กลิ่นคาวเลือดจางๆ ปะปนมากับกลิ่นอับชื้นของหยาดฝนยามวิกาล—แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่รวิศกำลังกังวลในเวลานี้
สิ่งเดียวที่ทำให้เชฟหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบขมวดคิ้วจนย่นเป็นปม คือเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังแว่วมาจากตรอกมืดด้านหลังร้านอาหารฝรั่งเศสสุดหรูของเขา
ปัง!
เสียงประตูกันไฟถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ตามมาด้วยร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่พุ่งพรวดเข้ามาในอาณาจักรแห่งความสะอาดของเชฟมิชลินหนุ่มราวกับพายุหมุน รวิศที่กำลังยืนเช็ดมีดสเตนเลสสตีลเล่มโปรดอยู่หน้าเคาน์เตอร์หินอ่อนถึงกับชะงัก นัยน์ตาสีเข้มหรี่ลงด้วยความไม่พอใจระคนระแวง ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากไล่แขกผู้มาเยือนอย่างไร้มารยาท ร่างนั้นก็พุ่งเข้ามาประชิดตัว พร้อมกับมือใหญ่ที่เอื้อมมาปิดปากเขาแน่นสนิท!
"ชูส์... ถ้าไม่อยากให้สมองคุณกระจายติดผนังห้องครัวสวยๆ นี่ ก็หุบปากแล้วเงียบซะ"
เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูร้อนผ่าว ทว่าเฉียบขาดและเต็มไปด้วยอันตราย รวิศเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาจนแทบจะระเบิดออกมาเป็นไฟ เขาไม่ใช่ลูกไก่ในกำมือใคร และที่นี่คือครัวของเขา—ศักดิ์ศรีของเชฟผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครกำลังถูกเหยียบย่ำ!
เชฟหนุ่มไม่ลังเลที่จะใช้ศอกกระทุ้งเข้าที่ชายโครงของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด
"โอ๊ย! ให้ตายสิ มือหนักเป็นบ้า..." ธันวาอุทานเบาๆ อย่างเจ็บปวด พร้อมกับผละถอยหลังออกไปสองก้าว มือข้างหนึ่งกุมสีข้างตัวเองไว้แน่น ใบหน้าคมคายภายใต้เงาสลัวของหลอดไฟสีส้มในครัวบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บใจ แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยความท้าทาย "นี่คือน้ำต้อนรับแขกของร้านมิชลินสามดาวรึไง เชฟปากจัด?"
รวิศสะบัดตัวด้วยความรังเกียจ เขาขว้างผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดลงบนเคาน์เตอร์อย่างแรง ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจผู้บุกรุกตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อแจ็กเก็ตกันหนาวสีเข้มเปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝน มีรอยฉีกขาดที่หัวไหล่ข้างขวา และที่สำคัญที่สุด... มีคราบเลือดสดๆ เปรอะเปื้อนอยู่ตรงชายเสื้อ
"คุณเป็นใคร? เข้ามาในครัวของผมได้ยังไง ออกไปจากร้านผมเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นผมจะโทรแจ้งตำรวจ" รวิศเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบไร้ความปราณี เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาทันทีโดยไม่คิดจะฟังคำแก้ตัว
แต่ธันวาไว,กว่า เขาก้าวเข้ามาปัดโทรศัพท์ในมือรวิศร่วงลงบนพื้นกระเบื้องเสียงดังเพล้ง!
"เฮ้! ใจเย็นสิคนสวย... เอ๊ย เชฟ!" ธันวาทำหน้ายู่ ยื่นมือไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวที่กำลังจะเงื้อมือมาตบเขา แต่รวิศไวกว่า สาดน้ำซุปสต็อกอุ่นๆ ที่เหลืออยู่ในหม้อสแตนเลสใส่หน้าต่างทักทายอย่างเลือดเย็น!
"เชี่ย!" ธันวาหลับตาปี๋ สำลักน้ำซุปกระดูกวัวที่ผสมไวน์แดงจนหน้าดำหน้าแดง เขาพยายามใช้แขนเสื้อเช็ดหน้าลวกๆ พรางส่งค้อนวงใหญ่ให้เชฟจอมโหด "นายบ้าไปแล้วรึไงวะ! ฉันกำลังหนีตายมานะเว้ย!"
