"อย่าขยับแม้แต่ปลายนิ้ว... ถ้าไม่อยากให้อวัยวะภายในของคุณกลายเป็นเศษชิ้นส่วนลอยละล่องไปกับสายลม"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังลอดออกมาจากภายใต้ฮู้ดสีดำสนิท น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดังกระโชกโฮกฮาก แต่มันกลับอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันทางเวทมนตร์ระดับสูงจนอากาศภายในห้องเรียนประวัติศาสตร์เวทมนตร์ยามวิกาลหนาแน่นราวกับถูกหล่อด้วยตะกั่ว กลิ่นอายความเย็นเยียบของไอน้ำแข็งและกลิ่นอายอับชื้นของสุสานโบราณโชยเข้าปะทะจมูกจนรินทร์ต้องหรี่ตาลงเล็กน้อยสมองส่วนหน้าประมวลผลสถานการณ์ด้วยความรวดเร็ว
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน แอด... เสียงบานประตูไม้สักเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างของบุคคลผู้สวมผ้าคลุมสีดำสนิทจนมิดชิด กลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมทั่วทั้งห้องทันทีที่แขกยามวิกาลก้าวเท้าเข้ามา
อาจารย์เซเลสเต้ที่ยืนอยู่หน้ากระดานชนวนเวทมนตร์หยุดชะงักมือที่กำลังเขียนวงแหวนอักขระ ดวงตาสีนิลคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย ร่างเพรียวบางในชุดสูทคลุมยาวสีเทาเข้มหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้บรรยากาศรอบตัวจะกดดันจนนักเรียนทั่วไปแทบทรุดลงไปกองกับพื้น แต่เซเลสเต้กลับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยในลักษณะรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง
"นึกว่าใคร... ที่แท้ก็แขกไม่ได้รับเชิญผู้ชื่นชอบการเดินเข้าทางประตูหลังมากกว่าหน้าต่างนี่เอง" อาจารย์เซเลสเต้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงไว้ด้วยกระแสเวทมนตร์คุ้มAura ที่แผ่ออกมาปะทะกับแรงกดดันของผู้มาเยือนจนเกิดเสียงดังเปรี๊ยะราวกับกระแสไฟฟ้าสถิต
ร่างในชุดคลุมสีดำหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและแห้งแล้ง "เซเลสเต้... เธอยังคงอวดดีไม่เปลี่ยน แม้แต่ในสถานที่อับทึบและไร้การปกป้องเช่นนี้ คิดหรือว่าพลังเวทระดับครึ่งเสาหลักของเธอจะปกป้องเด็กหลังห้องคนนั้นได้พ้น?"
เป้าหมายของมันคือรินทร์
เด็กหนุ่มที่กำลังนั่งก้มหน้าก้มตาจดบันทึกสูตรคำนวณการไหลเวียนมานาลงในสมุดปกหนังเก่าๆ ขยับแว่นตากรอบเงินเล็กน้อย เขาวางปากกาขนนก The Quill ลงบนโต๊ะอย่างใจเย็นราวกับสถานการณ์ตรงหน้าเป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศ
"ผมหรือครับ?" รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตากับเงาดำภายใต้ฮู้ด น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท ปราศจากความหวาดกลัวใดๆ "ถ้าจะมาทวงคืนตำราเวทมนตร์โบราณที่หายไปจากหอสมุดกลางเมื่อสามปีก่อน เกรงว่าท่านคงมาผิดที่แล้วล่ะครับ เพราะผมชอบอ่านหนังสือพิมพ์รายวันมากกว่าตำราต้องคำสาปพวกนั้นนะ"
"สามหาว!"
ผู้มาเยือนสะบัดมือภายใต้ผ้าคลุม แรงลมเวทสีม่วงเข้มพุ่งทะยานออกมาดั่งคมมีด มันพุ่งตรงเข้าใส่ชั้นวางอุปกรณ์เวทมนตร์โบราณที่ตั้งอยู่มุมห้องอย่างจงใจ เพล้ง! เสียงกระจกแตกกระจายละเอียด อุปกรณ์เวทมนตร์ประเภทลูกแก้วธาตุและแท่นบูชาพลังงานที่ถูกเก็บไว้ในตู้จัดเก็บเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ระบบกลไกภายในของพวกมันเกิดการลัดวงจรเนื่องจากถูกกระตุ้นด้วยมานาภแปลกปลอม
แคว่ก! คลื่นพลังงานเวทส่วนเกินทำให้เครื่องมือตรวจวัดระดับความเสถียรของมาหน้ารุ่นโบราณเริ่มหมุนวนด้วยความเร็วสูง หน้าจอผลึกมานาส่งเสียงร้องเตือนแหลมสูง *ปี๊ดดดดด-* ก่อนที่มันจะพ่นประกายไฟสีแดงฉานออกมาอย่างไร้การควบคุม
"อาจารย์ระวัง!" รินทร์ส่งเสียงเตือนพร้อมกับดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้
เครื่องมือชิ้นหนึ่ง เป็น "ลูกโลกอารยธรรมเวท" ขนาดเท่าลูกฟุตบอลที่ทำจากทองเหลืองและวงแหวนเวทมนตร์ซ้อนกันเจ็ดชั้น กำลังหมุนวนด้วยความเร็วสูงจนเกิดแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางมหาศาล มันหลุดออกจากแท่นวาง ลอยคว้งอยู่กลางอากาศ และเตรียมระเบิดพลังงานความร้อนสูงรัศมีสามเมตร ซึ่งหากมันระเบิดขึ้นมาในห้องเรียนแคบๆ นี้ แรงอัดจะทำให้โครงสร้างไม้สักโบราณพังทลายลงมาทับพวกเขาทั้งหมดทันที
เงาดำหัวเราะลั่นในลำคออย่างสะใจ "จงพินิจพิเคราะห์ความอ่อนแอของพวกเจ้าเสีย!"
