กลิ่นหอมกรุ่นของทรัฟเฟิลและเนยสดแท้จากฝรั่งเศสลอยอบอวลไปทั่วห้องครัวสเตนเลสสตีลขัดเงางาม แต่บรรยากาศรอบตัวกลับคุกกรุ่นเสียยิ่งกว่าเตาไฟเบอร์เบอร์สูงตรงหน้า
"ถ้าคุณยังจับมีดด้วยท่าทางปวกเปียกเหมือนกำลังถือดินสอเขียนจดหมายรักแบบนั้น เกรงว่านิ้วก้อยข้างซ้ายของคุณคงได้ไปนอนอยู่ในถังขยะก่อนที่เราจะไขคดีคลี่คลายนะคะ นักสืบธันวา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาเอ่ยขึ้นโดยที่เจ้าของร่างสูงในชุดเชฟสีดำสนิทไม่ได้แม้แต่จะชายตามอง รวิศยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าคมคายคู่นั้นกวาดมองผู้บุกรุกยามวิกาลด้วยความสมเพชแกมระอา
ธันวาเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตตวัดมองคนปากเสียอย่างเอาเรื่อง เขาไม่ได้อยากมาเหยียบ "เซฟเฮาส์" ส่วนตัวของเชฟมิชลินจอมเนាប់นี่สักนิด หากไม่ใช่เพราะกระสุนปืนปริศนาที่เฉียดหัวเขาไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน และคำสั่งเด็ดขาดของอลิสาที่บอกว่าที่นี่ปลอดภัยที่สุด... เขากลั้นใจตายเสียยังดีกว่าต้องมาทนฟังวาจาเชือดเฉือนจากพ่อครัวโรคจิตคนนี้
"ผมเป็นนักสืบค่ะคุณรวิศ ไม่ใช่ลูกมือในครัวของคุณ อาชีพของผมใช้สมองและปากในการสืบหาความจริง ไม่ได้ใช้มีดปังตอแล่เนื้อเหมือนคุณ เพราะฉะนั้น เลิกวิจารณ์ท่าทางจับมีดของผม แล้วบอกมาเสียทีว่าทำไมผมถึงต้องมาติดแหงนอยู่ร่วมชายคาเดียวกับคนปากร้ายอย่างคุณด้วย" ธันวาตอกกลับเสียงแข็ง ดวงตาเรียวรีจ้องเขม็งอย่างไม่ยอมแพ้
รวิศแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและน่าหมั่นไส้เสียจนธันวาสนใจอยากจะคว้าตะหลิวฟาดหน้าสักทีสองที รวิศผละออกจากเคาน์เตอร์ ร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาประชิดตัวนักสืบหนุ่มอย่างรวดเร็วจนธันวาต้องผถอยหลังอัตโนมัติ สะโพกชนเข้ากับขอบเคาน์เตอร์เย็นเฉียบอย่างไร้ทางหนี
กลิ่นหอมสะอาดเจือกลิ่นพริกไทยดำและไวน์ขาวจากตัวรวิศลอยเข้าจมูก ปลุกสัญชาตญาณการป้องกันตัวของธันวาให้ตื่นตัว รวิศโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังฉายแววตื่นตระหนกเล็กๆ แต่ยังคงดื้อรั้น
"เพราะที่นี่คืออาณาจักรของผม และถ้าคุณอยากจะซุกหัวนอนรอดชีวิตไปจนถึงพรุ่งนี้เช้าเพื่อไขคดีบ้าๆ นั่น..." รวิศเว้นจังหวะ น้ำเสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมหู "...คุณต้องทำตาม 'กฎเหล็ก' ของผมทุกข้อ ไม่มีข้อแม้"
ธันวาใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปและท่าทีคุกคามที่ทำให้เขาเสียศูนย์ เขาแกล้งทำเป็นเชิดหน้าขึ้น สบตากลับอย่างไม่เกรงกลัวแม้หัวใจจะเต้นรัวเหมือนกลองเพล
"ว่ามาค่ะ เชฟเทวดา กฎบ้าบออะไรของคุณนักหนา คงไม่ใช่ห้ามหายใจในรัศมีสามเมตรหรอกนะ"
รวิศถอยหลังกลับไปยืนเว้นระยะ พยักพึงพอใจกับความอวดดีที่ยังคงเปล่งประกายในแววตาของคนตรงหน้า นิ้วเรียวยาวหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งบนเคาน์เตอร์ขึ้นมา ก่อนจะอ่านด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยรา__กับกำลังประกาศิตโทษประหารชีวิต
"กฎข้อที่หนึ่ง... ห้ามแตะต้องวัตถุดิบในตู้เย็นของผมโดยไม่ได้รับอนุญาต ตู้เย็นฝั่งขวาคือเขตหวงห้ามเด็ดขาด ถ้าคุณอยากกินอะไร บอกผม เดี๋ยวผมทำให้กินเอง... ในฐานะเชฟ ไม่ใช่คนรับใช้"
ธันวาเบ้ปาก "ทำอย่างกับผมอยากจะไปกินของแพงๆ ของคุณนักแหละ"
