท่าน... สองวินาทีก็เหลือเฟือแล้วครับ!"
สิ้นเสียงคำประกาศ ลูมิน่าก็หายวับไปกับตาด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ ทิ้งไว้เพียงร่องรอยประกายแสงสีขาวจางๆ เธพุ่งอ้อมไปด้านหลังของอสุรกายเหล็กไหล แล้วใช้ปลายดาบแทงกระแทกเข้าที่ข้อพับเข่าซ้ายอย่างแม่นยำราوจับวาง!
*ฉั๊วะ!*
แม้จะไม่สามารถตัดขาดได้ แต่แรงกระแทกและพลังเวทที่อัดแน่นก็ทำให้ข้อต่อของมันชะงักงัน อสุรกายเหล็กไหลคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวด มันสะบัดแขนหมายจะคว้าจับร่างของลูมิน่าที่กำลังดีดตัวหลบออกมา
นั่นคือจังหวะเวลาที่ผมรอคอย
สมองของผมประมวลผลวิถีการเคลื่อนไหว มุมตกกระทบ และความหนาแน่นของมานาในอากาศเสร็จสิ้นภายในเสี้ยววินาที ผมพุ่งทะยานเข้าไปประชิดตัวมันจากมุมอับด้านขวา เท้าขวายันพื้นส่งแรงส่งทั้งหมดไปยังหัวไหล่ ก่อนจะซัดมีดสั้นวิเคราะห์สนามพลังพุ่งตรงเข้าใส่รอยต่อบริเวณแกนพลังงานกลางอกที่ไร้การป้องกัน
*ฉึก!*
คมมีดจมหายเข้าไปจนมิดด้าม ตามด้วยเสียงระบบสั่นเตือนในหัวที่ดังขึ้นถี่รัว
[ตรวจพบการทำลายแกนพลังงานเป้าหมาย!]
[เงื่อนไขการกำจัดสำเร็จ: อสุรกายเหล็กไหลทมิฬสูญเสียเสถียรภาพ]
ร่างมหึมาของอสุรกายชะงักค้าง ดวงตาสีแดงฉานกระพริบถี่ๆ ก่อนที่รอยร้าวสีฟ้าสว่างจะลามเลียไปทั่วร่างของมัน เสียงระเบิดเบาๆ ดังขึ้นจากภายใน อสุรกายเหล็กไหลทรุดฮวบลงคุกเข่าก่อนจะสลายกลายเป็นละอองแสงสีดำหายไปในอากาศ เหลือเพียงผลึกพลังงานสีเทาเข้มเม็ดหนึ่งตกกระทบพื้นเสียงดัง *กริ๊ง*
ผมถอนหายใจยาวเหยียด ยืนค้ำเข่าพยายามปรับลมหายใจที่ติดขัด ความเหนื่อยล้าแผ่ซ่านไปทั่วกล้ามเนื้อ การต่อสู้กับมอนสเตอร์ระดับกลางในสภาพแวดล้อมที่จำกัดเช่นนี้สูญเสียพลังงานไปไม่น้อยเลยทีเดียว
"ยอดเยี่ยมมากครับเรน การประสานงานของเรา... เหมือนเคยทำร่วมกันมาเป็นร้อยครั้งเลย" ลูมิน่าเดินเข้ามาใกล้ ยื่นมือส่งผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดให้ผม รอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าของเธอบดบังความอ่อนล้าได้เป็นอย่างดี
ผมรับผ้ามาเช็ดเหงื่อที่ขมับ พยักหน้ารับเบาๆ "เพราะคุณมีความกล้าหาญต่างหากล่ะครับ... แต่ว่า เรายังพักไม่ได้"
ผมก้มลงเก็บผลึกพลังงานสีเทาขึ้นมาพิจารณา ข้อมูลบนหน้าต่างระบบแสดงผลขึ้นมาทันที ทำให้คิ้วของผมต้องขมวดเข้าหากันอีกครั้ง ผลึกชิ้นนี้ไม่ใช่ไอเทมดรอปธรรมดา แต่มันคือ "ชิ้นส่วนกุญแจผนึก" ที่ควรจะมีอยู่แค่ในเขตแดนชั้นในสุดเท่านั้น
"หมายความว่าไงครับเรน?" ลูมิน่าสังเกตเห็นสีหน้าของผม จึงเอ่ยถามด้วยความกังวล
ผมยังไม่ทันได้เอปากตอบ เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่ดังมาจากหอคอยกลางเมืองร้างก็แผדเสียงกัมปนาทขึ้นพร้อมเพรียงกัน ท้องน้ายามค่ำคืนเหนือทุ่งราบแห่งเงาที่เคยเงียบสงบ พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับถูกย้อมด้วยเลือด
และในวินาทีนั้นเอง... พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเราก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เสียงคำรามประสานเสียงนับร้อยดังก้องมาจากความมืดมิดเบื้องหน้า ราวกับกองทัพที่หลับใหลนับพันปี กำลังลืมตาตื่นขึ้นเพื่อต้อนรับผู้บุกรุกเช่นเรา...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเรนและลูมิน่านะครับ
เซียนกลยุทธ์ไร้เงากับภารกิจกู้ซากโลกเวทมนตร์•ตอนที่ 13
ทุ่งราบแห่งเงา
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกลยุทธ์ไร้เงากับภารกิจกู้ซากโลกเวทมนตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!