กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณและฝุ่นผงที่สะสมมานับร้อยปีคละคลุ้งอยู่ในความมืด มีเพียงแสงสีฟ้าจางๆ จากแผ่นวงจรเวทมนตร์ในมือรินทร์ที่ทำหน้าที่ขับไล่ความมืดมิดเบื้องหน้า กลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นอับของหินปูนชื้นแฉะทำให้บรรยากาศรอบตัวชวนอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
"ระวังฝ่าเท้าของคุณด้วย รินทร์... พื้นหินตรงจุดนี้ถูกกัดกร่อนด้วยกรดเวทมนตร์โบราณ ถ้าคุณก้าวพลาดไปอีกเพียงนิ้วเดียว รองเท้าหนังราคาแพงของคุณคงละลายหายไปก่อนที่เราจะเดินไปถึงครึ่งทางของห้องโถงนี้เสียอีกครับ"
เสียงกระซิบราบเรียบแต่แฝงความจริงจังของอาจารย์เซเลสเต้ดังขึ้นจากด้านหลัง แสงคบเพลิงเวทมนตร์สีนวลในมือของเธอทอดเงายาวทับร่างของเด็กหนุ่มผู้สวมแว่นกรอบโลหะ รินทร์ชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวเหยียบคราบสีดำบนพื้นหิน เขาก้มลงใช้ปลายไม้เท้าสำรวจจุดดังกล่าวเล็กน้อย ก่อนที่ปฏิกิริยาทางเคมีเบาๆ จะส่งเสียงฟู่ขึ้นมาพร้อมกับควันสีขาวจางๆ
รินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาสติสัมปชัญญะตื่นตัวเต็มที่ ดวงตาหลังกรอบแว่นกวาดมองสภาพแวดล้อมรอบตัวด้วยความระแวดระวัง
นี่คือ "ห้องใต้ดินที่ถูกลืม" พื้นที่เขตหวงห้ามระดับสูงสุดของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ สถานที่ซึ่งไม่มีปรากฏอยู่ในแผนผังอาคารเรียนปัจจุบัน และถูกปกปิดไว้ด้วยม่านอาคมพรางตาชั้นยอดที่แม้แต่ศาสตราจารย์อาวุโสหลายท่านก็ยังไม่ล่วงรู้ว่ามันมีอยู่จริง
จุดเชื่อมโยงจากข้อความปริศนาที่พวกเขาเพิ่งถอดรหัสได้จากห้องสมุดใต้ดินเมื่อคืนก่อน—*[พบเป้าหมายแล้ว... ยืนยันการเก็บกวาดโบราณวัตถุหมายเลขศูนย์]*—กำลังนำพาพวกเขาก้าวลึกเข้ามาสู่ใจกลางความลับที่อันตรายที่สุดของโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้
"ผมว่าเราไม่ได้กำลังเดินสำรวจโบราณสถานธรรมดาแล้วล่ะครับ อาจารย์เซเลสเต้" รินทร์เอ่ยขึ้นเบาๆ พลางใช้นิ้วเคาะลงบนโครงสร้างแผ่นวงจรในมือเพื่อปรับความถี่ของสนามพลังเวท "โครงสร้างเสาหินรอบตัวเราถูกจัดเรียงตามรูปแบบ 'เรขาคณิตศักดิ์สิทธิ์' เพื่อสะกดพลังงานบางอย่างเอาไว้ใต้ดิน แรงดันมานาที่ผมตรวจวัดได้ในตอนนี้สูงกว่าค่ามาตรฐานของสถาบันถึงแปดร้อยเท่า... ถ้าไม่มีบาตรป้องกันเวทที่อาจารย์กางไว้รอบตัวเรา ป่านนี้ปอดของผมคงสำลักอนุภาคมานาจนแหลกเหลวไปแล้ว"
อาจารย์เซเลสเต้ก้าวขึ้นมาเคียงข้างเธอ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองไปทั่วห้องโถงกว้างขวางเบื้องหน้า ผนังหินแกรนิตสีดำสนิทถูกสลักไว้ด้วยอักขระโบราณนับหมื่นตัวที่เปล่งแสงสีแดงเรืองรองเป็นจังหวะ ราวกับมันกำลัง "หายใจ"
"คุณเข้าใจไม่ผิดหรอก รินทร์" อาจารย์สาวตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีเทาเข้มสะท้อนแสงสีแดงระยิบระยับ "สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ห้องใต้ดินของโรงเรียน... แต่มันคือห้องทดลองกักเก็บและผนึกกำลังพลโบราณจากสงครามยุคปฐมกาล สถาบันเวทมนตร์ถูกสร้างขึ้นทับบนซากปรักหักพังแห่งนี้ ก็เพื่อทำหน้าที่เป็น 'โซ่ตรวน' คอยกดทับสิ่งที่ถูกฝังอยู่ข้างใต้มิให้ตื่นขึ้นมาต่างหาก"
คำพูดนั้นทำให้รินทร์ต้องหยุดชะงัก สมองอันปราดเปรื่องของเขาประมวลผลข้อมูลมหาศาลอย่างรวดเร็ว หากสถาบันถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นโซ่ตรวน... แล้วเหตุใดบันทึกการเก็บกวาดโบราณวัตถุหมายเลขศูนย์ถึงเพิ่งถูกส่งออกมาเมื่อวานนี้? ใครเป็นคนส่ง? และเป้าหมายที่พวกมันต้องการ "เก็บกวาด" คืออะไรกันแน่?
