กลิ่นอายของกระดาษเก่าและน้ำหมึกเวทมนตร์ราคาแพงในห้องสมุดหลวงไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวรินทร์ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเงียบงันที่ถูกถักทอขึ้นโดยกลุ่มคนสามคนที่ยืนล้อมโต๊ะอ่านหนังสือของเขาอยู่ ณ มุมอับสายตา กลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่ปากปล่องภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
"ฉันคิดว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ รินทร์"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลเอ่ยขึ้น เจ้าของเสียงคือ 'คริสเตียน' ประธานนักเรียนชั้นปีที่ห้า ผู้ครองตำแหน่งหัวกะทิอันดับหนึ่งของสายเวทมนตร์ประยุกต์ เรือนผมสีบลอนด์เงินถูกจัดแต่งอย่างเนียบเรียบ ดวงตาสีฟ้าครามคู่นั้นไม่ได้บ่งบอกถึงความโกรธเกรี้ยว แต่มันเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ที่น่ากลัวกว่านั้นหลายเท่า
รินทร์ยังคงนิ่งเงียบ ปลายนิ้วเรียวยาวของเขายังคงจรดอยู่บนปากกาขนนกกำลังคำนวณสูตรโครงสร้างรูนในสมุดบันทึก สมองส่วนหนึ่งประมวลผลความเสี่ยงรอบตัวอย่างรวดเร็ว ระบบตรรกะในหัวทำงานโดยปราศจากความตื่นตระหนก ทว่าเขารู้ดีว่าสถานการณ์นี้ไม่ใช่สิ่งที่เด็กหลังห้องธรรมดาคนหนึ่งจะปัดผ่านไปได้ง่ายๆ
เมื่อคืนนี้ อาจารย์เซเลสเต้เพิ่งจะพึมพำเรื่อง "มันตื่นเร็วกว่ากำหนดสามปี" ท่ามกลางความตื่นตระหนกที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในตัวอาจารย์สาวผู้เยือกเย็น และในเช้าวันนี้ นักเรียนกลุ่มนี้ก็พุ่งเป้ามาที่เขาด้วยสายตาที่ตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างเขากับอาจารย์ผู้คุมกฎ
"ผมคิดว่าพวกเราคงไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกันเป็นพิเศษนะครับ รุ่นพี่คริสเตียน" รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อยในแบบที่มักจะทำให้คนมองรู้สึกหงุดหงิด "ถ้าเป็นเรื่องรายงานวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์ ผมส่งตรงตามกำหนดแน่ครับ"
"หึ นายคิดว่านี่คือเรื่องงานส่งอาจารย์งั้นเหรอ?" คนที่ตอบไม่ใช่คริสเตียน แต่เป็น 'เอเลน่า' หญิงสาวผู้ใช้เวทมนตร์ธาตุน้ำแข็งระดับสูง เธอยืนกอดอก ใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตาวาวโรจน์ "ทุกคนในสถาบันรู้ดีว่าอาจารย์เซเลสเต้ไม่เคยแม้แต่จะชายตามองนักเรียนคนไหน เกณฑ์การให้คะแนนของเธอยุติธรรมจนไร้ความปรานี... แต่นาย รินทร์ เด็กห้องเจ็ดผู้มีพลังเวทต่ำเตี้ยเรี่ยดิน กลับได้เข้าออกห้องทำงานส่วนตัวของเธอทุกสัปดาห์แถมยังได้รับสิทธิ์พิเศษในการใช้หอสมุดต้องห้าม"
เสียงกระซิบเบาๆ จากนักเรียนรอบข้างที่แอบมองอยู่เริ่มดังขึ้น แรงกดดันทางสังคมในสถาบันเวทมนตร์ชั้นนำแห่งนี้บางครั้งก็อันตรายยิ่งกว่าเวทมนตร์โจมตีเสียอีก
รินทร์วางปากกาลงช้าๆ เสียงกระทบกันเบาๆ ระหว่างด้ามปากกากับโต๊ะไม้สักสะท้อนก้องในความเงียบ เขารู้ดีว่าหากใช้กำลัง เขาไม่มีทางเอาชนะนักเรียนระดับท็อปเหล่านี้ได้เลยแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่เขาพึ่งพาได้คือ "ตรรกะ" และ "ข้อมูล"
"ความสงสัยเป็นจุดเริ่มต้นของเวทมนตร์ก็จริงครับ รุ่นพี่เอเลน่า..." รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความสั่นเครือ "แต่การอนุมานโดยปราศจากหลักฐานทางประจักษ์ เขากล่าวไว้ว่ามันคืออาการของความหวาดระแวง... หรือว่าพวกท่านกำลังกลัวว่า ความรู้ที่ผมกำลังค้นคว้าอยู่ จะไปสั่นคลอนตำแหน่งหัวกะทิที่พวกท่านภาคภูมิใจกันแน่?"
