“ที่นี่ไม่มีกฎหมายบ้านเมือง มีแต่กฎของผม... และถ้าคุณคิดจะเหยียบย่ำมัน ก็เตรียมตัวเป็นปุ๋ยใต้ต้นอ้อยได้เลย”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังก้องไปทั่วห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาสูบจางๆ และกลิ่นอายดิบเถื่อนของบุรุษที่ผ่านสมรภูมิชีวิตมาโชกโชน ศิลาไม่ได้ขยับตัวไปไหน เขายืนพิงโต๊ะทำงานไม้สักตัวใหญ่ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับแขนขึ้นถึงศอกเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อแขนที่แน่นขนัด แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขาจ้องมองพริ้มเพราที่ยืนสั่นสะท้านอยู่กลางห้อง
พริ้มเพราเม้มปากแน่น ความรู้สึกขัดขืนพุ่งพล่านในอก เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมสยบให้ใครเพียงเพราะคำขู่ แต่บรรยากาศที่รายล้อมรอบตัวชายตรงหน้ามันบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก
“กฎของที่นี่งั้นหรือคะ?” เธอแค่นยิ้ม ฝืนทำตัวกล้าหาญแม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะ “ดิฉันแค่ต้องการที่ซุกหัวนอน ไม่ได้ต้องการมาเป็นข้ารับใช้หรือนักโทษใคร หากคุณจะให้ที่พักเพียงเพื่อแลกกับอำนาจล้นฟ้าของคุณล่ะก็... เชิญเก็บกฎพวกนั้นไปเถอะค่ะ”
ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นยะเยือกเสียจนสันหลังของหญิงสาววาบหวิว เขาขยับกายช้าๆ ก้าวเดินเข้ามาหาเธอทีละก้าวราวกับเสือที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม พริ้มเพราถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังปะทะกับผนังห้องเย็นเฉียบ แต่ศิลากลับไม่ยอมให้เธอไปไหน เขาใช้แขนทั้งสองข้างยันผนังขนาบข้างกายเธอไว้ กักขังเธอไว้ในวงแขนที่แข็งแกร่งราวกับกรงขัง
“อยากรู้นักใช่ไหมว่ากฎของผมมีอะไรบ้าง...” เขากระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินจนผิวคอของเธอขึ้นสีระเรื่อ “หนึ่ง... ห้ามออกนอกเขตเรือนพักยามค่ำคืนโดยไม่มีคำสั่งจากผม สอง... ห้ามยุ่งเกี่ยวกับคนงานในไร่ถ้าไม่อยากให้ชีวิตที่เหลือต้องพังพินาศ และสาม...”
มือหนาหยาบกร้านจากการทำงานหนักค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาเชยคางมนของเธอให้เงยขึ้น สัมผัสของเขาทำให้พริ้มเพรารู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นผ่านร่างจนขนอ่อนลุกชัน สายตาของเขามืดดำและเต็มไปด้วยความกระหายที่ซ่อนเร้น มันไม่ใช่แค่คำสั่ง แต่มันคือการประกาศยึดครอง
“สาม... ทุกอย่างในไร่นี้เป็นของผม รวมถึงตัวคุณด้วย”
“คุณมันบ้า!” พริ้มเพราสวนกลับ มือเรียวพยายามผลักแผงอกกว้างของเขาออก แต่มันก็แน่นหนาราวกับกำแพงหิน เธอสัมผัสได้ถึงหัวใจของเขาที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่นอยู่ใต้ฝ่ามือ
“ใช่ ผมมันบ้า... บ้าพอที่จะทำให้คุณจำไปจนวันตายว่าคนอย่างศิลา ถ้าได้ต้องการอะไร ก็ไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือ”