ทว่า ในเสี้ยววินาทีความเป็นความตายนั้นเอง รินทร์ไม่ได้วิ่งหนีไปทางประตู และเขาไม่ได้รอให้เซเลสเต้เป็นคนลงมือ
ดวงตาภายใต้กรอบแว่นตาสะท้อนแสงประกายสีฟ้าจางๆ จากระบบคำนวณในหัวของเขา สมองส่วนการวิเคราะห์ประมวลผลโครงสร้างเวทมนตร์ทำงานด้วยความเร็วสูงลิ่ว *ความถี่การสั่นของวงแหวนทองเหลืองชั้นที่สามอยู่ที่ 48.5 เฮิรตซ์... หากปล่อยให้มันชนกับกำแพง แรงสะท้อนจะกระตุ้นแก่นมานาธาตุไฟด้านในให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่... มีเวลาอีก 1.4 วินาทีเท่านั้น*
"อาจารย์เซเลสเต้ครับ! รบกวนช่วยดึงรั้งแรงโน้มถ่วงรอบตัวลูกโลกนั้นลง 15 เปอร์เซ็นต์ด้วยครับ!" รินทร์ตะโกนสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดราวกับผู้บัญชาการสนามรบ
เซเลสเต้ชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที นางไม่คาดคิดว่าเด็กหนุ่มผู้มีพลังเวทต่ำเตี้ยเรี่ยดินคนนี้จะกล้าออกคำสั่งนาง—ผู้เป็นถึงอาจารย์ผู้คุมกฎแห่งสถาบันเวทมนตร์อัคราเวล แต่ด้วยสัญชาตญาณและความเชื่อใจอันน่าประหลาด ร่างบางจึงสะบัดปลายนิ้ววาดวงแหวนเวทสีเงินกลางอากาศทันที
*ฟึบ!*
แรงโน้มถ่วงรอบลูกโลกทองเหลืองลดฮวบทันที วัตถุตกลงมาช้าลงราวกับลอยอยู่ในน้ำ
นั่นคือจังหวะที่รินทร์รอคอย!
ร่างโปร่งของเด็กหนุ่มพุ่งทะยานเข้าไปประชิดเป้าหมายอย่างไม่เกรงกลัวความร้อน มือขวาของเขาคว้าเอาไขควงเวทมนตร์ด้ามยาวที่พกติดตัวไว้ตลอดเวลาออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุม ปลายไขควงถูกอัดฉีดด้วยพลังเวทธาตุลมปริมาณน้อยนิด แต่มีความแม่นยำสูงระดับร้อยเปอร์เซ็นต์ที่เขาฝึกฝนมานับครั้งไม่ถ้วน
*แกร๊ก! กริ๊ก!*
มือเรียวของรินทร์หมุนสลักเกลียวล็อกแกนกลางของลูกโลกอารยธรรมเวทอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ราวกับช่างนาฬิกาสามัญชนกำลังซ่อมแซมกลไกชิ้นเอก เขากดปุ่มรีเซ็ตมานาฉุกเฉินที่ซ่อนอยู่ใต้ฐานทองเหลือง ซึ่งเป็นจุดบอดที่แม้แต่ผู้สร้างมันขึ้นมาก็ยังมองข้าม
*คลิック-* เสียงกลไกเข้าล็อกดังขึ้นอย่างชัดเจน
ประกายไฟสีแดงฉานที่กำลังปะทุอยู่เมื่อครู่พลันมอดดับลงทันที แรงกดดันมหาศาลสลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงลูกโลกทองเหลืองที่สงบนิ่งนอนอยู่บนฝ่ามือของรินทร์อย่างว่านอนสอนง่าย
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องเรียนอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาของเซเลสเต้และเสียงลมหายใจของรินทร์
เงาดำภายใต้ผ้าคลุมชะงักงัน ภายใต้ฮู้ดสีดำนั้นดวงตาสั่นระริกด้วยความตกตะลึง "เป็นไปไม่ได้... นั่นคือกลไกเวทมนตร์โบราณยุคปฐมกาล เจ้าเด็กไร้พลังเวทมนตร์เช่นเจ้า... ใช้มือเปล่าหยุดมันได้อย่างไร?!"