คำพูดนั้นทำเอาคริสเตียนหรี่ตาลงทันที บรรยากาศรอบตัวของประธานนักเรียนหนุ่มเริ่มมีประจุไฟฟ้าสีฟ้าอ่อนๆ แผ่ออกมาจากการควบคุมอารมณ์ที่เริ่มสั่นคลอน เวทมนตร์ระดับสูงมักตอบสนองต่อจิตใจของผู้ใช้เสมอ และในตอนนี้ คริสเตียนกำลังโกรธ
"นายช่างกล้าหาญมาก... หรือไม่ก็โง่เขลาเสียจนไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเล่นอยู่กับอะไร" คริสเตียนโน้มตัวลงมาใกล้ โน้มใบหน้าเข้ามาจนเกือบชิด รัศมีกดดันระดับชนชั้นสูงแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวหนักอึ้ง "อาจารย์เซเลสเต้กำลังซ่อนอะไรบางอย่างไว้ในหอคอยทิศเหนือ และเราสังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่เธอเข้าไปตรวจสอบผนึกเวทมนตร์โบราณ นายมักจะอยู่ในละแวกนั้นเสมอ... นายเป็นแค่เครื่องมือของเธอ หรือนายเป็นคนเปิดประตูให้ 'มัน' กันแน่ รินทร์?"
คำว่า *'เปิดประตูให้มัน'* ทำให้หัวใจของรินทร์กระตุกวูบไปชั่วขณะ ภาพของอาจารย์เซเลสเต้ที่ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเมื่อคืนนี้ผุดขึ้นมาในหัวทันที... *สามปีที่เร็วกว่ากำหนด* หมายความว่าอย่างไรกันแน่?
ก่อนที่รินทร์จะได้หาคำตอบมากลบเกลื่อนความจริงที่เกือบจะหลุดรอดออกทางสีหน้า เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่ทางเข้าห้องสมุด แรงกดดันมหาศาลที่กดทับพวกเขาอยู่พลันสลายหายไปราวกับหมอกควันเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายเวทมนตร์อันคุ้นเคยและเยือกเย็นจนน่าสะพรึงกลัว
"ถ้าพวกเธอว่างงานกันมากนัก... ฉันเกรงว่ารายงานวิชาประวัติศาสตร์สงครามเวทมนตร์ความยาวสามหมื่นคำส่งภายในเย็นนี้ น่าจะช่วยจัดสรรเวลาว่างของพวกเธอให้มีประโยชน์ขึ้นได้บ้างนะ"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านหลัง คริสเตียนและเอเลน่าสะดุ้งสุดตัว สีหน้าของทั้งสองเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันทีเมื่อหันไปพบกับร่างเพรียวระหงในชุดคลุมสีดำสนิท อาจารย์เซเลสเต้ยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นกวาดตามองกลุ่มนักเรียนหัวกะทิด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก
รินทร์แอบผ่อนลมหายใจออกมาอย่างเงียบเชียบ ขณะที่สายตาของอาจารย์สาวเหลือบมาสบกับเขาเพียงเสี้ยววินาที—และในเสี้ยววินัตินั้นเอง เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัวของเขา
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบตัวแปรภายนอกแทรกแซงภารกิจระดับ SSS "รอยปริแตกแห่งกาลเวลา"]
[เงื่อนไขอัปเดต: ความลับถูกเปิดเผยต่อบุคคลที่สาม 3% -> ความเสี่ยงระบบล่มสลายเพิ่มขึ้น 1.5%]
[คำเตือนจากระบบ: บุคคลภายนอกกำลังเข้าใกล้ "ห้องใต้ดินต้องห้าม" เร็วกว่ากำหนด จงระวัง... สิ่งที่ถูกผนึกไว้ใต้สถาบันกำลังส่งเสียงเรียกหา "ผู้สร้าง"]
รินทร์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อหน้าต่างโปร่งแสงสีแดงฉานปรากฏขึ้นตรงหน้า ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะอ่านข้อความเตือนบรรทัดสุดท้าย อาจารย์เซเลสเต้ก็ก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะของเขาอย่างรวดเร็ว เธอเอื้อมมือมาคว้าข้อมือของเขาไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงเสียจนเขารู้สึกได้ถึงความตื่นตระหนกที่ยังคงหลงเหลืออยู่ภายใต้ท่าทีนิ่ง
"รินทร์... ตามฉันมาที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้" อาจารย์เซเลสเต้กระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่ากว่าเมื่อคืนเสียอีก "เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว... ผนึกที่ชั้นใต้ดิน... กำลังจะแตกสลายจริง ๆ"
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเด็กหลังห้องคนนี้เสมอนะครับ)
เวทมนตร์ฉบับเด็กหลังห้องกับอาจารย์สาวจอมเข้มงวด•ตอนที่ 9
สายตาของนักเรียนหัวกะทิ
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ฉบับเด็กหลังห้องกับอาจารย์สาวจอมเข้มงวด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!