เขาก้มลงมาใกล้จนปลายจมูกโด่งคลอเคลียกับพวงแก้มเนียน สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่กลับสร้างความปั่นป่วนในช่องท้องของเธออย่างรุนแรง พริ้มเพราหลับตาลงแน่น พยายามควบคุมลมหายใจไม่ให้สะดุด แต่ดูเหมือนความพยายามนั้นจะไร้ผลเมื่อเขากดจูบเน้นหนักลงมาที่ซอกคอหอมกรุ่นของเธอ กลิ่นกายชายชาตรีที่ผสมผสานด้วยกลิ่นดินกลิ่นอ้อยซึมลึกเข้าสู่สัมผัส
“ปล่อยนะ...” เสียงของเธอสั่นเครือ แต่มันกลับฟังดูเหมือนการอ้อนวอนมากกว่าการปฏิเสธ
ศิลาผละออกมาเล็กน้อย สบตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความอัดอั้นของเธอ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความหิวกระหายที่ยากจะสะกดกลั้น เขาใช้นิ้วโป้งลูบไล้ริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ ก่อนจะบดขยี้มันลงมาด้วยจุมพิตที่ดุดันและร้อนแรงราวกับเปลวเพลิงที่แผดเผาไร่อ้อยในฤดูแล้ง
จูบของเขาไม่ได้มีความอ่อนโยน แต่มันคือการประกาศศักดา การบังคับให้เธอต้องรับรู้ถึงตัวตนของเขาที่สอดแทรกเข้ามาในโสตประสาท พริ้มเพราตกอยู่ในภวังค์ความวาบหวาม ร่างกายที่เคยต่อต้านกลับอ่อนระทวยลงอย่างน่าใจหาย มือที่เคยผลักไสกลับเปลี่ยนเป็นเกาะเกี่ยวเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่น
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังแตะระดับจุดเดือด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าห้องทำงาน ศิลาชะงักกึก เขาสบถเบาๆ ในลำคอ แต่ยังไม่ยอมผละออกห่างจนกระทั่งได้ยินเสียงเคาะประตูที่รัวและกระวนกระวาย
“นายครับ! มีเรื่องด่วนที่หน้าไร่... คนจากทางกรุงเทพฯ ตามมาเจอเบาะแสที่นี่แล้วครับ!”
ศิลาผละออกจากร่างบางในทันที ดวงตาคมดุจเหยี่ยววาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้น เขาหันกลับมามองพริ้มเพราที่ยังหอบหายใจถี่ด้วยแววตาที่คาดเดาไม่ได้ ก่อนจะคว้าปืนพกที่วางอยู่บนโต๊ะมาเหน็บไว้ที่เอวอย่างรวดเร็ว
“อยู่ในนี้ ห้ามออกไปไหนถ้าผมไม่อนุญาต” เขาสั่งเสียงเข้ม ก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตู
“เดี๋ยว!” พริ้มเพราตะโกนเรียก ร่างกายของเธอยังคงสั่นเทา “พวกนั้น... พวกนั้นตามฉันมาเหรอ?”
ศิลาหยุดกึกที่หน้าประตู เขาหันกลับมามองเธอเพียงเสี้ยววินาที เงาของเขาทาบทับลงบนพื้นห้องจนดูน่าเกรงขาม
“ถ้าพวกมันมาเพื่อจะพาคุณกลับไป... ก็ต้องถามดูก่อนว่าพวกมันยอมแลกกับเลือดในไร่นี้ไหม”
เขาก้าวออกไปปิดประตูดังปัง ทิ้งให้พริ้มเพรายืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและความหวาดกลัวที่ถาโถมเข้ามา แต่สิ่งที่น่าหวั่นใจยิ่งกว่าการถูกตามล่า คือความรู้สึกที่ยังตกค้างอยู่บนริมฝีปาก... รสจูบที่ทำให้เธอยอมจำนนต่อชายผู้เป็นดั่งปีศาจแห่งไร่อ้อยคนนี้โดยไม่รู้ตัว
หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้คุณผู้อ่านตื่นเต้นและลุ้นระทึกไปกับชะตากรรมของพริ้มเพรานะครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานของธานินทร์แดนเถื่อนครับ
วิศวกรหน้าตายกับสายล่อฟ้าตัวแสบ•ตอนที่ 3
กฎเหล็กของคนคุม
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรหน้าตายกับสายล่อฟ้าตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