รินทร์ค่อยๆ วางลูกโลกทองเหลืองลงบนโต๊ะอย่างทะนุถนอม เขาดันแว่นตาขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับแขกยามวิกาลด้วยรอยยิ้มบางเบาที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
"เวทมนตร์อาจจะเป็นเรื่องของพลังและพรสวรรค์... แต่เครื่องจักรกลและการไหลเวียนของพลังงาน มันคือเรื่องของ 'ตรรกะ' และ 'ฟิสิกส์' ครับ" รินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพนิ่มนวล แต่มันกลับบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของผู้ฟัง "ท่านลุงผู้สวมผ้าคลุม... การเข้ามาในห้องเรียนของอาจารย์เซเลสเต้โดยไม่ได้รับอนุญาต แถมยังทำลายทรัพย์สินของทางราชการ เป็นการกระทำที่ขาดทั้งมารยาทและเหตุผลอย่างสิ้นเชิงนะครับ"
เซเลสเต้ที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่เงียบๆ มุมปากของนางยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด นางประสานมือเข้าหากัน นัยน์ตาสีนิลทอประกายวาววับยามมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มผู้ยืนบังนางไว้ครึ่งหนึ่ง
"พูดได้ดีนี่ รินทร์..." อาจารย์สาวเอ่ยเสียงหวานเยือกเย็น นางก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ผู้บุกรุกทีละก้าว บรรยากาศรอบตัวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นรัศมีสีครามเข้มข้นจนพื้นห้องเริ่มปรากฏเกล็ดน้ำแข็งเกาะตัว "ในเมื่อแขกของเรามีความพยายามถึงเพียงนี้... เห็นทีเราคงต้องต้อนรับเขาให้สมฐานะอดีตอาจารย์ผู้ทรยศแห่งหอสมุดหลวงเสียหน่อยแล้วกระมัง"
ผู้บุกรุกผอยถอยหลังไปหนึ่งก้าว สัมผัสได้ถึงอันตรายถึงชีวิตที่กำลังคืบคลานเข้ามา มันสะบัดผ้าคลุมเตรียมร่ายเวทเคลื่อนย้ายพริบตาเพื่อหลบหนี
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนอันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นในโสตประสาทของรินทร์คนเดียว โดยไม่มีใครอื่นได้ยิน
[ระบบตรวจพบเป้าหมายระดับภัยคุกคาม: อดีตนักวิจัยนอกรีตแห่งหอสมุดหลวง (ระดับความอันตราย: A)]
[เงื่อนไขพิเศษบรรลุ: ทำการหยุดยั้งอุปกรณ์อาละวาดและเปิดโปงตัวตนผู้บุกรุกด้วยกระบวนการทางตรรกะ]
[กำลังประเมินรางวัลพิเศษ: ปลดล็อกผังวงจรรุ่นที่ 4 (Blueprint: Aether Engine) และสถานะ 'ผู้ควบคุมกลไกโบราณ']
[คำเตือนจากระบบ: การหลบหนีของเป้าหมายในอีก 5 วินาทีข้างหน้า จะนำไปสู่การเปิดเผยพิกัดลับของกลุ่มองค์กรเงาใต้ดิน... ท่านจะเลือก 'ปล่อยให้หนีไปเพื่อสืบเบาะแส' หรือ 'ขัดขวางและจับกุม ณ ที่นี้ทันที'?]
ดวงตาสีน้ำตาลภายใต้กรอบแว่นของรินทร์หรี่ลงเล็กน้อยเมื่อตัวเลือกปรากฏขึ้นตรงหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสง นิ้วมือของเขากำไขควงเวทมนตร์ในมือแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ
ก่อนที่ร่างในชุดคลุมสีดำจะทันได้ร่ายเวทบทสุดท้ายเพื่อหายตัวไป รินทร์ก็พุ่งตัวออกไปขวางทางหนี พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ทั้งอาจารย์เซเลสเต้และผู้บุกรุกต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"ขอโทษด้วยนะครับ... แต่ผมเกลียดพวกที่ชอบสร้างความเสียหายให้ห้องเรียนของผมตอนที่ผมกำลังจะทำการบ้านให้เสร็จที่สุดเลยล่ะครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของไมโลกับภูตน้อยเสมอนะครับ
เวทมนตร์ฉบับเด็กหลังห้องกับอาจารย์สาวจอมเข้มงวด•ตอนที่ 5
บททดสอบจากความมืด
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ฉบับเด็กหลังห้องกับอาจารย์สาวจอมเข้มงวด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!