"แล้วมันธุระอะไรของผม? ร้านผมปิดตั้งแต่ห้าทุ่มแล้ว และคุณก็ไม่ใช่ลูกค้าผู้มีเกียรติ ออกไป!" รวิศชี้ไปที่ประตูหนีไฟ น้ำเสียงทรงอำนาจและเด็ดขาดไม่มีความกลัวเจือปนเลยสักนิด แม้ว่าในใจจะเริ่มตระหนักถึงความผิดปกติบางอย่างรอบตัวแล้วก็ตาม
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบมองสำรวจใบหน้าเนียนที่บึ้งตึงด้วยความไม่พอใจของเชฟหนุ่ม แม้สถานการณ์จะคับขันและมีชีวิตเป็นเดิมพัน แต่เขากอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวอย่างกวนประสาท "ออกไปตอนนี้ก็ศพไม่สวยสิครับคุณเชฟ ข้างนอกนั่นมีพวกมันดักรออยู่สามคน พร้อมปืนครบมือ ถ้าไม่อยากให้ห้องอาหารสุดหรูนี่กลายเป็นสนามรบและเปื้อนเลือดคาวๆ ของฉันละก็... ช่วยซ่อนฉันไว้ทีเถอะน่า"
รวิศมองตามสายตาของอีกฝ่ายที่มองออกไปนอกกระจกฝ้า เขากวาดสายตาไปยังเงาร่างตะคุ่มๆ ที่เคลื่อนไหวผ่านแสงไฟสลัวจากถนนใหญ่ หัวใจของเชฟหนุ่มกระตุกวูบเล็กน้อย แม้ปากจะร้ายและเกลียดความวุ่นวายแค่ไหน แต่เขาก็ไม่ใช่คนใจจืดใจดำที่จะไล่ใครไปตายต่อหน้า
"น่ารำคาญสิ้นดี..." รวิศพึมพำอย่างหัวเสีย เขาคว้าข้อศอกของธันวาแล้วออกแรงกระชากให้เดินตามไปทางห้องเก็บวัตถุดิบควบคุมอุณหภูมิ "เข้ามาข้างในนี้ ห้ามส่งเสียงดัง ห้ามแตะต้องวัตถุดิบราคาแพงของผมเด็ดขาด และถ้าคุณทำความสะอาดห้องนี้ไม่เอี่ยมเหมือนเดิม พรุ่งนี้เช้าคุณได้กลายเป็นวัตถุดิบชิ้นใหม่ในเมนูแน่!"
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกสนุก แม้จะอยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน เขายังมียกยิ้มมุมปากและส่งสายตาแพรวพราวให้คนตัวสูงกว่าที่กำลังดันตัวเขาเข้าไปในห้องเย็นมืดทึบ
"โห... ดุเป็นบ้าเลยว้า แบบนี้ค่อยน่าสนใจหน่อย" ธันวาเอ่ยแซวเบาๆ ขณะก้าวเข้าไปยืนชิดกับชั้นวางไวน์ชั้นดี
รวิศถลึงตาใส่เป็นเชิงคาดโทษ ก่อนจะดึงประตูกลังปิดลงอย่างแรง เสียงกลไกโลหิตล็อกดังคลิกสนั่นในความเงียบ เชฟหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความเหนื่อยอ่อน เขาก้มลงเก็บโทรศัพท์มือถือที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาปัดฝุ่น เตรียมจะกดโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านดังขึ้นเป็นจังหวะหนักหน่วง ท่ามกลางบรรยากาศยามดึกที่เงียบสงัด รวิศชะงักมือที่กำลังถือโทรศัพท์ ดวงตาคู่คมตวัดมองไปทางหน้าร้านทันที
ร่างเงาสูงใหญ่ภายใต้เสื้อโค้ทกันฝนสีดำสนิทกำลังยืนตระหง่านอยู่หลังกระจกใส ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนไว้ใต้ฮู้ด แต่นัยน์ตาสีเทาเย็นชาที่จดจ้องตรงมายังเขาผ่านกระจกใส... กลับส่งประกายความอำมหิตพุ่งตรงเข้ามาจนรวิศรู้สึกชาไปทั้งสันหลัง
มือหนาของชายแปลกหน้าคนนั้นยกขึ้นช้าๆ แล้วกวาดนิ้วชี้ปาดผ่านลำคอตัวเองอย่างเยือกเย็น เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนไร้ซึ่งคำพูดใดๆ
*ช...ช่วยไม่ได้นะเชฟปากจัด* เสียงฝีเท้าเบาหวิวที่ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสอุ่นร้อนที่แนบชิดติดแผ่นหลัง ทำให้รวิศต้องสะดุ้งสุดตัว
ธันวาโน้มใบหน้ากระซิบชิดใบหูของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอขาวผ่อง ท่ามกลางเสียงกระซิบแหบพร่าที่ทำให้หัวใจของเชฟผู้หยิ่งผยองกระตุกวูบอย่างแรง
"อย่าหันไป... เพราะตอนนี้... เราอยู่บนเรือลำเดียวกันแล้วล่ะ"
***
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาลิ้มลองความแซ่บในครัวลับนี้นะคะ - ตุ๊กตาโบราณ)
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟปากจัด•ตอนที่ 1
แขกไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