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำจากเพดานถ้ำที่ดังสะท้อนก้องกังวาน สร้างบรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะใช้มือจับต้องได้
"เดินต่อครับ" อาจารย์เซเลสเต้เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ มือเรียวบางภายใต้ถุงมือหนังสีดำยกขึ้นกระชับด้ามไม้เท้าเวทมนตร์ในมือ "เราต้องไปให้ถึงแท่นบูชาใจกลางห้องใต้ดินก่อนที่ระบบป้องกันอัตโนมัติจะรีเซ็ตตัวเอง... ผมสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง รอยแยกของมิติรอบตัวเรากำลังสั่นไหว"
ทั้งสองก้าวเดินลึกเข้าไปในความมืดอย่างระมัดระวัง ทีละก้าว... ทีละก้าว... แสงจากคบเพลิงสาดส่องกระทบเข้ากับซากวัตถุประหลาดที่วางเรียงรายอยู่สองข้างทาง มีทั้งโครงกระดูกของสัตว์อสูรโบราณขนาดมหึมา เครื่องจักรกลเวทมนตร์ที่ขึ้นสนิมเขรอะ และแท่นหินแกะสลักรูปอสุรกายไร้หน้า
รินทร์ขมวดคิ้วแน่น เขาสังเกตเห็นรอยขูดขีดบนพื้นหิน รอยขีดเหล่านี้ไม่ใช่รอยกัดกร่อนตามธรรมชาติ แต่มันคือรอยรองเท้าบูท... และรอยลากของวัตถุขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมาก
*มีคนอื่นลงมาก่อนหน้าเรา...*
เด็กหนุ่มส่งสัญญาณมือเตือนอาจารย์สาวทันที เซเลสเต้พยักหน้ารับเงียบๆ เธอยกมือขึ้นร่ายอาคมพรางตัวระดับสูงคลุมร่างของทั้งสองไว้ในทันที ลมหายใจของทั้งคู่ผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้เกิดเสียงรบกวน
เบื้องหลังโค้งกำแพงหินทึบ คือห้องโถงทรงกลมขนาดใหญ่ที่มีรัศมีกว้างกว่าร้อยเมตร ใจกลางห้องนั้นปรากฏร่างของแท่นหินสีดำสนิท ล้อมรอบด้วยเสาหินปักอักขระเวทมนตร์สี่ต้นที่แตกหักเสียหาย มีร่องรอยการต่อสู้และการใช้เวทมนตร์ทำลายล้างรุนแรงหลงเหลืออยู่ เศษซากของโกเลมพิทักษ์กฏถูกทิ้งกระจัดกระจาย
และที่สำคัญที่สุด... บนแท่นหินใจกลางห้องนั้น มีร่างของใครบางคนกำลังยืนอยู่
เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทฮู้ดคลุมศีรษะกำลังยืนหันหลังให้พวกเขา ในมือข้างขวาถือลูกแก้วคริสตัลสีดำสนิทที่กำลังดูดซับแสงสีแดงจากอักขระรอบห้องเข้าไปจนเกิดเสียงคำรามต่ำๆ คล้ายเสียงคำรามของสัตว์ร้ายจากขุมนรก
รินทร์หรี่ตามองผ่านเลนส์แว่น พยายามวิเคราะห์ระดับมานาของเป้าหมาย แต่ทว่า... หน้าจอระบบแจ้งเตือนในสมองของเขากลับปรากฏตัวอักษรสีแดงฉานกระพริบถี่รัว พร้อมกับเสียงเตือนที่ดังสะท้อนก้องในโสตประสาท
[คำเตือนระบบ: ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมระดับภัยคุกคาม SSS]
[เป้าหมาย: ผู้นำองค์การเงา "อิมพีเรียลลัส" - หน่วยปฏิบัติการพิเศษโบราณวัตถุ]
[สถานะ: กำลังทำลายผนึกโบราณวัตถุหมายเลขศูนย์ - ความคืบหน้า 98.4%]
หัวใจของรินทร์กระตุกวูบ สติสัมปชัญญะกรีดร้องเตือนภัยถึงหายนะที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
เงาร่างในชุดคลุมสีดำค่อยๆ หันกลับมาอย่างช้าๆ เผยให้เห็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากภายใต้เงาฮู้ด ดวงตาสองข้างเปล่งประกายสีม่วงเข้มราวกับไม่ใช่รุ้งของมนุษย์ทั่วไป
"ยินดีต้อนรับครับ... อาจารย์แห่งสถาบันเวทมนตร์ และเจ้าหนูผู้ฉลาดเกินวัย" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องใต้ดิน "พวกคุณมาช้าไปนิดเดียวนะครับ... ทุกอย่างถูกปลดผนึกเรียบร้อยแล้ว"
สิ้นเสียงนั้น พื้นห้องใต้ดินเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนหินผาถล่มลงมา เสียงคำรามกึกก้องที่สั่นประสาทดังก้องมาจากความมืดมิดใต้แท่นบูชา รอยแยกสีดำสนิทฉีกกระชากอากาศออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับไอความมืดมิดแผ่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าทะลุเพดานอาคารเรียนด้านบน!
รินทร์กำหมัดแน่นในความมืด เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มแผ่นหลัง เขาตระหนักได้ในเสี้ยววินาทีนั้นเองว่า เกมการซ่อนหาของโรงเรียนเวทมนตร์ได้จบลงแล้ว และสงครามจริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ วินาทีนี้
[ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครในโลกแฟนตาซีนี้ด้วยกันนะครับ]
เวทมนตร์ฉบับเด็กหลังห้องกับอาจารย์สาวจอมเข้มงวด•ตอนที่ 7
ห้องใต้ดินที่ถูกลืม
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ฉบับเด็กหลังห้องกับอาจารย์สาวจอมเข้มงวด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!