"กฎข้อที่สอง..." รวิศทำเป็นเมินเสียงบ่นนั้น แล้วอ่านต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น "...ห้ามเดินเข้าห้องครัวในเวลาที่ผมกำลังเตรียมวัตถุดิบช่วงตีห้าถึงเจ็ดโมงเช้า สมาธิของผมคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเสียงเดินย่องๆ ของคุณมันน่ารำคาญ"
"ผมเดินลงน้ำหนักปกติค่ะ ไม่ได้ย่อง! แล้วใครมันจะอยากตื่นมาดูคุณหั่นผักตอนตีห้ากันล่ะคะ" ธันวาเถียงกลับทันควัน
รวิศหันขวับมามอง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นชั่วแวบ มันเป็นรอยยิ้มที่ร้ายกาจและมีเสน่ห์จนธันวาเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"และกฎข้อที่สาม... ข้อนี้สำคัญที่สุด" รวิศก้าวเข้าไปประชิดตัวธันวาอีกครั้ง คราวนี้รวดเร็วจนธันวาไม่มีทางหนี มือใหญ่เอื้อมไปวางทาบบนเคาน์เตอร์ด้านหลัง กักร่างโปร่งไว้ในอ้อมแขนโดยปริยาย รวิศโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากนุ่มที่กำลังเผยอเตรียมเถียง "...ห้ามทำตัวน่ารำคาญ ทำให้ผมหงุดหงิด หรือ... ทำตัวน่ารักเกินไปจนผมไม่มีสมาธิทำอาหาร"
ธันวาชะงักกึก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ สมองที่เคยประมวลผลคดีได้อย่างเฉียบคมกลับว่างเปล่า ใบหน้าขาวเนียนร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของคนที่ยืนค้ำอยู่เหนือร่าง
"คุณ... คุณพูดบ้าอะไรเนี่ย ใครน่ารักกัน!" ธันวาเสียงหลง พยายามดันอกแกร่งออกห่าง แต่รวิศกลับยิ่งขยับเข้ามาใกล้จนแทบไม่มีช่องว่าง หัวใจของนักสืบหนุ่มเต้นรัวระรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
รวิศจ้องมองใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ความเย็นชาเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงประกายความอบอุ่นลึกล้ำที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากร้าย นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรบแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ
"จำกฎพวกนั้นไว้ให้ดีล่ะ ธันวา..." รวิศกระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากหยักลึกอยู่ห่างจากริมฝีปากของเขาเพียงคืบเดียว "...เพราะถ้าคุณแหกกฎแม้แต่ข้อเดียว บทลงโทษของผม อาจจะทำให้คุณลืมคดีฆาตกรรมไปเลยก็ได้"
ธันวากลืนน้ำลายฝืดคอ ดวงตากลมโตสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ เคมีที่คุกกรุ่นระหว่างความปากจัดและไม่ยอมคนกำลังหลอมละลายกลายเป็นความวาบหวามที่อันตรายยิ่งกว่ากระสุนปืนนอกหน้าต่างเสียอีก
ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังขึ้น... *ติ๊ด!* ตามด้วยเสียงปลดล็อกรหัสผ่านที่ดังขึ้นจากแผงควบคุมอัจฉริยะอย่างกะทันหัน
รวิศขมวดคิ้วมุ่นทันที ดวงตาคมตวัดมองไปทางประตูทางเข้าด้วยความฉุนเฉียว ขณะที่ธันวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
ประตูเซฟเฮาส์ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างระหงของหญิงสาวในชุดสูทกางเกงสุดเฉี่ยวที่ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ เธอกวาดสายตาเข้ามาในครัวก่อนจะชะงักกึกเมื่อเห็นภาพเชฟหนุ่มชื่อดังกำลังกักตัวนักสืบหนุ่มคนสนิทไว้ในอ้อมแขนอย่างแนบชิด
"อุ๊ย... ฉันมาขัดจังหวะดินเนอร์รอบดึกหรือเปล่าคะเนี่ย เชฟรวิศ?" เสียงหวานใสเอ่ยแซวขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่ช็อกโลกของสองคนที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาลิ้มลองความแซ่บในครัวลับนี้นะคะ - ตุ๊กตาโบราณ)
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟปากจัด•ตอนที่ 2
กฎเหล็กในครัว
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
